
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านดิจิทัลของประเทศอย่างเป็นระบบ รัฐบาลจึงได้ผลักดันการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (กองทุนดีอี : DEF) ขึ้นตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริหารงานโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
บทบาทของกองทุนดีอี ตามพระราชบัญญัติฯ หมวด 4 คือ การส่งเสริม สนับสนุน และให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา แก่หน่วยงานรัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไป ครอบคลุม 6 ภารกิจหลัก คือ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อสาธารณะ ให้ทุนวิจัยและพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงาน สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลกระทบสูงและวงกว้าง จัดสรรงบดำเนินงานให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และบริหารค่าใช้จ่ายกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ “ที่เป็นการต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่มีอยู่เดิมหรือโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนอื่น”
กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

“กองทุนดีอี ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งสนับสนุนเงินทุนแต่เป็นกลไกสำคัญในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เราเป็นกองทุนชั้นนําในการผลักดันและเพิ่มขีดความสามารถ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเน้นโครงการที่สามารถต่อยอดได้จริง เกิดผลกระทบ เชิงบวกในวงกว้าง และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในระยะยาว” (ภาพประกอบ - ดร. เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ BDE)
สำหรับเกณฑ์การพิจารณา กองทุนดีอี ให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนดิจิทัล มีความสามารถในการบรรลุผลลัพธ์ตามเป้าหมาย และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างต่อสังคม ตลอดจนศักยภาพในการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืนหลังสิ้นสุดการสนับสนุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

โดยผู้ที่สนใจขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนดีอี สามารถติดตามความคืบหน้าของกรอบนโยบายการให้ทุนประจำปีงบประมาณ 2569 ได้ทางเว็บไซต์ https://defund.bde.go.th และ Facebook ของกองทุนฯ
มาเปลี่ยนไอเดียของคุณให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ เพราะทุกความคิดมีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง กองทุนดีอีพร้อมสนับสนุนให้ทุกไอเดียเติบโตสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” ห่วงความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มอบหมาย ทช. เฝ้าระวังแมงกะพรุนหัวขวดเกยตื้นหาดกะรน ช่วงมรสุม
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
“รมว.สุชาติ” สั่งตรวจปูพรม หาต้นตอแหล่งปล่อยน้ำเสีย สระบุรี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 5,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.61% และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.36% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้รวม 5,160 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น
“CLICX” ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของไทยที่เลขบัญชีเลือกเองได้ !!!
โออาร์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมโอกาสทางการเงินให้กับทุกคน กับเลขบัญชีที่ “คุณเลือกได้เอง” จะชอบแบบไหน CLICX เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกได้ ผ่าน Link Banner บนแอป blueplus+
PMCU ร่วมปักหมุด Bangkok Pride 2026 สู่เทศกาลระดับโลก
PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ร่วมประกาศพลังแห่งความหลากหลายครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร กับการสนับสนุนงาน “Bangkok Pride 2026” ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลอง Pride Month ระดับประเทศที่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปสู่เวทีโลก พร้อมเปลี่ยน “สนามกีฬาเทพหัสดิน”
DIT ดึง NipponBoyz ร่วมชิมเมนูไทย ปักหมุดข้าวประณีต-ผลไม้ไทย ใน “THAIFEX 2026” คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 300 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า “ปี 2569 ผลผลิตสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 30% ส่งผลให้ราคาผลผลิตภายในประเทศอาจไม่ได้อยู่ในระดับที่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น กรมการค้าภายใน ภายใต้นโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านศุภจี

