
‘กรมทางหลวง’ เร่งขับเคลื่อนมอเตอร์เวย์ M8 ‘นครปฐม–ชะอำ’ เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคเอกชนเตรียมทบทวนแผนร่วมลงทุน พร้อมเสนอ ครม. ปักธงเปิดประมูลปี2570ตั้งเป้าเปิดทดลองช่วง นครปฐม–ตลาดจินดาปี 2575 และเปิดบริการเต็มรูปแบบปี 2577
27 ก.ค. 2569 – นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงเดินหน้าผลักดันโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สาย 8 (M8) นครปฐม–ชะอำ อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมในการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการมอเตอร์เวย์สาย 8 ช่วงนครปฐม–ตลาดจินดา–ปากท่อ
สำหรับการจัดประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโครงการและนำเสนอสาระสำคัญแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุน เพื่อประเมินระดับความสนใจในการเข้าร่วมลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอข้อเสนอแนะ ซึ่งกรมทางหลวงจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมในการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนต่อไป
นายปิยพงษ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของโครงการมอเตอร์เวย์สาย 8 ในปี 2569 กรมทางหลวงมีแผนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงนครปฐม–ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กิโลเมตร และช่วงตลาดจินดา–ปากท่อ ระยะทาง 50 กิโลเมตร จากนั้นในปี 2570 คาดว่าจะได้รับการอนุมัติโครงการและเริ่มกระบวนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน
ขณะที่ในช่วงปี 2570-2572 จะดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนงานก่อสร้างจะเริ่มในช่วงปี 2571-2576 โดยแบ่งเป็นงานโยธาใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 ปี และงานระบบพร้อมจุดพักรถใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี โดยกรมทางหลวงตั้งเป้าจะเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์สาย 8 ช่วงนครปฐม–ตลาดจินดา ภายในปี 2575 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตลอดช่วงนครปฐม–ปากท่อ ในปี 2577 เพื่อรองรับการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ภาคกลางสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ในอนาคต
นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกรมทางหลวงยังได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด รวมทั้งศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการมอเตอร์เวย์สาย 8 ระยะที่ 2 ช่วงปากท่อ–ชะอำ ระยะทาง 48 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อทบทวนและปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับบริบทด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และการพัฒนาพื้นที่ในปัจจุบัน ก่อนผลักดันโครงการเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานในระยะต่อไป

