CAR FREE DAY ประธาน กมธ.2 สภาฯ ชวนคนไทย “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดเสี่ยงโรค” ชู EV–โซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกพลังงานสะอาด

ที่อาคารรัฐสภา บริเวณลานยื่นหนังสือ ชั้น 1 (ศาลาแก้ว) - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการสื่อสารนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

ได้มีการจัดกิจกรรมสื่อสารรณรงค์ CAR FREE DAY “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดโรคเสี่ยง”

เป็นไปตามดำริของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในการขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรรัฐสภาให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนใน 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ ปัญญา และสังคม ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของข้าราชการและพนักงานทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยกิจกรรมสื่อสารรณรงค์ CAR FREE DAY “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดโรคเสี่ยง” ดังกล่าว

โดยมี บุคลากรภายในรัฐสภาร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการลดมลพิษทางอากาศ การป้องกันฝุ่นควัน การลดการเผาและการสูบบุหรี่ ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดิน การปั่นจักรยาน และการเดินทางร่วมกัน เป็นการกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการลดมลพิษทางอากาศ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันลดมลพิษ ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ร่วมกันสร้างสังคมที่มีสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมตอบแบบสอบถาม CAR FREE DAY เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและพฤติกรรมการเดินทาง รวมถึงกิจกรรมถ่ายภาพกับต้นไม้ พร้อมเขียนข้อความรณรงค์ “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดโรคเสี่ยง” เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

ด้านนางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมรณรงค์เนื่องในวัน CAR FREE DAY หรือ “วันปลอดรถสากล” ภายใต้แนวคิด “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดโรคเสี่ยง” โดยขอให้ทุกคนร่วมลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดมลภาวะทางอากาศและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมทบทวนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น การเผาในที่โล่ง พร้อมกันนี้ขอสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและพลังงานทางเลือก ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Solar Rooftop เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยมลพิษ ทั้งนี้ปัญหามลพิษในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นปัญหา “ไร้พรมแดน” ทั้งมลพิษทางอากาศและทางน้ำ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นางสาวกุลวลี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสองสภา ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาและทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ทั้งการกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ความรับผิด และบทลงโทษตามกฎหมาย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนและสังคม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสะท้อนความคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรวบรวมปัญหาและนำไปสู่การผลักดันการแก้ไขผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป

ขณะที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่าการแก้ไขปัญหามลพิษต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง ทุกคนควรตระหนักว่าการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษและก๊าซเรือนกระจก จึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ใช้รถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้า เดิน หรือปั่นจักรยานในระยะทางใกล้ๆ ซึ่งนอกจากช่วยลดมลพิษแล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เป็นการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อโลก

นายชีวะภาพ กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภาเพื่อพิจารณาอีกครั้งว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการ เพราะ “เรื่องลมหายใจ” เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการอากาศบริสุทธิ์ ไม่ควรนำมาเป็นความขัดแย้ง พร้อมยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงร่างกฎหมาย แม้การพิจารณาจะใช้เวลามาก เนื่องจากมีเนื้อหากว่า 270 มาตรา และมีข้อกังวลหลายประเด็น โดยเฉพาะการครอบคลุมแหล่งกำเนิดมลพิษจากภาคพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า ตลอดจนประเด็นใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดหน้าที่และมาตรการไว้อย่างเข้มข้น จึงต้องพิจารณาให้รอบด้านและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ คาดหวังว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะออกมาในรูปแบบที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ควรรอพึ่งกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการตระหนักถึงผลกระทบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกคน โดยกฎหมายเป็นเพียง “ยันต์เสริม” อีกชั้นหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาเท่านั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“โสภณ” เปิดประตูการทูตรัฐสภา สานสัมพันธ์โอมาน เสนอ เปิดรับลงทุน นวัตกรรม-ความมั่นคงทางอาหาร

วันที่ 22 ก.ย.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรองนายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่ง และกระชับความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ

ดัน 16 องค์กรต้นแบบ ปั้น “พี่เลี้ยง HHA”ดูแลกาย-ใจ-เงิน รับมือภัยเงียบในโลกการทำงาน

คนวัยทำงานกำลังเผชิญ “ภัยเงียบ” ที่ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพกาย แต่ลุกลามไปถึงสุขภาพจิตและสถานะทางการเงิน ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ

'โสภณ' นำคณะผู้บริหารและข้าราชการ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบสตมวาร อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ 'สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา

"โสภณ" นำทีมเสวนา "เกิดน้อยด้อยคุณภาพ" ผนึก 4 รมต.–เอกชนชั้นนำ ผลักดันแก้กฎหมาย เสนอเป็นนโยบาย สร้างคนคุณภาพ สร้างชาติยั่งยืน

วันที่ 15 กันยายน 69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน : กิจกรรมการเสวนาระดับชาติ "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ"

'โสภณ' ตรวจฝ้าถล่มโรงอาหารรัฐสภา กรมโยธาฯ ยันโครงสร้างหลักแข็งแรง

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาฯ และวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง 4 คน เข้าตรวจเช็คโรงอาหารกินนี่ ชั้นบี 2 ภายหลังจากมีเหตุฝ้าหล่นลงมาจำนวน 2 แผ่น เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

"โสภณ" ห่วงใยความปลอดภัย รุดตรวจฝ้าโรงอาหาร กรมโยธาฯ ยืนยันโครงสร้างหลักแข็งแรง สาเหตุเกิดจากความชื้นท่อแอร์ เร่งซ่อม-ขันสกรูใหญ่ขึ้นเพิ่มความแข็งแรง

วันที่ 14 กันยายน 69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาฯ และวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง 4 คน เข้าตรวจเช็คโรงอาหารกินนี่ ชั้นบี 2 ภายหลังจากมีเหตุฝ้าหล่นลงมาจำนวน 2 แผ่น เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น