
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเร่งขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต ในงาน JFCCT Prime Minister’s Address Luncheon 2026 ซึ่งจัดโดยหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand: JFCCT) ภายใต้ธีม “Thailand 2026: A Vision for Competitiveness, Investment, and Future Ready - From Uncertainty to Confidence: Reform and Resilience in Business” โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการปฏิรูป เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และทำงานร่วมกับภาคธุรกิจต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศในระยะต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “แม้เราไม่อาจหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันได้ แต่เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ผ่านแนวทางการบริหารประเทศ การขับเคลื่อนการปฏิรูป และการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ โดยผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งตอกย้ำเจตนารมณ์ของเราในการยกระดับธรรมาภิบาล ขีดความสามารถในการแข่งขัน และมาตรฐานสากล ทั้งหมดนี้คือรากฐานของวิสัยทัศน์ประเทศไทยในอนาคตอันใกล้”
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง พลังงานสะอาด การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และทักษะแห่งอนาคต พร้อมยืนยันความพร้อมของรัฐบาลในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจต่างประเทศ เพื่อลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงบริการภาครัฐให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบาย และสนับสนุนทั้งธุรกิจไทยและธุรกิจระหว่างประเทศในการปรับตัวท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นางวีเบ็คก้า ริสซอน ไรเวอร์ก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ย้ำถึงบทบาทของ JFCCT ในฐานะ “The Voice of the Foreign Business Community in Thailand for 50 Years” หรือเสียงของภาคธุรกิจต่างประเทศในประเทศไทยตลอด 50 ปี สะท้อนถึงห้าทศวรรษแห่งการมีส่วนร่วม ความเป็นหุ้นส่วน และความมุ่งมั่นระยะยาวต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

“JFCCT มีสมาชิกประกอบด้วยหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย 29 แห่ง และสมาคมธุรกิจ 2 แห่ง ซึ่งร่วมกันเป็นตัวแทนของบริษัทประมาณ 8,000 บริษัทที่มีรากฐานแน่นแฟ้นในเศรษฐกิจไทย พร้อมนำมาซึ่งเครือข่ายระหว่างประเทศ เงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี ทักษะ นวัตกรรม การสร้างงาน และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในระยะยาว บริษัทเหล่านี้ไม่ใช่นักลงทุนชั่วคราว แต่เป็นหุ้นส่วนที่มีความมุ่งมั่น โดยคุณค่าที่เกิดขึ้นล้วนถูกสร้างขึ้นในประเทศ ทั้งในด้านการจ้างงาน การพัฒนาทักษะ ผลิตภาพ การเสียภาษี นวัตกรรม และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก” นางวีเบ็คก้ากล่าว
JFCCT ได้กำหนด 6 ประเด็นมุ่งเน้นสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิรูปที่นำไปสู่การเติบโตในระยะต่อไปของประเทศไทย ได้แก่ การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การเตรียมความพร้อมแรงงานแห่งอนาคต การเสริมสร้างศักยภาพให้ SMEs การส่งเสริมความยั่งยืนแบบองค์รวม และการเร่งปฏิรูปกฎระเบียบ
ภายในงาน JFCCT ได้มอบสมุดนโยบายให้แก่นายกรัฐมนตรี โดยสมุดนโยบายดังกล่าวประกอบด้วยข้อเสนอเชิงนโยบาย 6 ด้าน ซึ่งเชื่อมโยงกับการทำงานของคณะกรรมการของ JFCCT และหอการค้าสมาชิกโดยกรอบการทำงานของ JFCCT เกิดขึ้นจากฉันทามติและความร่วมมือ ทั้งภายในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ
“เราอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล ชุมชนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม กลุ่มอุตสาหกรรม และภาควิชาการ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายเหล่านี้ ขณะนี้คือเวลาที่ต้องตัดสินใจอย่างมุ่งมั่นและเดินไปตามเส้นทางที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ย่อมเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น หนทางเดียวที่จะเดินไปข้างหน้าได้คือความร่วมมือและความรู้สึกของการเป็นชุมชนที่เข้มแข็งร่วมกัน” นางวีเบ็คก้ากล่าวเพิ่มเติม
นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน กล่าวว่า “ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคมีความเชื่อมโยงมากขึ้น ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในฐานะศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านการผลิต โลจิสติกส์ และการลงทุนในอาเซียน โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เข้มแข็งขึ้นจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกฎระเบียบ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแรงงานทักษะสูง และสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่ชัดเจน ซึ่งสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว”

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำกรุงเทพมหานคร (HKETO) ได้เน้นย้ำเน้นย้ำถึงบทบาทของบริการทางการเงินระดับโลกของฮ่องกงในการสนับสนุนธุรกิจไทยให้สามารถเติบโตในตลาดระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่า ในฐานะศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคลัสเตอร์นวัตกรรมเซินเจิ้น-ฮ่องกง-กว่างโจว ฮ่องกงจึงเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้ากับระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลก อีกทั้งผู้ให้บริการวิชาชีพของฮ่องกงยังพร้อมให้คำแนะนำแก่บริษัทไทยในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
“ฮ่องกงเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้สำหรับเส้นทางสู่อนาคตของประเทศไทย จุดแข็งของเราในด้านบริการทางการเงิน นวัตกรรม และบริการวิชาชีพ สามารถผสานเข้ากับศักยภาพด้านการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย และ soft power ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เพื่อสร้างพลังร่วมทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” HKETO ระบุ
ด้านนายริชาร์ด มาโลนีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ยูโอบี ประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของธนาคารระหว่างประเทศในการเสริมสร้างระบบนิเวศด้านการลงทุนของประเทศไทย และเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับโอกาสระดับภูมิภาค โดยระบุว่า “ในฐานะธนาคารที่มุ่งเน้นอาเซียนและมีเครือข่ายระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ยูโอบีมองว่าประเทศไทยเป็นประตูเชิงยุทธศาสตร์สำหรับนักลงทุนระหว่างประเทศและธุรกิจที่ต้องการขยายตัวในภูมิภาค”
สารสำคัญจากงานเลี้ยงรับรองครั้งนี้ชัดเจนว่า ความเชื่อมั่นจะเป็น “ทุนทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญที่สุดของประเทศ “ประเทศไทยมีพื้นฐานที่พร้อมจะเป็นผู้นำ แต่เส้นทางข้างหน้าต้องอาศัยการปฏิรูปที่เด็ดขาด การลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างรัฐบาลและภาคธุรกิจ หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนการปฏิรูปให้เป็นการปฏิบัติจริงได้ ก็จะสามารถเสริมสร้างสถานะของประเทศให้เป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่น แข่งขันได้ และพร้อมสำหรับอนาคตมากที่สุดของอาเซียน” นางวีเบ็คก้า ริสซอน ไรเวอร์ก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินชูปฏิรูปกฎระเบียบ ‘ปกรณ์’ เคาะ 2ด.ชง ‘ครม.’
นายกฯ ปาฐกถาเวที JFCCT 2026 ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน “ปกรณ์” เผยผลหารือ กกร.
นายกฯ กล่าวปาฐกถา เวที JFCCT 2026 ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก
นายกฯ กล่าวปาฐกถาเวที JFCCT 2026 ต่อผู้นำธุรกิจกว่า 400 คน ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
'อนุทิน' ไฟเขียวทุ่มงบให้กองทัพสู้ศึกข้อมูลข่าวสารกับเขมร!
'นายกฯ-รมว.กห.' ไฟเขียวลุยศึกข้อมูล เดินหน้า JIC ไทย-กัมพูชา อัดงบ 9.8 ล้าน มอบ 'บิ๊กโก๋' นั่งผอ.ศูนย์ฯ ลุยนำทัพต่อ ชี้แจงความจริงสังคมโลกทุกมิติ
นายกฯ หารือรองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีนชื่นมื่น
นายกฯ หารือรองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน บรรยากาศเป็นกันเองบนพื้นฐานความไว้วางใจ ย้ำไทย–จีน พี่น้องที่ร่วมมือกันทุกมิติ
'อนุทิน' จ่อฟื้นคณะกรรมการปราบมาเฟีย!
นายกฯ จี้ถาม รมต. - ปลัดมหาดไทย คืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต เตรียมฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล มอบ 'พลพีร์' รับผิดชอบ
นายกฯ ลั่นกองทัพไทยพร้อมไม่กังวลรถถังเขมร
'อนุทิน' แจงจีนส่งรถถังให้กัมพูชาไม่เกี่ยวกับไทย บอกไม่กังวล กองทัพไทยก็พร้อม

