ผลวิจัยชัด โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเซฟเด็กไทย ลดโอกาสการสูบได้จริงถึง 45%

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การขับเคลื่อนงานจุดจัดการเพื่อโรงเรียนและเด็กไทยปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” มุ่งสร้างความตระหนักรู้ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังไม่ให้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาทำลายอนาคตของเด็กไทย  

นายพิทยา จินาวัฒน์ กรรมการบริหารแผน คณะที่ 1 สสส.กล่าวว่า  สสส. ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาวะในสถานศึกษา ผลการวิจัยในครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า มาตรการเชิงระบบของโรงเรียนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชาและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยลดโอกาสการสูบลงได้จริงถึง 45% ยืนยันว่ามาตรการนี้ คือ เกราะป้องกันที่คุ้มค่า

ช่วยลดความต้องการที่จะใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และป้องกันนักสูบหน้าใหม่ และผู้ที่ไปใช้บุหรี่แล้วต้องการที่จะเลิก สามารถทำได้ด้วย ทำให้ปริมาณของเด็กและเยาวชนที่ไปเกี่ยวข้องลดลง  อันนี้ถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่ต้องการให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการใช้สิ่งเสพติด สสส.มีการกำกับติดตาม สนับสนุนอย่างต่อเนื่องและจะมีการขยายผล มีศูนย์เรียนรู้ ที่จะแพร่ขยายความรู้ประสบการณ์ไปยังสถานศึกษาต่างๆ  เพื่อสร้างทัศนคติมีทักษะที่เด็กๆเจอปัญหาแล้วจะปฏิเสธที่จะส่งผลให้เด็กๆไม่ไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมทั้งสิ่งเสพติดต่างๆต่อไป

รศ.ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร  เผยผลการศึกษานักเรียนระดับมัธยมศึกษาจาก 4 ภูมิภาคของประเทศไทย พบหลักฐานเชิงประจักษ์ ยืนยันมาตรการ “โรงเรียนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” มีประสิทธิผลสามารถปกป้องนักเรียนให้ห่างไกลจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้จริงเมื่อเทียบกับโรงเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ  ตลอดการติดตามผลระยะ  1 ปี พบว่าให้ผลดีต่อตัวเด็กที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง  เด็กรับรู้อันตรายเพิ่มขึ้น คุณพ่อคุณแม่มีการรับรู้อันตรายบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น มีการกำกับ ควบคุมบุตรหลานเพิ่มขึ้น คุณครูมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ในเรื่องของการควบคุมยาสูบ มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งโครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ ปี 2548  และได้ทำต่อมาอย่างต่อเนื่อง และต้องทำต่อ เมื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามีประสิทธิผล 

นายสมรัก แก้วกัน โรงเรียนวังโป่งศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า  ได้เข้าร่วมเป็นโรงเรียนปลอดบุหรี่มากว่า 10 ปี ทำให้ไม่มีนักเรียนสูบบุหรี่ในโรงเรียน โดยทางโรงเรียนได้นำหลักสูตรไปใช้กับเครือข่ายกับชุมชน มีการอบรมที่เป็นดาวกระจาย คืออบรมให้เครือข่ายรอบๆโรงเรียน โรงเรียนในอำเภอข้างๆ ให้จังหวัดข้างเคียง โดยโรงเรียนจะสร้างแกนนำ เลือกนักเรียนที่มีปัญหามาให้ความรู้ก่อน พอเด็กมีความรู้ เด็กเป็นแกนนำได้ เด็กก็ไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวอีก และยังสามารถชวนเพื่อน ชวนคนที่บ้านกระจายเป็นวงกว้างออกไป   ซึ่งทางโรงเรียนมี 3 หลักสูตร  คือ สร้างให้ความรู้เด็กเริ่มต้น ให้ความรู้เด็กที่เป็นแกนนำ ซึ่งเด็กแกนนำจะช่วยแสกนเด็ก ชวนเด็กมาเป็นแกนนำชมรม ชวนเด็กออกไปเป็นวิทยากรไปหาเพื่อนนอกโรงเรียน เด็กมีเพื่อน ครูมีเครือข่าย โรงเรียนมีเครือข่ายของโรงเรียน พอทำและขยายผลต่อเนื่องก็ไม่มีเด็กสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า

ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  กล่าวว่า ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกลไกป้องกันตั้งแต่ระดับโรงเรียน การมีมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มแข็งในโรงเรียนจึงเป็นด่านสำคัญที่สุดในการสกัดกั้นนักสูบหน้าใหม่จากบุหรี่ คาดหวังว่าให้โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่ขยายผลต่อๆไปซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการป้องกัน เด็กจากบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้าที่จะได้รับนิโคตินมากกว่าเด็กที่สูบบุหรี่มวนและยิ่งเริ่มสูบบุหรี่อายุน้อยเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ความพร้อมไปสู่ยาเสพติดเพิ่มขึ้น และ มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ยาเสพติดอื่นที่ร้ายแรง นี่คือปัญหาใหญ่ของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กเยาวชน

โดย สสส. สนับสนุนให้เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ดำเนินโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กไทยปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” ใน 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ขอนแก่น อุบลราชธานี มหาสารคาม เชียงราย และนราธิวาส มุ่งสร้าง “โมเดลจังหวัดนำร่อง” ที่สามารถวัดผลได้จริง ผ่านเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า  2. เสริมสร้างทักษะการปฏิเสธและภูมิคุ้มกันทางสังคมในเด็กและเยาวชน  3. พัฒนาโรงเรียนและชุมชนให้เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน  ทั้งนี้ โครงการได้ใช้แนวทาง “7 มาตรการเพื่อเยาวชนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” เป็นเครื่องมือสำคัญในการ ขับเคลื่อน พร้อมพัฒนาศักยภาพครู บุคลากร และเครือข่ายเยาวชน รวมถึงวางระบบติดตามและประเมินผล ร่วมกับนักวิชาการ เพื่อให้เกิดต้นแบบการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ตำบลจัดการสุขภาวะ” สสส.จับมือ 3,690 อปท. ยกระดับสุขภาวะแบบเข้าถึงพื้นที่

สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะระดับตำบล สนับสนุนชุมชนพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทตน ประกอบฐานข้อมูลสุขภาพท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด Health in All Policies

สุขภาวะมุสลิมไทย วิถีวะสะฏียะฮ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกช่วงวัย

ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย

เบาหวานระยะสงบ ด้วย E-learning DM Remission

สสส.สานพลังภาคีเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเบาหวานควบคุมโรค ยกระดับระบบบริการสุขภาพไทยสู่การสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน ด้วย E-learning DM Remission

สมาคมเบาหวานฯ -สสส.จับมือภาคี ยกระดับบุคลากรสาธารณสุข ผ่าน E-Learning DM Remission ขยายต้นแบบดูแล ‘เบาหวานระยะสงบ’ หวังลดการใช้ยา

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน สรุปผลโครงการโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2

เมื่อ EV Bus ไม่ได้เป็นแค่รถโดยสาร แต่คือคำตอบ.."ลดความเหลื่อมล้ำ"

สำหรับคนเมืองใหญ่ การขึ้นรถโดยสารอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก นักเรียน ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย “การเดินทาง”

‘ศุภมาส’ ลั่นเอาจริงปราบบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งศูนย์ปราบฯ ตัดวงจรทั้งระบบ

“ศุภมาส” เผย รัฐบาลเอาจริง! ลุยแก้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ชู 3 แนวทาง ระดมภาครัฐเร่งตัดวงจรทั้งระบบ พร้อมตั้ง “ศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า” ดันโครงการปลอดบุหรี่ไฟฟ้