“ประชาธิปัตย์” เปิดตัว “ อนุชา บูรพชัยศรี” ชิงผู้ว่าฯ กทม.ตามคาด สโลแกน “กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร and more สะดวก สะอาด สบาย” ด้าน“อภิสิทธิ์” การันตีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต เป็น สส. 3 สมัยรู้ปัญหา กทม. ดี เคยแก้วิกฤตพลิกธุรกิจฝ่าต้มยำกุ้งเป็นบริษัทชั้นนำ ชูผลงานในอดีตผู้ว่าฯกทม.ของปชป.ขยายรถไฟฟ้าฝั่งธนฯ-อ่อนนุช สร้างหอศิลป์ รับเป็นรอง “ชัชชาติ” แต่ขอโอกาสคนกรุงฯ เข้าไปทำงาน ด้าน”อนุชา”ลั่นไม่ยอมแพ้แม้ผลโพลเป็นรอง ขอบคุณ ปชป จุดไฟในตัว มั่นใจสร้างรอยยิ่มกลับมาสู่คนกรุงได้
16 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กทม. นายกรณ์ จาตกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฯ นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคฯ ทั้งนี้ยังมีอดีตผู้บริหารกทม.ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ในยุคของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นายวัลลภ สุวรรณดี อดีตรองผู้ว่าฯกทม. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ในยุคของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร่วมแถลงเปิดตัว นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 50 เขต ในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ
โดยก่อนที่จะเปิดตัว นายสกลธี ทำหน้าที่พิธีกรพร้อมเปิดใจว่า วันนี้เป็นวันที่ตนโล่งใจมาก ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีสื่อมวลชน รวมถึงญาติพี่น้องถามว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นใคร ซึ่งตนบอกไม่ได้เพราะรู้อยู่ไม่กี่คน ถ้าหลุด หัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ก็คงจะทราบว่ามาจากไหน และต้องขอโทษสื่อมวลชนที่ไม่สามารถบอกได้ แม้กระทั่งพ่อแม่ของตนก็ไม่ทราบ ซึ่งตนถูกถามทุกวันตอนทานข้าว จนพ่อแม่ก็คิดว่าลูกชายจะลงสมัครเอง
“วันนี้ดีใจและโล่งใจ มีหลายอย่างหลายเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเมื่อเช้าวันนี้(16 พ.ค.) หัวหน้าพรรคฯได้แจ้งให้กรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคฯรับทราบเพื่อขออนุมัติบุคคลผู้จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.”นายสกลธี กล่าว
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจกับการเลือกตั้งกทม. ที่ผ่านมาพรรคฯได้ทำงานร่วมกับคนกทม.มายาวนาน สิ่งที่ต้องการยืนยันคือ พรรคฯมีบุคลากรจำนวนมากที่มีความเชี่ยวชาญและผูกพันกับคนกทม.การทำงานของประชาธิปัตย์ทุกเวที และทุกพื้นที่ ทำงานเป็นทีม ด้วยความรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงใส่ใจการทำงานของบุคลากรในทุกระดับ แม้ระยะหลังประชาชนไม่ได้ให้โอกาส ทั้งเลือกตั้ง สส. หรือผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่าต้องห่างเหิน
“โดย อดีตผู้บริหารกทม.ที่มาร่วมงาน และผู้สมัครส.ก. คือการยืนยันทำงานเป็นทีม แม้ว่าหลายคนอาจลืมในบทบาทการทำงานในกทม. ทั้งนี้ คนกทม. เคยให้โอกาสทำงานต่อเนื่อง 4 สมัย และการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านผู้ว่าฯกทม. ทำให้ชาวฝั่งธนบุรีได้เห็นรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรก แม้รัฐบาลส่วนกลางไม่สนับสนุน และขยายรถไฟฟ้าต่อเนื่อง เป็นตัวอย่างที่มุ่งมั่นของการทำงาน และยังมีการเกิดขึ้นของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ผู้ว่าฯกทม. ดำเนินการ วันนี้กทม.มีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ แม้ยังใช้ไม่ได้ ซึ่งเรายืนยันเดินหน้าเพราะอาสาทำงานให้คนกทม. อย่างแท้จริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรอง ยืนยันว่าประชาชนไม่ตื่นเต้น และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ให้คะแนนตัวเอง 5 เต็ม 10 แต่ตนให้มากกว่านั้น เพราะท่านมีความตั้งใจ และทำให้ประชาชนอุ่นใจที่ใส่ใจปัญหา ทั้งนี้หากผู้สมัครเลือกตั้งกทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโอกาสจะทำหน้าที่อย่างใส่ใจ สิ่งที่ตนคาดหวังจากผู้ว่าฯกทม. คือทำงานใหญ่เพื่อผลักดันกทม.ให้เป็นได้มากกว่านี้ ทั้งนี้การเลือกผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์การบริหาร โดยผ่านการแก้ปัญหาหนี้ของบริษัทของครอบครัวที่มีปัญหาวิกฤติ จากเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักร เป็นการทำแบบครบวงจร พิสูจน์ทักษะและประสบการณ์ จากนั้นเข้ามาสู่การเมือง ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. จึงมีประสบการณ์ตรงกับคนกทม.
“ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ได้รับการยอมรับทางการเมืองในอุมดการณ์ของพรรค ซื่อสัตย์ สุจริต และในช่วงการเมืองขัดแย้ง ยังได้ประสานงานให้เรียบร้อย หลายคนถามว่ามีช่วงหนึ่งหายไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ไม่ต้องสงสัยว่าจะอยู่หรือไม่ หากเขาไม่ตัดสินใจ โอกาสที่ได้เป็น สส. หรือตำแหน่งบริหารเกิดขึ้นได้ แต่ความมุ่งมั่นอยากกลับมาช่วยประชาธิปัตย์ยามที่พรรคเป็นรอง ใจเขาเกินร้อย และตัดสินใจว่าวันนี้ทุ่มเทให้คนกทม. ทำให้กทม. เป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ เป็น
กทม.เมืองฟ้าอมร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่ นายอนุชา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารกทม. ตอนหนึ่งว่าเหตุผลที่ตนลงรับสมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ผลจะเป็นรองนายชัชชาติ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ย่อท้อ หรือตัดสินใจเป็นอื่น ทั้งนี้หลังการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา ตนบอกกับครอบครัวและคนใกล้ชิดว่าจะวางมือทางการเมือง ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์สอบถามตนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ แต่ตนคิดว่ายังนำเสนอประเด็นในการเมืองระดับชาติ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไม่ครบถ้วน จนนำเสนอครบถ้วนแล้ว แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนทางนโยบายและการปฏิบัติ แม้จะพูดจนหมดแล้ว
“มาวันหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสอีกครั้ง สอบถามว่าสนใจอยากมาลงสมัครเลือกตั้งกทม. เป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. จากเดิมที่หลายคนคิดว่าผมไม่สนใจและหมดไฟ แต่ผู้บริหารพรรคจุดไฟให้ผม ว่ามีอะไรที่ไม่ได้ทำให้กับกทม. จึงเป็นที่มาของวันนี้ นอกจากผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาส แนวทางการทำงานผมฐานะ สส. ตั้งแต่ปี2550 เป็นแนวทางเดียวกันกับนายอภิสิทธิ์ คือการเมืองสุจริต เป็นอีกจุดที่ผมคิดว่าเจออุดมการณ์เดิมที่เข้ามาการเมือง ทั้งนี้ผมมีผู้สนับสนุนตนต่อการทำงานการเมมืองในแนวทางการทำการเมืองที่สุจริต อย่างไรก็ดีผมได้กรอกใบสมัครแล้ว” นายอนุชา กล่าว
นายอนุชา กล่าวต่อว่าสิ่งที่อยากทำ คือ ให้กทม.เป็นเมืองฟ้าอมร And More โดยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงให้เป็นเมืองที่เป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ สำหรับนโยบาย คือ การพัฒนากทม. ให้ สะดวก สะอาด สบาย และ and more เผื่อมีคนคิดว่าไม่พอ ตนพร้อมรับฟังทุกความเห็น เช่น ความสะดวกในเรื่องการเดินทาง มีระบบฟีดเดอร์เข้าถึงการคมนาคม รวมถึงสถานพยาบาล ขณะที่การบริหาร คิดว่าเราสามารถต่อยอดได้มากกว่านี้ วันนี้มีหลายส่วนคิดว่าทำได้ดีกว่าในปัจจุบัน ถ้าตนคิดว่ากรุงเทพฯมันดีอยู่แล้ว คงไม่ก้าวลงมาอาสาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนเพื่อให้เลือกตนเข้าไปทำหน้าที่ แต่วันนี้ตนละพรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจว่า กรุงเทพฯทำได้มากกว่านี้ แม้ในโพลจะบอกว่าออกสต๊าทเราเป็นรอง เราไม่อยู่ในสายตา แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของเรา
“เมื่อผมเห็นผู้สมัครสก.และทีมงาน ซึ่งไม่ได้เพิ่งทำงานวันนี้ แต่เป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่า พี่น้องประชาชนชาว กทม.จะหวนกลับคืนมาให้เรากลับไปทำงานอีกครั้ง และมีความมั่นใจว่าเราจะนำรอยยิ้มกลับมาสู่กรุงเทพฯอีกครั้ง”นายอนุชา กล่าว
ในช่วงท้ายเปิดตัวนายอนุชา ได้มีการเปิด VTR นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยืนยันคุณสมบัติ 3 ประการของนายอนุชาที่มีความเหมาะสม ประกอบด้วย ความสามารถการเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชน เป็น สส. และเป็นคณะทำงานในรัฐบาลดูแลกรุงเทพฯ มุ่งมั่นทุ่มเทร่วมทำงานกับทุกฝ่ายและเป็นคนนำสมัย เชื่อว่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงและพัฒนากรุงเทพฯให้น่าอยู่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ.กกต.กทม. เผยหาก 'ชัชชาติ' ลาออก ต้องเลือกผู้ว่าฯคนใหม่ภายใน 60 วัน
ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงก
'ชัชชาติ' ลาออกพ้น 'ผู้ว่าฯกทม.'
ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุ
'ดร.โจ' เปิดนโยบายดูแล 'สัตว์เลี้ยง' ที่ดีกว่าสำหรับคนกรุง วันอาทิตย์นี้
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สัตว์เลี้ยงก็ครอบครัวนะ พาน้องๆ มาถกนโยบายสัตว์เลี้ยงสำหรับคนกรุงเทพกับ โจ ชัยวัฒน์ อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. นี้
สะพัด! 'อนุชา บูรพชัยศรี'ตามรอยพ่อตาลงชิงผู้ว่าฯ กทม.สังกัดประชาธิปัตย์
พรรคสีฟ้านัดสื่อเปิดตัว ผู้สมัครผู้ว่าฯ เสาร์นี้บ่ายสอง 'เสี่ยเจมส์ อนุชา' ลูกเขยอดีตผู้ว่าฯ กฤษฏา ขอตามรอยพ่อตา
ปชป. จี้พาณิชย์เร่งควบคุม 'ค่าจีพี' แพลตฟอร์มออนไลน์รีดกำไรผู้ค้าอ่วม
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในกรเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ
'อภิสิทธิ์' จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บกำไรลาภลอยโรงกลั่น แทนกู้เงิน 4 แสนล้าน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ายังมีแนวทางอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่าและไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ

