"ปธ.วิปรัฐบาล" เผยประชุมสภา 14 พ.ค.นี้เตรียมตั้งกมธ.สามัญ 35 คณะ ขวางฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ ติดตามการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน คาดจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วัน
11 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทองพรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมวิป 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนคณะรัฐมนตรี(ครม.) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภา เมื่อช่วงเช้าวันนี้(11 พ.ค.) ว่า เพื่อหารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นการพิจารณากฎหมายที่ทาง ครม.ได้ยืนยันกลับมาที่สภา โดยในที่ประชุมได้มีการพูดคุย ถึงการกำหนดกรอบระยะเวลา และประเด็นจะอภิปรายในเนื้อหาของกฎหมายแต่ละฉบับ
เมื่อถามถึงพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาฯเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ฝ่ายรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายกรวีร์ กล่าวว่า ในเรื่องของการใช้เงินจากพ.ร.ก.นี้ หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯแล้ว รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม จึงทำให้ประธานสภาฯไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ร่างพ.ร.ก.กู้เงิน เข้าที่ประชุมสภาฯในวันที่ 14 พ.ค. ดังนั้นในวันดังกล่าวจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามปกติที่มีการตั้งกระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไป ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญ 35 คณะ ถ้ามีการบรรจุระเบียบวาระเราก็พร้อมที่จะตั้งกมธ.ภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นในวันที่ 15 พ.ค.ก็จะมีการประชุมนัดแรกของกมธ.ทุกเพื่อตั้งประธานกมธ.และตำแหน่งอื่นๆ เพื่อสัปดาห์ถัดไป กมธ.แต่ละคณะจะได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่า ถ้าฝ่ายค้านเสนอญัตติ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท จะต้องเตรียมคนเพื่ออภิปรายตอบโต้หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า เขายื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้นการประชุมสภาฯในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ก็คิดว่าไม่น่าจะมีการยื่นเสนอญัตติดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วัน
เมื่อถามว่ากังวลเรื่องความล่าช้าในการประกาศใช้พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะตอนนี้พ.ร.ก.ที่ครม.เซ็นนั้น มีผลบังคับใช้ และประกาศเป็นกฎหมายแล้ว จึงขอยืนยันกับประชาชนให้รับทราบว่าการที่เสนอ พ.ร.ก.เข้าสภาฯนั้นเป็นเพียงการยืนยัน และทำให้เป็นกฎหมาย แต่เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทางสภาก็ต้องชะลอการพิจารณาออกไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และตนเชื่อว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไรประธานสภาฯจะรีบบรรจุ ให้เป็นวาระในการพิจารณาต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาล รธน. ย้ำอีกรอบ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องส่งความเห็น-เอกสารชี้แจง พรก.กู้เงิน ที่เรียกไปก่อนหน้านี้
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณากรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง
หวิดวุ่น! ถกนัดแรก กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านท้วงไม่ได้เก้าอี้ 'รองประธาน'
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและการสร้างการเปลี่ยนด้านพลังงานประเทศ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 1 ที่มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานที่ประชุมชั่วคราว ได้เปิดให้สมาชิกเสนอชื่อประธานกมธ.ฯ
'การดี' สวนกระทรวงดีอี หมกเม็ด-ฟอกขาว โครงการแจก AI ฟรี ยันกฎหมายเปิดช่องปรับแก้หรือยกเลิกได้
"การดี" ชี้โครงการ TH-AI Passport ยังไม่สายเกินทบทวน หลังดีอียังไม่จ่ายเงินงวดแรก ย้ำกฎหมายเปิดช่องปรับ TOR ได้ พร้อมเชิญชวนร่วมสะท้อนความเห็น 11 มิ.ย.นี้ หวั่น เวทีรับฟังกลายเป็นเพียง ‘ฟอกขาว’ หากไม่เปิดรับข้อกังวลอย่างแท้จริง
มท. เริ่มแล้ว คัดกรองเข้มงวด 'บัตรคนจน' ลุยสำรวจสิทธิ ยืนยันตัวตน ทำประชาคม บี้ 'จนไม่จริง' พ้นระบบ
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ในขณะนี้สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ตัวเลขคือ 13.2 ล้านคน ขณะนี้ยังไม่มีใครที่ถูกตัดสิทธิ์ ทุกคนยังอยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่ออกไป
เด็กภูมิใจไทย ซัด 'ไอซ์ รักชนก' จิตใจไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตย หลังฟาด 'ดีอี' จัดเวทีฟอกขาว TH-AI PASSPORT
"เด็กภูมิใจไทย" ตอกกลับ "ไอซ์ รักชนก" จิตใจไม่เป็นประชาธิปไตย หลังออกมาวิจารณ์เวทีรับฟังความเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT มูลค่า 1.6 พันล้าน เป็นแค่การฟอกขาว ยันตอนทำประชาพิจารณ์ ไม่มีใครเข้ามาให้ความเห็นอะไรเลย แต่เมื่อโครงการได้ผู้รับจ้างแล้ว เพิ่งจะมีเสียงวิจารณ์
ไม่มีอะไรในกอไผ่! โฆษกรัฐบาล แจงภาพอนุทินจับมือฮุนมาเนต แค่ทักทายกันตามมารยาท
โฆษกรัฐบาล โพสต์ชี้แจงภาพนายกฯอนุทินจับมือฮุน มาเนต ว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม นายกฯอนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช”

