'อภิสิทธิ์' จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บกำไรลาภลอยโรงกลั่น แทนกู้เงิน 4 แสนล้าน

“อภิสิทธิ์” ซัดออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่เหมาะกับสถานการณ์ เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ หวั่นรัฐบาลใช้หมดใน 4 เดือน ซ้ำเติมเงินเฟ้อ-หนี้สาธารณะ จี้แก้พลังงานที่ต้นตอ ด้าน “กรณ์” แฉกำไรไทยออยล์พุ่ง 456% จี้เก็บภาษีลาภลอย

13 พฤษภาคม 2569 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ายังมีแนวทางอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่าและไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตรุนแรงจนจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยยกตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังเติบโต 1.5% ดัชนีภาคอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.8% รวมถึงบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดีส์ยังปรับมุมมองประเทศไทยดีขึ้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้ชี้ว่าระบบเศรษฐกิจขาดเสถียรภาพ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้รัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้รัฐบาลใช้ดุลยพินิจออก พ.ร.ก.ได้ แต่ต้องเป็นไปโดยสุจริตและสอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลัง หากพบว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านพร้อมใช้กลไกตรวจสอบต่อไป

นายอภิสิทธิ์ ยังแสดงความกังวลต่อแผนใช้งบ 2 แสนล้านบาท ในโครงการ “คนละครึ่ง ไทยช่วยไทย” ภายในเวลาเพียง 4 เดือน โดยมองว่าหากเงินถูกใช้หมดเร็ว ขณะที่วิกฤตยังไม่คลี่คลายและเงินเฟ้อยังพุ่งสูง จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจ ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อหนี้สาธารณะที่ใกล้แตะเพดาน

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานโดยไม่ต้องกู้เงิน ได้แก่ การลดหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ราคาดีเซลลดลงเหลือลิตรละประมาณ 33 บาท การเก็บภาษีลาภลอยจากธุรกิจพลังงานเพื่อลดราคาน้ำมันลงได้ถึงลิตรละ 30 บาท และการส่งเสริมไบโอดีเซล B20-B50 เพิ่มการใช้ปาล์มน้ำมันในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าและช่วยเกษตรกรสวนปาล์ม

นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์รูฟของรัฐบาล อาจสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศต่ำ เพราะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติและมีความเสี่ยงสนับสนุนการนำเข้า มากกว่าการสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ

“หากรัฐบาลยอมกลับลำ ไม่กู้เงิน แล้วหันมาลดราคาน้ำมัน ลดราคาสินค้า ใช้งบเท่าที่จำเป็นดูแลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และดำเนินการผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ จะเป็นผลดีกับประชาชนมากกว่า นายกฯ ก็ไม่ต้องมาขับรถพุ่มพวง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 ของ ไทยออยล์ สะท้อนชัดว่ามี “กำไรลาภลอย” จากวิกฤตพลังงาน โดยบริษัทมีกำไรถึง 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5 เท่า หรือ 456% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่ากำไรทั้งปีที่ผ่านมาอีกประมาณ 30% สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลปล่อยให้ต้นทุนพลังงานสูงเกินควร ทั้งจากการกำหนดราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่พุ่งขึ้นถึง 16-17 บาทต่อลิตร พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณาเก็บภาษีลาภลอยจากธุรกิจพลังงาน เพื่อนำรายได้กลับมาช่วยเหลือประชาชนแทนการกู้เงินเพิ่มเติม แทนที่จะเร่งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อบรรเทาภาระประชาชน กลับปล่อยให้ราคาพลังงานสูง แล้วนำมาใช้เป็นเหตุผลในการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเยียวยา ทั้งที่หากแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ก็อาจไม่จำเป็นต้องกู้เงินตั้งแต่แรก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน

'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้าบอร์ดเศรษฐกิจ หาข้อสรุปแหล่งเงิน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล  รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส หลังนำเสนอเป็นวาระเพื่อทราบต่อคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนว่า  กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ห

รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง

'ศุภจี' เผยโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ยังไม่เข้า ครม. ต้องดูกันอีกยาวมีงบเหลือเท่าไหร่

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์  ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กล่าวถึง การพิจารณาโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ว่า ขณะนี้กำลังพูดคุยกันอยู่ เพราะต้องดูว่า เงินที่เรามีอยู่ในวงเงินที่จำกัดขณะนี้ ต้องดูการผ่านงบประมาณใ

'โจ มณฑานี' เย้ย ปชป. มาถึงจุดที่ไม่มีใครเอา กระแสข่าวตั้งรัฐบาลส้ม เขียว แดง ก็ยังไม่มีฟ้าเลย

โจ มณฑานี ตันติสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่พี่สังเกตเห็นในกระแสข่าวรัฐบาลส้มโอแดงคือ ไม่มีฟ้าอยู่ในนั้นเลย มาถึงจุดที่เป็นพรรคที่ทุกฝั่งลืมได้ไงเนี้ย

นายกฯ ลั่นกลางวง ครม. รัฐบาลมีเสถียรภาพ ขอ รมต. สบายใจ อย่าหวั่นไหวคำถามยุยง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า จากการนำเสนอข่าว เรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งสื่อมวลชนรับทราบคำตอบจากพรรคร่วมรัฐบาลและนายกฯไปแล้วว่า รัฐบาลนี้มีเสถียรภาพและทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่