ขร.เช็คความพร้อมรถไฟทางคู่ลพบุรี–ปากน้ำโพ พร้อมเปิด ต.ค.นี้

‘กรมราง’ อัปเดทงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมโครงการรถไฟทางคู่ช่วง ‘ลพบุรี–ปากน้ำโพ’ คืบหน้ากว่า 95% เร่งแก้ปัญหาลักตัดสายและทดสอบระบบที่เหลือ ก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเดือนตุลาคม 2569 ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพเดินรถ และรองรับผู้โดยสารในอนาคต

30 ก.ค. 2569 – นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม พร้อมทั้งตรวจความพร้อมและความปลอดภัยของระบบฯ โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ เพื่อติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณก่อนเปิดใช้งานระบบอย่างเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2569 ได้ตรวจเยี่ยมและทดสอบความพร้อมในจุดสำคัญ ได้แก่ สถานีนครสวรรค์ สถานีปากน้ำโพ และศูนย์ควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง (Central Traffic Control : CTC) แห่งใหม่ ณ สถานีนครสวรรค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมการเดินรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขบวนรถให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และลดระยะเวลาการเดินรถ

สำหรับระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมการเดินรถให้เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่ควบคุมเส้นทางเดินรถ ตรวจสอบตำแหน่งขบวนรถ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานควบคุมการเดินรถ เจ้าหน้าที่ประจำสถานี และพนักงานขับรถ ปัจจุบันระบบฯ ในเส้นทางดังกล่าวมีความคืบหน้ากว่า 95%คงเหลือเพียง 2 สถานีที่อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และยังพบปัญหาการลักลอบตัดสายอาณัติสัญญาณบริเวณสถานีลพบุรี 2 ซึ่ง ขร. ได้กำชับให้การรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินงานในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบตัดสายระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม หากสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ให้ รฟท. ดำเนินคดีถึงที่สุด การเปลี่ยนมาใช้ระบบอาณัติสัญญาณรูปแบบใหม่ พร้อมศูนย์ควบคุมการเดินรถ จะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวรถไฟในอนาคต

ขณะที่ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา มีประชาชนใช้บริการระบบรางเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 มีผู้ใช้บริการรถไฟระหว่างเมืองเฉลี่ยวันละ 98,000 คน-เที่ยว และเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 มีผู้ใช้บริการสูงสุด จำนวน 107,033 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารขบวนรถเชิงพาณิชย์ 42,893 คน และขบวนรถเชิงสังคม 64,140 คน ทั้งนี้ คาดว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ขร. จึงได้ประสาน รฟท. จัดเตรียมพ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติมในขบวนรถที่มีผู้โดยสารหนาแน่น เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน พร้อมประสานผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเตรียมความพร้อมและติดตามปริมาณผู้โดยสารผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เชื่อมต่อมายังศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้า เพื่อพิจารณาเพิ่มความถี่ในการเดินรถช่วงที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้ระบบราง

นายพิเชฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในครั้งนี้เพื่อตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนเปิดใช้งานระบบอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ ขร. ได้ประสานงานร่วมกับ รฟท. และผู้รับจ้างอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งานแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแผน ซึ่งเมื่อระบบเปิดใช้งานครบถ้วน จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางของประชาชนและเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางรางไปยังภาคเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของกรมการขนส่งทางรางในการกำกับ ติดตาม และส่งเสริมการให้บริการขนส่งทางรางให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาระบบรางของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ภัทรพงศ์’ฟุ้งหยุดยาวดันยอดใช้สนามบินพุ่งท่องเที่ยวคึกคัก

‘ภัทรพงศ์’ เผย ยอดเดินทางวันหยุดยาวพุ่งสูงสุด “สนามบินอุบลราชธานี” ทุบสถิติ New High สั่งการกรมท่าอากาศยาน อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวชมงานประเพณีท้องถิ่นแห่เทียนพรรษา - ดันรายได้ท่องเที่ยวภูมิภาคคึกคัก