อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวัน Mental Health Action Day ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ถนนอโศกมนตรี เขตวัฒนา นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทีม MAYDAY! และ Grab เพื่อผลักดัน “อโศกโมเดล” ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองเชิงสุขภาวะองค์รวม
ปัญหาใหญ่ที่ทุกคนรู้แต่ยังเพิกเฉย
คนกรุงเทพฯ รู้ดีว่าทางม้าลายควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด แต่กลายเป็นจุดเสี่ยงสูงสุด จากข้อมูลบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ปี 2567 พบว่าผู้เดินเท้าบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนในกรุงเทพฯ 4,477 คน และเสียชีวิต 62 คน
ผลสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ ที่สำรวจพฤติกรรมผู้ขับขี่บริเวณทางม้าลาย 24 จุดในกรุงเทพฯ ชี้ชัดปัญหาผู้ขับขี่หยุดรถให้คนข้ามเพียง 8% เท่านั้น ขณะที่ 92% ไม่แตะเบรก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีอัตราการหยุดรถต่ำที่สุด
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล กล่าวว่า “กทม.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนเดินเท้าเป็นอันดับต้นๆ เราจึงเดินหน้าปรับปรุงทางข้ามม้าลายทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 3,123 แห่ง ในปี 2569 แบ่งเป็น ทางข้ามสีเทอร์โบพลาสติก 1,018 แห่ง สีโคลด์พลาสติก 2,105 แห่ง จุดไฟกะพริบ 1,024 แห่ง ทางข้ามกดปุ่ม 353 แห่ง และยกระดับ Raised Crosswalk เพื่อช่วยชะลอความเร็วรถ เพิ่มการมองเห็น และรองรับผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์”
ธงแดง : สัญลักษณ์เรียกร้องสิทธิและความปลอดภัย
สสส. โดยนางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม (สำนัก 10) เปิดเผยว่า การผลิตและแจก “ธงแดง” เป็นการสร้างสัญลักษณ์ที่ชัดเจนให้ผู้ขับขี่เห็นจากระยะไกล ช่วยเตือนให้ชะลอความเร็วและหยุดรถ
“เมื่อเห็นคนถือธงแดงยืนรอข้าม ผู้ขับขี่ทุกคนควรหยุดรถให้ห่างอย่างน้อย 3 เมตร ตามกฎหมายที่กำหนดปรับไม่เกิน 4,000 บาท และตัดคะแนนใบขับขี่ 1 คะแนนทันที” นางก่องกาญจน์กล่าว
ปัจจุบัน กทม.ได้ติดตั้งกล่องใส่ธงแดงพร้อมธงแดงแล้ว 15 จุดบริเวณหน้าสถานศึกษาและโรงพยาบาล บช.น.จะนำธงแดงส่งต่อให้สถานีตำรวจนครบาล 88 แห่ง เพื่อรณรงค์ในชุมชน โดยเฉพาะหน้าโรงเรียนและจุดเสี่ยง
โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับสุขภาพจิต เนื่องจากวันที่จัดกิจกรรมตรงกับ Mental Health Action Day การเดินเท้าอย่างปลอดภัยในเมืองช่วยลดความเครียดจากการจราจรและส่งเสริมสุขภาวะองค์รวม
อโศกโมเดล : First-Mile/Last-Mile เชื่อมต่อการเดินทางสาธารณะ
อโศก-สุขุมวิทเป็นย่านที่คึกคักทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน จึงถูกเลือกเป็นต้นแบบ “เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย”
กทม.ปรับปรุงทางข้ามม้าลาย ป้ายศาลา และป้ายหยุดรถโดยสาร 2 จุดหลัก ได้แก่ บริเวณอาคารเสริมมิตร และแยกสุขุมวิท-อโศก พร้อมเพิ่มสถานีจักรยานสาธารณะ BMA Bike Sharing เพื่อสนับสนุนการเดินทางระยะสั้น ทดแทนรถยนต์ส่วนบุคคล
แนวคิด First-Mile/Last-Mile ช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ ส่งเสริมขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงง่ายขึ้น ประชาชนสามารถเดินจากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้า หรือป้ายรถเมล์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
นายวิศณุเน้นย้ำว่า “เมืองที่น่าอยู่เริ่มจากทุกย่างก้าวที่รู้สึกปลอดภัย เราต้องการให้คนกรุงเทพฯ กล้าที่จะเดิน และเลือกใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น”
ทางม้าลาย : จากอังกฤษสู่กรุงเทพฯ
ทางม้าลาย (Zebra Crossing) เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2477 (ค.ศ.1934) ด้วยแถบสีขาว-ดำที่ชัดเจน กลายเป็นสัญลักษณ์สากลที่ใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะบริเวณใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล และสี่แยกใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยวัฒนธรรม “หยุดให้คนข้าม” ยังไม่เข้มแข็งพอ จึงต้องใช้เครื่องมืออย่างธงแดง ไฟกะพริบ และ Raised Crosswalk มาช่วยเสริม
ผลกระทบและการขยายผล
โครงการ “อโศกโมเดล” ไม่ใช่แค่กิจกรรมชั่วคราว แต่เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อสร้างแนวทางพัฒนาเมืองสุขภาวะในเขตชุมชนเมือง ผลสำเร็จในอโศกจะถูกนำไปต่อยอดยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ
บช.น.จะเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร ส่งเสริมสโลแกน “หยุด มอง ยก ข้าม” ให้ผู้ขับขี่เคยชินกับพฤติกรรมใหม่
สำหรับประชาชน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ เพียง:
ถือธงแดงเมื่อข้ามทางม้าลาย
ชะลอความเร็วเมื่อเห็นคนยืนรอข้าม
สอนลูกหลานและคนรอบข้างถึงสิทธิและหน้าที่บนท้องถนน
เลือกใช้ขนส่งสาธารณะและเดินเท้ามากขึ้น
เมืองที่น่าอยู่ เริ่มจากความปลอดภัยทุกก้าว
“คนขับทุกคนจำไว้ว่า เมื่อเห็นธงแดง ให้หยุดรถให้คนข้าม” คือข้อความสำคัญที่โครงการต้องการส่งต่อ
การพัฒนาเมืองไม่ใช่แค่สร้างถนนกว้างหรือตึกสูง แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในทุกการเดินทาง กทม. และภาคีเครือข่ายหวังว่า “อโศกโมเดล” จะจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครที่เดินได้ เดินดี และเดินปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสุขภาวะองค์รวม เชื่อมโยงระหว่างกาย ใจ และสิ่งแวดล้อมเมือง หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง วัฒนธรรม “หยุดให้คนข้าม” จะฝังรากลึกในสังคมไทยในไม่ช้า
เชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงโครงการของ กทม. หรือ สสส. แต่เป็นโครงการของคนกรุงเทพฯ ทุกคน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.-สผผ. จับมือแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตเชิงระบบ แบบไร้รอยต่อ
สสส. ผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกระดับความร่วมมือเชิงรุก ผสานกลไก "น้ำมันหล่อลื่น" และการ "ขันน็อต" เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำในสังคมแบบบูรณาการ
ปักหมุด “อุบล อยู่ดี” สสส. สานพลังสุขภาวะ ขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่เมืองสุขภาวะต้นแบบ ผ่าน Iconic RUN Fest 2026
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ จ.อุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ภาคีด้านสุขภาพ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายกว่า 10 องค์กร จัดเทศกาลวิ่ง กิน เที่ยวเพื่อสุขภาพ Iconic RUN Fest 2026 : Run Ubon ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” ต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. 2569
"LEARN ไม่นิ่ง" เมื่อชุมชนกลายเป็นห้องเรียน เปลี่ยนการศึกษาจากการท่องจำสู่การเรียนรู้
เสียงจั๊กจั่นดังแว่วมาจากแนวป่าชายเลน ลมทะเลพัดผ่านต้นโกงกางและแสมทะเล เด็กนักเรียนกลุ่มเล็กๆ กำลังจดบันทึกสิ่งที่พบตรงหน้า บางคนก้มสังเกตรากค้ำยันของต้นโกงกาง
'ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ' สสส. สานพลัง จ.ระยอง-RILA-อาศรมศิลป์ สร้างพื้นที่สุขภาวะต้นแบบเด็ก สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จ.ระยอง (RILA) สถาบันอาศรมศิลป์ และภาคีเครือข่าย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ต้นแบบการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะและสร้างชีวิตวิถีใหม่ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs" เพื่อติดตามผลการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ จ.ระยอง

