ไฟเขียว อดีตส.ส.คนดังถือบัตรประจำตัวประชาชน 2 ใบ เป็นกรรมการผู้ช่วยรมต.

8 มี.ค.2565 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 มีมติเห็นชอบการแต่งตั้ง นายดิสทัต คำประกอบ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีอีกหนึ่งวาระ ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ดังกล่าว จึงแต่งตั้ง นายดิสทัต คำประกอบ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สำหรับนาย นายดิสทัต คำประกอบ เป็นน้องชายนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครสวรรค์ สังกัดพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2554

อย่างไรก็ตามในปี 2555 นายดิสทัต ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) เนื่องจากขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ไม่ได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 5 ปี ในจังหวัดที่ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น

โดยพบว่านายดิตทัส ถือบัตรประจำตัวประชาชน 2 ใบ ในชื่อว่า "ดิสทัต" และ "ดิสทัย" ซึ่งทั้งสองบุคคลเกิดวันเดือนเดียวกันแต่ห่างกัน 9 ปี ทั้งนี้นายดิสทัต มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพียง 3 ปี แต่นายดิสทัย มีชื่ออยู่ในทะเบียน 37 ปี ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว โดยเห็นว่านายดิสทัต และนายดิสทัย เป็นบุคคลเดียวกัน จึงถือว่าเขามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเกินกว่า 5 ปี

ในการการเลือกต้ัง ส.ส.ปี 2557 นายดิสทัต สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทยลำดับที่ 85  ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็นระดับ’มีเสถียรภาพ’

Fitch เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+