กมธ.วุฒิสภา ชงรัฐบาลฉีก MOU43 ต่อจาก MOU44 ชี้ขัด รธน.ทั้งไทย-กัมพูชา ไม่รอบคอบ การปักปันเขตแดน 26 ปีไม่คืบหน้า ด้าน “สว.พันธุ์ใหม่” ซัดรายงานไร้เหตุผล จี้ให้ปรับปรุงใหม่ หวั่นยกเลิกแล้ว ถูกกลุ่มทุนฉวยโอกาส ฮุบประโยชน์ปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
18 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 เป็นประธานการประชุมได้พิจารณารายงานศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายนพดล อินนา สว. เป็นประธานกมธ.ฯพิจารณาแล้วเสร็จ
โดยนายนพดล รายงานผลการศึกษาตอนหนึ่ง กมธ.มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นควรให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ เอ็มโอยู 2544 โดยในส่วนของเอ็มโอยู 2543 เป็นสนธิสัญญาที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปี 2543 ไม่ได้มีมติเห็นชอบ แต่มีมติเพียงรับทราบ และการอนุมัติให้ไปลงนามรับรองเอ็มโอยู 2543 ยังไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเสนอครม.ให้ความเห็นชอบก่อน และการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 2แสนในเอ็มโอยูที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตอำนาจแห่งรัฐ แต่ไม่ได้เสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น แผนที่ที่จัดทำขึ้นตาม เอ็มโอยู 2543 เมื่อเสร็จแล้ว จะไม่ได้รับการรับรองจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน และการดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตามเอ็มโอยู 2543 มีความคืบหน้าน้อยมาก แม้เวลาผ่านไปเกือบ 26 ปี ซึ่งปัจจุบัน การดำเนินการยังอยู่ในขั้นแรก จากทั้งหมด 5 ครั้ง และเกิดการปะทะกันครั้งล่าสุด
“กมธ.ยืนยันว่า ฝ่ายไทย สามารถยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องแจ้ง ให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเมื่อไทยแจ้งยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ให้กัมพูชาทราบแล้ว ไทยยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 3 เดือน หากไทยต้องการจะเจรจากับกัมพูชา เพื่อปรับปรุงเอ็มโอยู 2543 ตามที่ไทยต้องการสามารถทำได้ ถ้าการเจรจาสำเร็จ ไทยสามารถถอนการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้ แต่ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ไทยยังยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เจรจาตกลงกันได้แล้วก่อนการยกเลิก” นายนพดล กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ จะเปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายรายงานดังกล่าวอย่างกว้าง พบว่ามี สว. ที่เห็นแตกต่าง ทั้งสนับสนุนรายงานและไม่สนับสนุนรายงานเนื่องจากมองว่ามีวาระซ่อนเร้นอีกทั้งมองว่าเอ็มโอยู 2543 ยังเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการเจรจาหาทางออกกับกัมพูชาในความขัดแย้ง โดยเฉพาะเอ็มโอยู 2544 เรื่องทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งทางครม.ได้มีมติยกเลิกไปแล้ว เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา
โดยนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายไม่เห็นด้วยต่อรายงานของกมธ.ว่า การฉีกเอ็มโอยูทิ้ง เท่ากับการสูญเสียกลไกทวิภาคี และจะทำให้ไทยเดินเข้าสู่การประนอมข้อพิพาทภาคบังคับ ที่มีคนต่างชาติ 5 คนมาเป็นคนกลางพิจารณา ดังนั้นเหตุผลที่ระบุว่ายกเลิกเพื่อลดข้อกังวลจึงเป็นการเอาอธิปไตยไทยไปวางในมือของคนนอก ทั้งนี้การฉีกเอ็มโอยูทิ้ง เท่ากับไทยละทิ้งข้อตกลงว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนที่กำหนดให้เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นข้อที่ทำให้ไทยได้เปรียบกว่ากัมพูชา อย่างไรก็ตามตนมองว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่าให้กระแสชาตินิยมข่มผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ และขอให้พิจารณาว่าเราจะเป็นรัฐที่ฉลาดใช้เครื่องมือทางการทูตเพื่อต้อนคู่แข่งให้จนมุม หรือเป็นรัฐหวาดระแวงในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงตามกระแสชาตินิยมจนฉีกข้อตกลงทิ้ง ตนมองว่าการรักษาหรือปรับเปลี่ยนเอ็มโอยู 2543 เอ็มโอยู 2544 เพื่อใช้ คือยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งและสมเกียรติประเทศไทย
ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.อภิปรายว่า การพิจารณาเรื่องใดที่เป็นข้อดีหรือข้อเสีย และการเสนอทางออกควรมีตรงกลาง ไม่ใช่ชี้ไปในทางขาว หรือ ดำ แต่รายงานเสนอให้ยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ เมื่อตนดูรายชื่อ กมธ.ฯ พบชื่อของ พล.ท.ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร และ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นักวิชาการ แปลกใจว่าบุคคลทั้ง 2 เห็นด้วยหรือ เพราะมติของกมธ.ฯ ระบุว่าเป็นเอกฉันท์ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าวเพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอต่อการยกเลิกดังนั้นควรปรับปรุง แก้ไขรายงาน
นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่าตามรายงานที่ระบุเหตุผลของการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 อ้างความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกระบวนการภายในประเทศและนักกฎหมายไทยตีความหลากหลาย ตราบที่ไม่ทำให้โมฆะมีผลบังคับใช้ และระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีกระบวนการดำเนินการทางเขตแดนคืบหน้าแล้ว 600 ตารางกิโลเมตรถือว่าเป็นกระบวนการที่ได้รับการยอมรับในทางพฤตินัยแล้ว นอกจากนั้นแล้วได้ให้เหตุผลที่ให้ยกเลิก เพราะกัมพูชาละเมิดไม่รักษาสัญญาเป็นเหตุให้ยกเลิก ทั้งนี้เอ็มโอยูเป็นกลไกเชิงเทคนิคเรื่องเขตแดน เช่น สำรวจ ไม่ใช่เครื่องมือควบคุมพฤติกรรม
“ส่วนการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ของรัฐบาล ผมมีข้อกังวลต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ ต่อการยกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศในกรณีอื่นๆ และยังมีข้อกังวลต่อความเป็นธรรมและสิ่งที่ต้องสูญเสียที่จะยอมรับต่อการตัดสินที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ อันคลอส หรือไม่ ดังนั้นการศึกษาข้อดี ข้อเสียของการยกเลิก ในทางออกไม่ควรเป็นขาวหรือดำ แต่ควรออกมาในทางการคุยหรือปรับปรุงเพื่อไม่ให้สิ่งที่ลากกันมา 26 ปีเสียเปล่า อย่างไรก็ตามในวิกฤติพลังงาน ผมมองว่าควรสร้างโอกาสหาทางพัฒนาพื้นที่ปิโตรเลียมร่วมกัน ใครกันแน่ที่ฉวยเอาผลประโยชน์ประชชนในพ้นที่นั้นน เขาถือสัญชาติกัมพูชา หรือถือสัญชาติไทย แล้วมากอบโกยผลประโยชน์ทรัพยากรภายใต้ชื่อของทุนพลังงานทำให้คนไทยและคนกัมพูชาต้องใช้พลังงาน และน้ำมันราคาแพง แทนจะได้โอกาสสะสางโครงสร้างพลังงาน“นายเทวฤทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้หลังจากที่ สว.ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น และกมธ.ฯได้ชี้แจงแล้ว พล.อ.เกรียงไกร แจ้งว่าจะส่งความเห็น ข้อสังเกตและรายงานของ กมธ.ฯให้ ครม. พิจารณารับทราบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว. ผนึกกำลังเอกชนเดินหน้าผลักดันเชื้อเพลิงขับดันจรวด
กมธ.ไอซีที วุฒิสภา เดินหน้าผลักดันโครงการดินขับจรวดแห่งชาติ จับมือเอกชนหนุนไทยสู่อุตสาหกรรมอวกาศ ยกระดับเทคโนโลยีประเทศชาติบนเวทีโลก
สส.กังฟู ยันเดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้เจ้าของปั๊มเหยื่อ BM-21 หลังรัฐบาลแจงไม่เข้าหลักเกณฑ์เยียวยา
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง โพสต์เฟซบุ๊กต์ชี้แจงกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียหายจากจรวด BM-21 ของกัมพูชา ออกมาร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวจากภาครัฐ ก่อนที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า
กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี
ที่พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.ชัยรัตน์ ธรรมชาติ หัวหน้าสำนักงานคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
'อนุทิน' ขอคนไทยอย่ากังวล 'จีน' ยืนยันส่งอาวุธให้กัมพูชาแค่ซื้อขาย ไม่ได้ให้มาสู้รบไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีไทย12.5% ว่า เป็นการปรับให้เข้าเกณฑ์ ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าไทยได้ 12.5% ตนเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวของไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานภาคบังคับอะไรสักอย่างหนึ่ง ตนยังต้องไปลงในรายละเอียดว่าทำไมไม่มีการดำเนินการด้านนี้ให้เ
เหยื่อกัมพูชายิง BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมัน น้ำตาไหลวิงวอนรัฐเร่งเยียวยาหลังเหตุการณ์ครบ 1 ปี
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง รับยื่นหนังสือจาก นางกมนรัตน์ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ (บ้านน้ำเย็น) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์จรวด BM-21 ตกใส่ เมื่อ 24 ก.ค. 2568 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้การเยียวยา
สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องหลักเขต 52-54 ระยะทาง 1.3 กม. ใกล้แล้วเสร็จ
พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนเดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างรั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา

