ดีอี เร่งรัดกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายจาก 'สแกมเมอร์' เตรียมพร้อมรับกฎกระทรวงฯ มีผลบังคับใช้ 12 ส.ค.69 นี้

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานตามมาตรการของหน่วยงานต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยรับทราบรายงานมูลค่าความเสียหายจากการ “สแกม” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ามีค่าเฉลี่ยมูลค่าความเสียหายลดลงจากวันละ 100 ล้านบาท เหลือวันละ 25 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการการป้องกันและปราบปรามที่มีการเร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันได้มีการติดตามขั้นตอนการดำเนินการคืนเงินตามกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 (มาตรา 8/1 วรรคสี่ และมาตรา 8/2 วรรคสาม) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป (วันที่ 12 สิงหาคม 2569)

ทั้งนี้กฎกระทรวงดังกล่าวจะช่วยให้การคืนเงินแก่ผู้เสียหายมีความสะดวกและรวดเร็ว ลดขั้นตอนกระบวนการเพื่อสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายผ่านคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล ซึ่งทาง ปปง. จะเร่งรัดดำเนินการจัดเตรียมกระบวนการการคืนเงิน พร้อมหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพื่อกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ต่อไป

“กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับกระบวนการเร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจาก “สแกมเมอร์” โดยจะมีการพิจารณากระบวนการอย่างละเอียด รอบคอบ ให้มีความพร้อมมากที่สุดเมื่อกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้” รมช.ดีอี กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอี เตือนข่าวปลอม 'กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บ./วัน ผ่านลิงก์ SMS' เสี่ยงสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

รมช.ดีอี สั่งการ 'AFNC' สกัดข่าวปลอม 'โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' เตือน ปชช. ระวัง SMS-ลิงก์ปลอม หลอกลงทะเบียน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยตนได้สั่งการให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) หรือ AFNC ดำเนินมาตรการเชิงรุก ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการแอบอ้างของมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น

รมช.ดีอี แจงรุกปราบแอปเงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด ฟันแล้วกว่า 1,500 รายการ เตือน ปชช.ระวังโฆษณาชวนเชื่อ เช็กให้ชัวร์ก่อนใช้บริการ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึง กรณีการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ว่า กระทรวงดีอี มีการทำงานอยู่ 2 แนวทาง ได้แก่

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข

รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา

ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน  ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ