สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน       

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน” เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมาร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียน และรูปแบบการทำงานจากพื้นที่จริง

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า  เด็ก และเยาวชนกว่า 12 ล้านคน  จะเป็นกำลังขับเคลื่อนประเทศในอีก 20-30 ปีข้างหน้า แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “การพัฒนานิเวศการเติบโตของเด็ก” ที่ สสส. นำมาใช้  ตอบโจทย์ความท้าทายด้านคุณภาพชีวิตเด็กในปัจจุบัน เพราะให้ความสำคัญกับการพัฒนาครอบครัว ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เอื้อให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองคุณภาพ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์เด็กไทยในปัจจุบัน ตามข้อมูลผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 ปี 2567-2568 พบว่า เด็กอายุ 10-14 ปี มีพฤติกรรมสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก 2.9% ในปี 2563 เป็น 8.5% ในปี 2568 ขณะที่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มจาก 1.2% เป็น 7.1% ภายในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ ผลสำรวจความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูเด็กเล็กของครัวเรือนไทย ปี 2568 ยังพบว่า เด็กเล็กถึง 42.5% อาศัยอยู่ในครอบครัวที่ไม่พร้อมหน้า ส่งผลให้เด็กจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญความเปราะบางทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ดังนั้น ทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชน ของ สสส. จึงไม่สามารถมองเฉพาะตัวเด็กได้อีกต่อไป แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กผ่านความร่วมมือของครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่

ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2562 ได้เกิดพื้นที่ต้นแบบใน 7 จังหวัด เกิดคณะทำงานระดับจังหวัดและตำบล ร่วมจัดทำฐานข้อมูลเพื่อคัดกรองและช่วยเหลือเด็กเป็นรายกรณี ส่งผลให้เด็กและครอบครัวได้รับประโยชน์กว่า 14,730 คน เด็กที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้รับการช่วยเหลือ 1,712 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้นถึง 73.95% และความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น 67%  

ผศ.ดร. สุวรา แก้วนุ้ย หัวหน้าโครงการครอบครัวยิ้ม  กล่าวว่า ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายใน 24 จังหวัดทั่วประเทศได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังชุมชน สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กได้ ด้วยการยกระดับศักยภาพอาสาสมัครและคนในชุมชนให้เป็นแกนนำมืออาชีพ พร้อมทำงานกับทีมสหวิชาชีพเพื่อสอดส่องดูแลเด็กอย่างเป็นระบบ

การขับเคลื่อนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ผ่านการใช้แนวคิด "เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน" โดย สสส. และภาคีเครือข่ายสามารถเปลี่ยนบทบาทให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของเรื่อง ร่วมกันสร้างระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยรอบตัวเด็ก ส่งผลให้ดัชนีความสุขของเด็กในพื้นที่นำร่องทะยานสูงถึง 73.95% กลายเป็นต้นแบบการพัฒนาสุขภาวะเด็กที่จับต้องได้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ

แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ

โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง

ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง