
สสส. ร่วมกับ มสช. วางแนวทางการลงทุนเพื่อสุขภาพคนไทย เน้นร่วมมือ-จ่ายงบตามผลลัพธ์ ขยายผล 5 นวัตกรรมต้นแบบลงทุนสุดคุ้มไปทั่วประเทศ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) จัดงาน “สุขมาราธอน ครั้งที่ 2” ภายใต้แนวคิด “SOOK CITY : เมืองสุขที่สร้างได้จริง” เพื่อโชว์ความสำเร็จในการลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ผ่านความร่วมมือและการลงทุนร่วมกันระหว่างหน่วยงาน (Social Impact Partnership) มุ่งยกระดับและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในสังคมไทย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า คนต้นทุนชีวิตต่ำไม่ได้มีความสุขน้อยกว่าคนต้นทุนสูงเสมอไป หากมี “วัคซีนทางใจ” ตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานจากภาครัฐและสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาโตไปเป็นประชากรคุณภาพที่มีคุณค่าต่อประเทศ ท่ามกลางวิกฤตเด็กเกิดน้อยและสังคมสูงวัย เพราะความสุขของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิต แต่เกิดจากการเห็นศักยภาพตัวเองและเรียนรู้ที่จะสุขร่วมกับผู้อื่น หากท้องถิ่นและชุมชนร่วมกันมอบโอกาส เด็กทุกคนก็จะสามารถเข้าถึงความสุขและความสำเร็จในชีวิตได้อย่างเท่าเทียม
สสส. จึงร่วมกับ มสช. พัฒนาโครงการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อการขยายผลสู่สังคมเข้มแข็ง ผ่านรูปแบบ “Social Impact Partnership” และการเงินแบบ “Pay for Success” ดึงภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และวิชาการ มาร่วมลงทุนที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคมที่ดี เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืนและลดภาระงบประมาณรัฐในระยะยาว

นพ.สันติ ลาภเบญจกุล เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) กล่าว มสช. สสส. และภาคีเครือข่าย ร่วมกันพัฒนา 5 นวัตกรรมต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพที่เห็นผลจริง คือ 1. ICAP ส่งเสริมพัฒนาการและทักษะสมองเด็กเล็กกว่า 3.1 หมื่นคน 2. ครูนางฟ้า พัฒนาครูเพื่อดูแลสุขภาพจิตเยาวชนกลุ่มเสี่ยง 3. LD-Ramathibodi ผนึกกำลังครูและสาธารณสุขช่วยเด็กบกพร่องการเรียนรู้ 4. DM-VHHC พัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยเบาหวานใน รพ.ชุมชน 43 แห่ง และ 5. เยือนเย็น ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างมีคุณภาพแล้ว 700 ครัวเรือน พร้อมตั้งเป้าขยายผลสู่ 100 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
“เมื่อเจาะลึกผลการประเมินผลตอบแทนทางสังคมรายโครงการ พบว่า การลงทุนทางสังคมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดคือ เด็กปฐมวัย รองลงมาคือ ผู้ป่วยระยะท้าย เด็กบกพร่องการเรียนรู้และผู้ป่วยเบาหวาน และการพัฒนาครู สะท้อนว่าไทยมีนวัตกรรมต้นแบบพร้อมแล้ว แต่ยังขาดการขยายผลขับเคลื่อนเชิงระบบทั่วประเทศ"

นายวิฑูลย์ แซมสีม่วง ทีมโครงการครูนางฟ้า 1 ใน 5 นวัตกรรมต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ กล่าวว่า หน้าที่ของครูคือการรับฟังและเข้าใจเด็ก ท่ามกลางปัญหามากมายในปัจจุบัน เราจะประคองเขาอย่างไรไม่ให้แค่เรียนจบ และต้องเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง และทำอย่างไรให้เด็กทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหา ได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากครูอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบัน โคงการครูนางฟ้าได้พัฒนาต้นแบบโมเดลครูนางฟ้า (1+4+6) มุ่งพัฒนาทักษะครูสู่การเป็นโค้ชเพื่อดูแลนักเรียนอย่างรอบด้านและเข้าถึงใจ เริ่มจากการอบรมแบบ On-siteเน้นลงมือปฏิบัติใช้เครื่องมือจริง ควบคู่กับการติดตามผล Online เพื่อถอดบทเรียนร่วมกับครูในโรงเรียนกว่า 30 ท่าน และขับเคลื่อนเชิงลึก ผ่านครูนางฟ้าแกนนำ 12 ท่านที่เน้นใช้ทักษะการสื่อสารขั้นสูง ทำให้เด็กๆ กล้าเข้ามาปรึกษาเมื่อมีปัญหา ช่วยให้ครูมองเห็นและแก้ไขปัญหาของเด็กได้อย่างตรงจุด

สสส.เห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาสุขภาพอย่างตรงจุด จึงมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการดึงศักยภาพของ ภาคเอกชน ประชาสังคม และวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ให้เข้ามามีบทบาทร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงโอกาส นวัตกรรม และปัจจัยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้อย่างเท่าเทียม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับสุขภาวะของประชาชนอย่างเป็นระบบ เพราะการพึ่งพาเพียงกลไกและงบประมาณจากภาครัฐอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอและไม่ทันการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส. นำทีมบูรณาการ 5 กองทุน ผนึกกำลังขับเคลื่อน “พื้นที่นำร่วมลำปาง” บูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-โลกร้อน ฟื้นฟูแม่น้ำวัง สร้างเมืองสุขภาวะที่ยั่งยืน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 2569 ที่อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับจังหวัดลำปาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สสส. หนุนใช้ "สื่อสร้างสรรค์" ขับเคลื่อนเรื่องเพศและสุขภาพจิต
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)
สสส.-สผผ. จับมือแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตเชิงระบบ แบบไร้รอยต่อ
สสส. ผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกระดับความร่วมมือเชิงรุก ผสานกลไก "น้ำมันหล่อลื่น" และการ "ขันน็อต" เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำในสังคมแบบบูรณาการ
ปักหมุด “อุบล อยู่ดี” สสส. สานพลังสุขภาวะ ขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่เมืองสุขภาวะต้นแบบ ผ่าน Iconic RUN Fest 2026
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ จ.อุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ภาคีด้านสุขภาพ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายกว่า 10 องค์กร จัดเทศกาลวิ่ง กิน เที่ยวเพื่อสุขภาพ Iconic RUN Fest 2026 : Run Ubon ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” ต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. 2569

