“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบโปรเจกต์ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ
21 กันยายน 2569 - เวลา 10.00 น. ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและความโปร่งใสในการดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีวงเงินงบประมาณรวมกว่า 1,621 ล้านบาท
ดร.การดี เปิดเผยภายหลังการยื่นหนังสือว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการยกระดับทักษะ AI ให้กับคนไทยอย่างเต็มที่ แต่งบประมาณแผ่นดินทุกบาทต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า โปร่งใส และสร้างอนาคตให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พบความเสี่ยงสำคัญเร่งด่วนที่จำเป็นต้องให้องค์กรอิสระอย่าง สตง. เข้ามาตรวจสอบก่อนที่จะมีการตรวจรับและเบิกจ่ายงบประมาณ
พร้อมกับได้ระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นเร่งด่วนในขณะนี้คือเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณใกล้เข้ามาแล้ว โดยในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมได้เปลี่ยนรูปแบบมาจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง หรือ ‘Pay per Active User’ (ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่) แต่เมื่อเข้าไปวิเคราะห์ในรายละเอียดของ TOR และสัญญาที่ทำขึ้นใหม่ กลับไม่พบหลักเกณฑ์การคำนวณที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร สาระสำคัญส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง
“สิ่งที่เรากังวลมากคือ การเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจโดยไม่มีเกณฑ์ในสัญญาที่รัดกุม ท่ามกลางกระบวนการที่เราเริ่มเห็นข้อสังเกตเรื่องการ ‘ปั๊มยอดใช้งาน’ เข้ามาในระบบเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ เงินภาษีของประชาชนอาจต้องจ่ายไปโดยไม่สะท้อนการยกระดับทักษะที่แท้จริง” ดร.การดี กล่าว
สำหรับประเด็นหัวใจสำคัญ คือ การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ TOR กำหนดไว้ โดยเอกสาร TOR หมวด 3 ข้อ 3.16 ระบุไว้ชัดเจนในคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอว่า “ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป” และข้อ 3.15 กำหนดให้ต้องมีนโยบายป้องกันการทุจริต
ดร.การดี ได้ย้ำว่า ข้อตกลงคุณธรรมคือกลไกสากลที่เปิดให้มีตัวแทนภาคประชาชนหรือบุคคลภายนอก (Third Party) เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างไปจนถึงการตรวจรับงาน แต่โครงการนี้กลับไม่มีกระบวนการดังกล่าว
“เงื่อนไขนี้เขียนไว้ในหมวดคุณสมบัติ จึงเป็น ‘เงื่อนไขบังคับ’ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องปฏิบัติ แม้หน่วยงานจะอ้างว่าไม่ได้รับคัดเลือกผู้สังเกตการณ์อิสระ แต่การลงนามเป็นข้อผูกพันตรงของผู้ยื่นข้อเสนอที่ต้องทำ เมื่อไม่มีการลงนาม จึงเกิดคำถามสำคัญทางกฎหมายว่า การประกาศผู้ชนะและลงนามสัญญาโดยขาดคุณสมบัติตาม TOR ที่กำหนดขึ้นเองนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายทำให้สัญญาจ้างนี้มีปัญหาจนถึงขั้นเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ สตง. ต้องชี้ขาด” ดร.การดี ระบุ
ทั้งนี้ในหนังสือที่ยื่นต่อ สตง. ได้ระบุข้อสังเกตสำคัญรวม 7 มิติ ได้แก่ 1. ความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและข้อสังเกตการล็อกสเปก 2. การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR 3. ความคุ้มค่าและผลสัมฤทธิ์ของระบบ AI ที่ใช้งานจริง ซึ่งพบว่าคุณภาพยังต่ำกว่า AI ฟรีทั่วไป
4. นิยาม ‘ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่’ ฐานเบิกจ่ายกว่า 1,481 ล้านบาท ที่มีส่วนต่างทางการเงินสูง 5. การแก้ไขข้อกำหนดทางเทคนิค (Concurrent Users) เพิ่มขึ้น 10 เท่าหลังลงนามสัญญา 6. ความเสี่ยงด้านอธิปไตยข้อมูลและการส่งข้อมูลไปประมวลผลต่างประเทศ ขัดเงื่อนไข Data Localization และ 7. การขาดดัชนีชี้วัดผลสัมฤทธิ์ (KPI) ที่วัดการเพิ่มทักษะของคนไทยได้จริง
พรรคประชาธิปัตย์จึงได้ขอให้ สตง. ใช้อำนาจตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินฯ มีหนังสือแจ้งเตือนภัยไปยังกระทรวงดีอี ให้ชะลอการตรวจรับงานและเบิกจ่ายงบประมาณในงวดถัดไปไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินแผ่นดินที่มิอาจเรียกคืนได้
“การยื่นหนังสือในครั้งนี้มิได้มีเจตนาขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ หากแต่เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในการปกป้องเงินภาษีของประชาชน และส่งเสริมให้โครงการขนาดใหญ่ของรัฐเติบโตไปพร้อมกับหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างโปร่งใส คุ้มค่า และยั่งยืนอย่างแท้จริง” ดร.การดี กล่าวในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม
กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ
ปชป.จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
“ประชาธิปัตย์” ชี้ราคาน้ำมันโลกลงแต่ราคาหน้าปั๊มยังไม่ลด เพราะกบน.หั่นชดเชยกองทุน ย้ำลดราคาโรงกลั่นไม่พอ ต้องลดภาษีสรรพสามิตทันที พร้อมถามรัฐบาล ทำไมไม่ใช้เงินไทยช่วยไทยพลัสกว่า 5 หมื่นล้านมาช่วยลดค่าน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ
ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’
“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้
'วิเวียน' ยื่น 3 ข้อเสนอนโยบาย แก้มลพิษ ลักลอบทิ้งกากสารเคมีในเขต EEC-ปราจีนบุรี
นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัย ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (BluePrint) แถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรมและการลักลอบขนถ่ายกากสารเคมีพิษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดแพลตฟอร์ม "จับตา" รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จนได้หลักฐานปฐมภูมิชี้ชัดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่
ปชป. เรียกร้องนายกฯ ใช้ความกล้ายกเลิกประมูลเรือฟริเกต
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากลในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ
'นิพิฏฐ์' ขอเคลียร์ใจสื่อ! ก่อนทำเรื่องใหญ่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เคลียร์ใจกันก่อน" โดยระบุว่า

