(10 มิถุนายน 2569) กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงและขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดย ดร.แพทย์หญิงเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้นำทีมสื่อมวลชนสัญจรเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการบริหารจัดการสัตว์จรจัด พร้อมส่งต่อแคมเปญดี ๆ ชวนประชาชนนำสัตว์เลี้ยงมาดูแลสุขอนามัยแบบครบวงจร
ปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพฯ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผูกโยงทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ความสะอาด ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน และโรคพิษสุนัขบ้า ไปจนถึงสวัสดิภาพของตัวสัตว์เอง สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย จึงวางระบบบริหารจัดการอย่างจริงจังและต่อเนื่องครบวงจร คือ ต้นน้ำ : รณรงค์สร้างความเข้าใจเพื่อตัดวงจรการนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยทิ้ง กลางน้ำ : เร่งดำเนินการทำหมันร่วมกับเครือข่ายเพื่อควบคุมประชากร ควบคู่กับการแก้ไขข้อร้องเรียนในพื้นที่ และ ปลายน้ำ : นำสัตว์จรมาดูแลฟื้นฟู ณ ศูนย์สุนัขฯ เพื่อส่งต่อสู่บ้านหลังใหม่ที่อบอุ่น โดย กทม. ได้พลิกโฉมภาพจำเดิม ๆ ของ “สถานกักกันสัตว์” ให้กลายเป็น “ศูนย์พักพิงสัตว์ที่มีมาตรฐานและเป็นมิตร” ผ่านศูนย์พักพิงสัตว์จร 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) และศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดกรุงเทพมหานคร (อุทัยธานี) ที่นำทีมสื่อมวลชนมาร่วมเยี่ยมชมในวันนี้
พร้อมเผยผลการดำเนินงาน การดูแลและจัดหาบ้านใหม่ให้แก่สัตว์เลี้ยงไร้บ้าน ประจำปีงบประมาณ 2566 – 2569 ยอดสะสมล่าสุดสุนัขและแมวที่ได้รับโอกาสไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านที่อบอุ่นแล้วรวมทั้งสิ้น 458 ตัว สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐและประชาชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพฯให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกชีวิต
การพลิกโฉมครั้งนี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้เดินหน้าเพียงลำพัง แต่ยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม อาทิ กรมปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog), มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร มูลนิธิ SOS Animal Thailand ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งในด้านการทำหมันควบคุมจำนวน การสร้างภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดจนการช่วยประชาสัมพันธ์หาบ้านใหม่ เพื่อให้เหล่าน้องหมาน้องแมวได้เจอครอบครัวที่พร้อมดูแล โดยผู้ที่สนใจ รับอุปการะน้อง ๆ สามารถติดตามข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook : BKK Adopter
นอกจากการแก้ปัญหาสัตว์จรจัดแล้ว กรุงเทพมหานครยังมุ่งส่งเสริมให้เจ้าของมีส่วนร่วมในการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยความรับผิดชอบ โดยจากการประมาณการคาดว่าปัจจุบันกรุงเทพฯ มีสุนัขและแมวรวมกันราว 350,000 – 450,000 ตัว ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงที่ฉีดฝังไมโครชิปเข้าระบบแล้วแสนกว่าตัว และเพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ กทม. จึงขอเชิญชวนประชาชนเร่งนำสัตว์เลี้ยงมาเข้ารับบริการ “ฉีดฝังไมโครชิปฟรี” ซึ่งเปรียบเสมือนการทำบัตรประชาชนให้น้อง ๆ เพื่อบันทึกข้อมูลของสัตว์และเจ้าของ ช่วยให้สแกนติดตามตัวส่งคืนอ้อมอกได้อย่างรวดเร็วหากพลัดหลง พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึง "การขยายเวลาบังคับใช้ข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ออกไปจนถึงเดือนมกราคม 2570" เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว อย่างไรก็ตาม กทม. รณรงค์ให้เจ้าของนำสัตว์เลี้ยงมาฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอจนถึงกำหนด เพื่อร่วมสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำและสกัดปัญหาสัตว์พลัดหลงหรือถูกทอดทิ้งในระยะยาว
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเปิดบริการ “ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฟรี” สุนัขและแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป (แนะนำฉีดกระตุ้นทุกปี) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และปกป้องคนกรุงจากโรคระบาดร้ายแรง โดยเจ้าของเพียงเตรียมบัตรประชาชนและสมุดสุขภาพสัตว์เลี้ยง (หากมี) มาเข้ารับบริการได้ที่คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานครและจุดบริการ ศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่ง หรือที่ "หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เชิงรุก" ซึ่งจะลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนและฉีดฝังไมโครชิปพร้อมจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงถึงในชุมชนทั่วกรุงเทพฯโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถตรวจสอบปฏิทินการให้บริการ ติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือแจ้งขอรับบริการล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue รวมทั้งเว็บไซต์กรุงเทพมหานครและสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข
ส่วนกรณีที่พบเห็นหรือต้องการแจ้งเหตุสัตว์จรจัด สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน กทม. โทร. 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงการติดต่อขอรับอุปการะสัตว์ สามารถประสานงานโดยตรงได้ที่สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
การขยับขับเคลื่อนงานของกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดนิ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน เพราะหัวใจสำคัญของการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่การดูแลโครงสร้างพื้นฐานภายนอก แต่คือการใส่ใจในทุกรายละเอียดของสิ่งแวดล้อมรอบตัว และการเปลี่ยนศูนย์พักพิงประเวศให้กลายเป็นประตูด่านแรกสู่บ้านหลังใหม่ที่เปี่ยมด้วยความสุข คือเป้าหมายสูงสุดในการร่วมมือกันเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครที่ปลอดภัยสำหรับทุกชีวิตอย่างแท้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กทม. ฝนฟ้าคะนอง 70% ตกหนักบางพื้นที่ เปิด 5 จุด ปริมาณฝนสูงสุด
กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานงานว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
'ชัชชาติ' ชี้ช่องโหว่ กม. ไร้นิยาม 'Data Center' ต้องแก้ให้ทันสมัย
'ผู้ว่าฯชัชชาติ' รับกฎหมายมีช่องว่าง ไร้นิยาม 'Data Center' ชงทบทวนแก้ผังเมือง-ควบคุมอาคาร-EIA รอผลสอบต้นตอปมกลิ่นน้ำมันรั่ว
'สกลธี' จี้กวาดล้างขบวนการ 'พ่อทิพย์' หวั่นต่างด้าวถือครองสิทธิ์อาจเป็นนายกฯ-สส. ในอนาคต
นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กมธ. กรณีพ่อทิพย์ ว่า วันนี้ได้เชิญ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครอง
'ชัชชาติ' แจง กมธ.งบฯ ยืนยันไม่ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังพรรคส้มดักคออุ้มเอกชน
กมธ.งบ 70 จากปชน. ดักคอ กทม.ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายเขียว อย่าเอื้อนายทุน ด้าน “ชัชชาติ” ปัดไม่มีซื้อคืนสายสีเขียว ยันแม้ซื้อคืนก็ไม่เกี่ยวล้างคดีในป.ป.ช.
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม

