กรุงเทพฯ - วันที่ 5 มิถุนายน 2569 SIG ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ 2 ในโครงการ Forests Forward ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30x30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART Patrol แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 120 คน การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ป่าชุมชน 47 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,298 ไร่ (9,883 เฮกตาร์) รวมถึงการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน 31 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 887.5 ไร่ (142 เฮกตาร์) ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง
อีกทั้งยังพบรายงานเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าลดลงถึง 30% โดยมีทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินจำนวน 5 ทีม พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 25 คนให้สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 156,250 ไร่ (25,000 เฮกตาร์) ในแนวผืนป่าแม่ปิง โดยใช้โดรนและระบบกล้องถ่ายทอดสด เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย ลาว พม่า และกัมพูชา เอสไอจี กล่าวว่า “ป่าที่สมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ความร่วมมือกับ WWF ประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SIG ในการดำเนินงานที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การฟื้นฟูป่า การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การส่งเสริมการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไปจนถึงการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ด้านการฟื้นฟูธรรมชาติของ SIG ที่เชื่อมโยงการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว”
เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 (5 มิถุนายน) ผู้บริหารระดับสูงจาก SIG และ WWF ประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และชาวบ้านหนองโสนกว่า 180 คน ในตำบลย่านรี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ได้เข้าร่วมพิธีบวชป่าตามประเพณีและกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น โดยภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงความคืบหน้าของโครงการ พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในโครงการอนุรักษ์
นายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่าไม้องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของการอนุรักษ์ป่าในปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า ความร่วมมือกับ SIG ช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ หรือการใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลลัพธ์คือการลดความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์ป่าลงได้ 30% และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถช่วยปกป้องผืนป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ด้านนายวรภัทร คำไคร้ ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน จังหวัดตาก กล่าวว่า “สำหรับชุมชนของเรา พิธีบวชป่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงเจตนาของชุมชนในการดูแลและปกป้องผืนป่าที่เป็นแหล่งพึ่งพิงของทุกคน การฟื้นฟูป่าไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยคืนความชุ่มชื้น แหล่งอาหาร และความสมดุลให้กับระบบนิเวศ เมื่อป่ามีความสมบูรณ์ สัตว์ป่าก็สามารถอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ขณะที่ชุมชนก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป”
ทั้งนี้ ในปีที่ 3 ของโครงการ SIG และ WWF ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าต่อยอดผลการดำเนินงานในทั้ง 3 พื้นที่เป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการเสริมประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การสนับสนุนงานอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การยกระดับระบบติดตามและเฝ้าระวัง ตลอดจนการขยายผลแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในพื้นที่เป้าหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“TMA” เปิดเวที "SMEs Unlock" ชี้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับเกมธุรกิจ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน พร้อมถอดบทเรียนองค์กรต้นแบบสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดงาน "SMEs Unlock: Competing and Growing in a Changing World" เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางบริหารธุรกิจสำหรับ SMEs ไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมชี้ว่า “การปรับตัว” คือปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน
“รมว.สุชาติ” สั่งลุยทันที! ระดมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฟื้นฟูเชียงราย เร่งล้างโคลน-ทำความสะอาดบ้านผู้ประสบภัยหลังน้ำป่าคลี่คลาย
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดเชียงราย พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
จิตอาสา ปตท.สผ. ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนรถไฟ สานภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะ
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองผ่านกิจกรรมจิตอาสา “Give Grow Green” ณ สวนวชิรเบญจทัศ
PET EXPO CHAMPIONSHIP 2026 จัดใหญ่เวทีชิงแชมป์สัตว์เลี้ยงแห่งปี ช้อปโปรแรง กว่า 600 บูธ เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงทุกสายพันธุ์
วันหยุดยาวนี้ อย่าไปไหน! พาน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงทุกสายพันธุ์มาร่วมสนุกร่วมช้อปกันในงาน PET EXPO CHAMPIONSHIP 2026 งานแสดงสินค้าและบริการครบวงจรสำหรับสัตว์เลี้ยง
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือมติชน ส่งมอบวีลแชร์ 5 คัน ช่วยผู้ยากไร้ จ.น่าน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับเครือมติชน เดินหน้าส่งต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน ด้วยการมอบรถเข็นวีลแชร์จำนวน 5 คัน ให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวในจังหวัดน่าน
กรมหม่อนไหมยกระดับ “ท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม” สู่ 15 แห่งทั่วไทย เชื่อมภูมิปัญญา สร้างรายได้ชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมทั่วประเทศ

