“ปกรณ์” เผย มท.เสนอคืนปืนเถื่อนโดยไม่ต้องรับผิด ย้ำร้านขายปืนมีส่วนช่วยในการควบคุมเหมือนในต่างประเทศ เพิ่มดูสุขภาพจิตด้วย ขอประชาชนอย่าใช้อารมณ์ “โสภณ” ลั่นรัฐสภาปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มี สส.โดนยิงตาย เปิดสมัยประชุมสภาฯ ใครพกอาวุธ-ไร้บัตรแสดงตนห้ามเข้าเด็ดขาด ขอ สส.ไม่ใช้อภิสิทธิ์ ปลื้มเจอกับตัว ตำรวจสภาเรียกเข้าเครื่องเอกซเรย์ แม้ประธานก็ไม่เว้น ยันไม่ได้จัดฉาก
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 สิงหาคม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการควบคุมอาวุธปืนว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้มีการควบคุมอาวุธปืน และให้ตนดูแลปรับปรุงข้อกฎหมายใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค. กระทรวงมหาดไทยได้มาขอหารือนอกรอบเบื้องต้น เพื่อกลับไปประสานงานกับทางเลขาฯ คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลต้องทำงานร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายละเอียดที่สังคมเป็นห่วงเกี่ยวกับการครอบครองปืน และการพกพาจะต้องดูทั้งหมดใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า อย่างที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ คือต้องดูแลตั้งแต่ต้นทาง การนำเข้า การจำหน่าย การมีไว้ในครอบครอง เรื่องใบอนุญาต รวมถึงการนำไปใช้ต่างๆ สุดท้ายไม่ใช่เรื่องของปืนอย่างเดียว ยังรวมถึงเรื่องกระสุนปืน จะต้องสัมพันธ์กับประกาศที่จะมีการใช้ด้วย นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่มีการใช้ปืน ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่ให้กระสุนรั่วไหลไปที่อื่น ระบบการอนุญาตต้องมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาทำด้วยมือ ออกคนละใบสองใบก็ไม่รู้อยู่ตรงไหนแน่ ต้องทำให้พบยอดได้ทั้งหมด ซึ่งถ้านำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จะทำให้การอนุมัติอนุญาตเร็วขึ้น สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้น และดูได้ว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง
เมื่อถามว่า ปืนที่ขณะนี้มี 10 ล้านกระบอกในประเทศ จากนี้จะไม่ได้เพิ่มไปมากกว่านี้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ตอนนี้จะไม่มีอนุมัติเพิ่ม ร้านปืน ที่ต้องมีความรับผิดชอบในการดูแลการขายปืน ต้องมีควบคุมเหมือนในต่างประเทศ ที่ควบคุมตั้งแต่ร้านขายปืน ไม่ใช่อยู่ที่เจ้าหน้าที่อย่างเดียว ถ้าร้านได้รับการอนุญาตให้ขาย คนขายก็ต้องช่วยรัฐดูแลด้วยว่าจะขายให้ใคร และเรื่องของสุขภาพจิตต่างๆ ต้องมีการตรวจสอบด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีการดูแลกันตรงนี้ ซึ่งในต่างประเทศเขาดูหมด และในเรื่องของตัวเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลกำกับให้เข้มข้นขึ้น แต่มันยาก เพราะระบบที่ผ่านมาปืนรั่วไหลไปในท้องตลาด อยู่ในมือของผู้คนเยอะไปหมด
"ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ บอกให้ประชาชนอย่าใช้อารมณ์กันมาก ซึ่งเรื่องที่จะให้เอาปืนมาคืนก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ คล้ายๆ ว่าถ้ามีปืนแต่ไม่มีใบอนุญาต ป.4 ให้นำปืนมามอบคืนกับทางราชการก็จะไม่มีความผิด กระทรวงมหาดไทยเสนอมาอยู่เหมือนกัน อยู่ในสิ่งที่กำลังทำ"
รองนายกฯ กล่าวว่า ในต่างประเทศที่ออสเตรเลียมีเหตุการณ์กราดยิงที่หาดบอนได รัฐบาลกลางของออสเตรเลียก็ออกกฎหมายมาคือการซื้อปืนคืนจากผู้ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังเป็นกฎหมายที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะมีบางรัฐไม่ยอมรับกฎหมายฉบับนี้ เช่นนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ส่วนบางรัฐก็โอเคไม่มีปัญหาทำได้ แต่ราคาที่ซื้อก็อีกราคาหนึ่ง เช่น ซื้อมาแพงแต่รัฐรับซื้อในราคาถูกกว่าประมาณ 1,000 เหรียญฯ ซึ่งไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเซตระบบเรียบร้อย ผู้ที่มีปืนไม่สามารถนำปืนไปจำนำได้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า โดยหลักปืนจำนำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะปืนออกให้เฉพาะตัวผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น ตรงนี้ชาวบ้านไม่รู้ เอาปืนมาวางแล้วเอาเงินไปจำนำไว้ผิด ซึ่งคนรับจำนำไว้ผิดกฎหมาย และขณะนี้ถือว่าผิดกฎหมายอยู่ ถึงได้บอกว่า ถ้าเอาปืนไปจำนำแล้วผิดกฎหมาย เอามาคืนหลวงดีกว่าหรือไม่ หรือเอาไปให้เจ้าหน้าที่ได้เลย ไปแสดงความบริสุทธิ์ใจได้เลย ไม่ต้องรอกฎหมายออกว่าเราครอบครองปืนโดยมิชอบ
เมื่อถามย้ำว่า รวมถึงปืนเถื่อนด้วยหรือไม่ ที่ต้องเอามาไว้กับรัฐ นายปกรณ์กล่าวว่า ทั้งหมด ปืนอะไรก็ตามถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามให้เขานำสิ่งเหล่านี้มาคืน และออกกฎหมายมา ถ้าใครเอาปืนมาให้ทางราชการ สิ่งที่ไม่ชอบก็ไม่เป็นความผิด ซึ่งทำมาแล้ว 8 หน แต่รับได้บางส่วนเท่านั้นเอง มันไม่ได้เยอะ เพราะระบบการอนุมัติอนุญาตล้าสมัยอยู่แค่นั้นเอง
เมื่อถามว่า จะมีการนำการปรับปรุงกฎหมายของต่างประเทศมาศึกษาด้วยหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า นโยบายปืนไม่เหมือนกันในทุกประเทศ แต่ละประเทศมีกฎหมายไม่เหมือนกัน อย่างที่สหรัฐก็จะเสรีปืนตามรัฐธรรมนูญ มีการซื้อขายปืนโดยเสรี มีกระทั่งปืนอาวุธสงคราม เพียงแต่ร้านขายปืนได้รับการอนุมัติอนุญาตในการขายปืน ดังนั้น ตัวร้านจะมีส่วนช่วยกับรัฐในการดูแลอย่างมาก ทั้งในเรื่องตัวปืน เครื่องกระสุนปืน พฤติกรรมของผู้ซื้อ เพราะมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ขายปืนให้ใครก็ได้ ถึงแม้คุณจะมีใบอนุญาตเขาก็มีสิทธิ์ปฏิเสธ ส่วนที่ออสเตรเลียเขาควบคุมปืนอยู่แล้ว ปืนทุกกระบอกต้องมีใบอนุญาต แต่บางคนก็มีเหมือนบ้านเราคือ มี 30-40 กระบอก เพราะบางคนชอบ ห้ามไม่ได้ แต่คนพวกนี้มักไม่เอาไปทำอะไรใคร แต่คนมักจะไปทำอะไรใครคือคนที่มีปืนเถื่อน
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาฯ กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภาว่า สภามีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นยิ่งขึ้นจากที่ระเบียบมีอยู่แล้ว ฉะนั้นใครที่จะเข้ามาที่รัฐสภา จะต้องปฏิบัติตามระเบียบของสภา อย่างเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (18 ส.ค.) ตนมาสภาด้วยความเคยชิน เดินเลี่ยงไม่เข้าเครื่องเอกซเรย์ ปรากฏว่าตำรวจสภาไม่ยอม โดยชี้ให้ตนไปเดินเข้าเครื่องเอกซเรย์ ทำให้ตนปลื้มใจมาก ซึ่งทำให้เห็นว่ามาตรการที่เราจะเปลี่ยนสภาแห่งนี้ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเราได้เห็นชัด
“ต่อไปใครที่จะเข้ามาสภาต้องห้ามในเรื่องอาวุธปืน และขับรถเข้ามาต้องเปิดกระจกให้เจ้าหน้าที่ได้ดูก็อย่าโวยวาย รวมทั้งเรื่องติดบัตร เมื่อก่อนผมก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง แต่ตอนนี้ต้องติด ผู้นำต้องติดบัตร ที่สำคัญตนให้นโยบายไปว่า ใครไม่มีบัตรถ้าตำรวจสภาเห็นจะต้องสอบถาม ถ้าตอบไม่ได้ต้องถูกเชิญออก” นายโสภณกล่าว
เมื่อถามว่า มาตรฐานนี้ใช้กับ สส.ด้วยหรือไม่ เพราะบางคนอาจจะเบ่งว่าเป็น สส.แล้วไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจ นายโสภณกล่าวว่า ดูได้จากเมื่อเช้านี้ที่ตนยกตัวอย่าง ระหว่าง สส.กับประธานสภาฯ ตำรวจสภาเขาเกรงใจใครมากกว่า ตนชื่นชมเขาด้วยหัวใจ ยกนิ้วโป้งให้เขา แต่ขอให้ตำรวจสภาทำอย่างนี้จริงๆ เพราะวันนี้ตำรวจสภาเปลี่ยนไปมาก สมัยก่อนมีทิปให้ มาวันนี้ตนห้ามเด็ดขาดไม่ให้รับทิป ถ้าสภาไม่มีระเบียบวินัยเราก็สร้างศรัทธาให้กับประชาชนไม่ได้
“ใครที่จะเข้ามาที่สภาก็ไม่มีข้อยกเว้น จึงอยากให้สื่อช่วยแจ้งไปก่อน เขาจะได้รู้ ฉะนั้นถ้าพกอาวุธก็ต้องเก็บ ฝาก ยึดไว้ ไม่ให้นำเข้าข้างในไม่ว่าใครก็ตาม โดยเรามีที่เก็บให้” นายโสภณกล่าว
ถามว่า ที่ผ่านมา สส.มักจะนำบุคคลภายนอกเข้าไปถึงห้องทำงานส่วนตัว จะเข้มงวดด้วยหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า ต้องเข้มงวดด้วย เพราะในอดีตเรื่องนี้มีปัญหามาก แม้แต่ห้องประชุมด้านใน ซึ่งเราให้เข้าเฉพาะ สส. ก็มีบางคนใช้อภิสิทธิ์เอาบุคคลภายนอกเข้ามา ดังนั้นขอเถอะ เราจึงต้องป้องกันอย่างเข้มข้นไม่มีอภิสิทธิ์ เมื่อถามว่า การันตีในความปลอดภัยที่กำลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในสัปดาห์หน้าใช่หรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า เราพร้อมแล้ว อบรบแล้ว ซึ่งตนเริ่มสร้างวินัยให้กับตำรวจสภาไม่ใช่เกิดเหตุแล้วเพิ่งจะมาทำ และเรามีหลักประกัน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่มี สส.โดนยิงตาย อย่างที่ กมธ.งบประมาณปี 2570 กังวล เพราะถ้าใครไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐสภาวางไว้ก็เข้าสภานี้ไม่ได้ ที่สำคัญเราได้ส่งเสริมสมรรถภาพของตำรวจสภาอยู่แล้ว
“อย่างที่ผมยกตัวอย่างไป ไม่ใช่ว่าผมจัดฉาก ผมเดินไม่เข้าเครื่องเอกซเรย์เขายังบอกให้ไปเข้าเครื่องเอกซเรย์ และยืนยันว่าดูแลทั่วถึงแน่นอน แม้สภาจะมีทางเข้าหลายทาง รับรองความปลอดภัย ที่นี่ต้องปลอดภัย” นายโสภณกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภท.ปัดสนิทวิทยา ตั้งกก.สอบปมโอ๋
“ภราดร” ข้องใจ “ฝ่ายค้าน” เล็งซักฟอก “รัฐบาล” ปมทุจริต
‘คลัง’กาง3แผน ดันเศรษฐกิจโต เที่ยวไทยทันต.ค.
“อนุทิน-เอกนิติ” ยังไม่พอใจจีดีพีขยับมาที่ 2.2% นายกฯ บอกโตได้มากกว่านี้
หนูต่อยอดร่วมมือออสซี่ จีบ53บิ๊กธุรกิจบินลงทุน
นายกฯ ประกาศวิสัยทัศน์ในออสเตรเลีย ชูจุดยืนไทย "ไม่เลือกข้างแต่ต้องมีทางเลือก" ท่ามกลางความขัดแย้งระดับโลก
นิพนธ์เฮ!อุทธรณ์ยกฟ้องไร้กลั่นแกล้ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้อง “นิพนธ์ บุญญามณี” คดีไม่จ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง สมัยเป็นนายก อบจ.สงขลา ชี้ใช้อำนาจตรวจสอบเพื่อประโยชน์ราชการ ไม่พบเจตนากลั่นแกล้งเอกชน
'ปกรณ์' เผยมหาดไทยเสนอคืน 'ปืนเถื่อน' โดยไม่ต้องรับผิด
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการควบคุมอาวุธปืนว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้มีการควบคุมอาวุธปืน และให้ตนดูแลปรับปรุงข้อกฎหมายใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค. กระทรวงมหาดไทยได้
ไทยพลัสเฟส2ยังลุ้นต่อ สศช.ขยับจีดีพี69โต2.2
“ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” ยังไม่ชัด “อนุทิน” บอกอะไรทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีต้องคิดทุกวัน แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ-ประชานิยม

