'มือกฎหมายรัฐบาล' มองโผ 10 หน่วยงานรัฐ เรียกรับสินบน เป็นผลวิจัย ไม่ใช่ปัญหา ต้องตรวจสอบจริงหรือไม่

“ปกรณ์” เผย ข้อเสนอ กกร. แนวทางตรงกับรัฐบาล สางทุจริตภาครัฐ นําร่อง 4 หน่วยงานโปร่งใส ดัน Digital Goverment ลดใช้ดุลพินิจ ชี้ ไม่ปล่อยไว้แน่ 10 องค์กรเสี่ยงทุจริต หากตรวจสอบพบ พร้อมฟันรายบุคคล

15 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน ว่า ข้อเสนอของ กกร. ตรงกับนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามทุจริต ซึ่ง กกร.เสนอให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ มีความเห็นตรงกันว่า ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรอง ที่กำหนดขั้นตอนรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ ที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมาก โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทั้งหมด ในเรื่องการผลักดัน Open Goverment กับ Digital Goverment ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะหากเป็นดิจิทัลก็จะโปร่งใสตรวจสอบได้

นายปกรณ์ กล่าวว่า จะมีการเสนอให้มี 4 หน่วยงานนำร่อง ให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ ก่อนขยายไปยังหน่วยงานอื่นต่อ นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัยใน 7 อุตสาหกรรม และจะพยายามช่วยกันทำ โดยในเบื้องต้นได้ให้ กกร.ไปพิจารณาว่า กฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและควรแก้ไขมีอะไรบ้าง ก่อนจะนำเสนอมาที่รัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่ กกร.มีการทำแบบสำรวจจัดอันดับ 10 องค์กรรัฐที่เสี่ยงต่อการทุจริต จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว การจัดอันดับดังกล่าวเป็นผลการวิจัย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เข้าใจกันดี ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ว่าหากตรงไหน ปรากฏเป็นข่าว ก็ต้องมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ต้องปรับปรุงและจัดการกับคนไม่ดีเสีย

เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการตรวจสอบทั้ง 10 หน่วยงานนี้เพิ่มเติมหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับไปดู เพราะเมื่อมีข้อห่วงใยเช่นนี้ ก็คงปล่อยไม่ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย

ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

มติศาล รธน. 7:2 ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

"ศาลรัฐธรรมนูญ" ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงินวิกฤตพลังงาน พ.ศ. 2569 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 โดยประเด็นเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ศาลมีมติเห็นพ้องเป็น “เอกฉันท์” ขณะที่งบลงทุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ผ่านฉลุยด้วยมติ “เสียงข้างมาก 7 ต่อ 2” หลังตุลาการเสียงข้างน้อยมองว่ายังไม่จำเป็นเร่งด่วน

'อ.อัจฉราวดี' ให้คะแนนรัฐบาลผ่านฉิวเฉียด หากไม่ติดเรื่องปราบทุจริต-ราคาน้ำมัน จะดีกว่านี้

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพราะอาจารย์รณรงค์ให้เลือกพรรคสีน้ำเงิน จึงคอยสอดส่องดูการทำงานของรัฐบาลมาตลอด อาจไปไม่ครบทุกส่วน แต่ผลงานสำคัญและเรื่องที่ประชาชนในชาติท้วงติงก็จะไม่พลาด แต่อาจไม่ยกมาพูดถึงทุกประเด็น

'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม