
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดงานสัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2569 “CMU Executive Seminar 2026 : Inclusive Innovation for Sustainability” ระหว่างวันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ พร้อมระดมมุมมองจากผู้บริหารระดับประเทศและผู้บริหารมหาวิทยาลัย ในการออกแบบอนาคตการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพื่อยกระดับประเทศสู่ความยั่งยืน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย” โดยสะท้อนว่า วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของสถาบันอุดมศึกษาอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญของโลกพร้อมกัน ทั้งด้านพลังงาน การค้า การเงิน เทคโนโลยี การศึกษา และความมั่นคง

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ชี้ว่า มหาวิทยาลัยในยุคใหม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ผลิตองค์ความรู้” ในรูปแบบเดิม ไปสู่การเป็นกลไกสำคัญของประเทศในการคาดการณ์อนาคต สร้างนวัตกรรม สนับสนุนการปรับตัวของสังคม และร่วมออกแบบนโยบายเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงระดับโลก

ต่อจากนั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” โดยเน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนประเทศในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ให้กับประเทศ
นายยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. เปรียบเสมือน “มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์” ที่มีทั้งองค์ความรู้ บุคลากร และศักยภาพในการสร้างพื้นที่ Sandbox เพื่อนำร่องแก้ปัญหาสำคัญของประเทศในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การต่างประเทศ การจัดการภัยพิบัติ และการบริหารภาครัฐ โดยต้องเร่งเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ประเทศรายได้สูง” อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพสูงด้านนวัตกรรม การบ่มเพาะสตาร์ทอัป และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสังคม ผ่านระบบนิเวศของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ
ด้าน ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้รับผิดชอบด้านยุทธศาสตร์โดยองค์รวม ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ภายใต้หัวข้อ “Plan 13 : So Far So Good” โดยมหาวิทยาลัยสามารถบรรลุตัวชี้วัดสำคัญหลายด้าน ทั้งการได้รับการจัดอันดับ Times Higher Education Impact Rankings อันดับที่ 44 ของโลก และการได้รับรางวัล Thailand Quality Class Plus : Innovation ซึ่งสะท้อนความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยยังได้ร่วมนำเสนอความก้าวหน้าของ “แผนงานบูรณาการ” ภายใต้แผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 13 ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้ง Future Food, PM2.5 และ Water Management, Carbon Neutrality, Tourism & Creative Economy และ CMU AI เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยสู่การแก้ปัญหาสำคัญของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอกรอบการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งยังคงยึดวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารส่วนงาน เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและสังคมในอนาคต
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ กล่าวว่า แผนพัฒนาระยะที่ 14 จะมุ่งรับมือกับความท้าทายใหม่ของโลก ทั้งสภาวะโลกเดือด ปัญหาสุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร การเข้าสู่สังคมสูงวัย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี AI และดิจิทัล ที่ส่งผลต่อรูปแบบการเรียนรู้และตลาดแรงงานในอนาคต
โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งเป้าพัฒนากำลังคนทักษะสูง ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้ประโยชน์จริง ขยายบริการวิชาการสู่การพัฒนาพื้นที่และชุมชน รวมถึงยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพื่อร่วมวางรากฐานสำคัญสู่การเป็น “ประเทศรายได้สูง” ผ่านพลังของการศึกษา วิจัย และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มช. ตอกย้ำพลัง Startup คนรุ่นใหม่ ผ่าน 3 ธุรกิจนักศึกษาที่ต่อยอดสู่ตลาดจริง
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่าน “builds CMU Startup & Entrepreneurial Program” โปรแกรมสนับสนุนการสร้าง Startup
นักวิจัย มช. ถอดรหัสฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือย้อนหลัง 10 ปี ด้วย Machine Learning
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะผู้วิจัยจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช. พัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง
มช. มหาวิทยาลัยแรกของประเทศ คว้า ISO/IEC 27701 สร้างเกราะป้องกันทั้งมหาวิทยาลัย ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลทั้งองค์กร
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยแรกของประเทศไทย คว้า ISO/IEC 27701 มาตรฐาน “ดูแลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” อย่างเข้มงวด ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บ ใช้ ไปจนถึงการป้องกันและรับมือเมื่อเกิดความเสี่ยง ช่วยกันก่อนเกิดเหตุ แก้ทันเมื่อมีปัญหา
มช. ชวนเด็ก ม.ปลาย อัปสกิลช่วงปิดเทอม กับคอร์สออนไลน์ยอดนิยม เรียนสนุก ได้ใบเซอร์ เสริมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชวนชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้เวลาช่วงปิดเทอมให้คุ้มค่า กับ “คอร์สออนไลน์ยอดฮิต” ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมทักษะรอบด้าน ทั้งวิชาการ ภาษา อาชีพ และทักษะชีวิต เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา แบบ Self-Paced
มช. โชว์ศักยภาพ อันดับ 1 ของประเทศ 7 สาขา พร้อมติด Top 3 ประเทศ จาก SIR 2026
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวิชาการของประเทศ ด้วยการคว้า อันดับ 1 ของประเทศไทยใน 7 สาขาวิชาย่อย จากการจัดอันดับ SCImago Institutions Rankings (SIR) 2026 พร้อมทั้งติดอันดับ 3 ของประเทศ และอันดับที่ 2,077 ของโลก ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา จากมหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการจัดอันดับ
มช. เดินหน้าภารกิจแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่อง บูรณาการวิชาการสู่การแก้ปัญหา PM2.5 เชิงระบบ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรับมือวิกฤตมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นระบบ ควบคู่การสื่อสารเชิงรุกและการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

