นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการฯ ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมวางกรอบและข้อเสนอในเรื่องปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ บุกรุกไร่ สวน และทำร้ายชาวบ้าน โดยเตรียมนำข้อสรุปหารือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และในที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่นำไปปฏิบัติได้จริง
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างทำงานหนักมาก บางคนเสี่ยงชีวิตกลางดึกทุกคืน ชาวบ้านเองก็อดทนมานาน ส่วนช้างก็ออกมาเพราะในป่าอาหารและน้ำไม่พอ ทุกฝ่ายต่างเป็นผู้เดือดร้อนด้วยกันทั้งนั้น หน้าที่ของกรรมาธิการฯ คือมาช่วยหาเครื่องมือและช่วยแก้ข้อติดขัดให้ทุกฝ่ายทำงานง่ายขึ้น” นางสาวกุลวลีกล่าว
ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จากการทำหน้าที่อนุกรรมาธิการงบประมาณ ด้านครุภัณฑ์และ ICT ได้ดูคำขอตั้งงบประมาณปี 2570 พบว่ามีการของบผลักดันช้างป่าไว้กว่า 200 ล้านบาท ขณะที่งบเยียวยาขอไว้ 10 ล้านบาท จึงมองว่าควรมาช่วยกันพิจารณาการจัดวางสัดส่วนงบประมาณระหว่างการป้องกันและการเยียวยาให้สมดุลและให้ได้ผลมากขึ้น ซึ่งตนไม่ได้ถามเพื่อจะตัดงบ แต่ถามเพื่อให้เงินทุกบาทมีประโยชน์เต็มที่ อำเภอไหนทำแล้วช้างออกน้อยลงจริง เราควรรู้ว่าเขาทำอย่างไรแล้วขยายผลไปที่อื่น จุดไหนยังไม่ได้ผลก็มาช่วยกันปรับใหม่
สำหรับแนวทางที่คณะกรรมาธิการฯ จะเสนอ ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ ที่ต้องเดินไปพร้อมกันคือ ส่วนแรก “รู้ตัวช้างล่วงหน้า” โดยนำเทคโนโลยี GPS กล้องตรวจจับ และจะขอความร่วมมือด้านงานวิจัยจากกระทรวง อว. มาติดตามพฤติกรรมช้างเกเรรายตัวที่มีเส้นทางออกหากินประจำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดักรอได้ถูกจุด พร้อมเชื่อมระบบเตือนภัยส่งตรงถึงมือถือชาวบ้านทันที
ส่วนที่สองคือ “สร้างเฉพาะจุดที่ได้ผล” โดยทดลองสร้างสิ่งกีดขวาง เช่น รั้วไฟฟ้า คูกันช้าง หรือแบริเออร์ดาดคอนกรีต ในพื้นที่ตัวอย่าง 2-3 จุด เพื่อประเมินผลความคุ้มค่าก่อนขยายผล เพื่อไม่ให้งบประมาณและแรงของเจ้าหน้าที่สูญเปล่า
ส่วนที่สามคือ “เยียวยาให้ถึงมือเร็ว” เสนอแก้ปัญหาระบบงบประมาณเยียวยาล่าช้า โดยเตรียมหารือกระทรวงการคลังให้กำหนด “ภัยจากสัตว์ป่า” เป็นภัยพิบัติประเภทหนึ่งตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เช่นเดียวกับน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือวาตภัย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถนำเงินทดรองราชการมาสำรองจ่ายชดเชยให้ชาวบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนงบกลาง
“ไร่สวนที่ถูกช้างเหยียบพังทั้งสวน นั่นคือรายได้ทั้งปีของเขา เสียหายวันนี้แต่เงินมาถึงอีกหลายเดือนข้างหน้า ตรงนี้ไม่ใช่ความผิดของกรมอุทยานฯ แต่เป็นเรื่องของระบบที่เราต้องมาช่วยกันแก้” นางสาวกุลวลีกล่าว
นางสาวกุลวลี กล่าวอีกว่า ปัญหานี้ค้างคามานาน แต่สามารถแก้ไขได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยตั้งเป้าหมายให้ชาวบ้านได้รับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ปลอดภัย ช้างมีอาหารเพียงพอในป่า และเมื่อเกิดความเสียหาย ชาวบ้านต้องได้รับเงินเยียวยาภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งกรรมาธิการฯ พร้อมเป็นแกนกลางประสานทุกหน่วยงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.สุชาติ' ชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว เร่งช่วยชีวิตลูกช้างป่าติดอวนกลางน้ำคลองพวาใหญ่ จันทบุรี ก่อนพากลับคืนสู่อ้อมอกแม่และฝูงอย่างปลอดภัย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ชุดที่ 9 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เข้าช่วยเหลือลูกช้างป่าที่ประสบเหตุติดอวนอยู่ในน้ำ บริเวณทิศเหนือของอ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่ ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 พฤศจิกายน 2569) จนสามารถช่วยเหลือได้สำเร็จและนำกลับไปหาแม่ช้างได้อย่างปลอดภัย
ห่วงขยะแผงโซลาร์! 'กุลวลี' จี้ดันกฎหมาย EPR บังคับผู้ผลิตรับผิดชอบซากครบวงจร
น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพว่า ขอชื่นชม
'กุลวลี' หนุนโซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ-สร้างรายได้ มุ่งสู่พลังงานสะอาด เดินหน้าวางระบบขยะอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ชง EPR ผู้ผลิตร่วมรับผิดชอบซากแผง
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพว่า ขอชื่นชมและ เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เนื่องจากเป็นมาตรการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และอาจเพิ่มรายได้ให้ประชาชนจากการขายไฟฟ้าคืนให้แก่การไฟฟ้า อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้สอดคล้องกับทิศทางของประชาคมโลก
“รมว.สุชาติ” คิกออฟก้าวสู่ปีที่ 25 กรมอุทยานฯ ชูเทคโนโลยี – Single Command ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์เพื่อยกระดับปกป้องผืนป่าไทยอย่างยั่งยืน
22 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครบรอบ 24 ปี พร้อมมอบนโยบายทิศทางการขับเคลื่อนงานมุ่งสู่ปีที่ 25 ณ ห้องประชุมชั้น 4
ตื่นตา! พบกระทิงป่ากว่า 100 ตัว พร้อมโขลงช้างออกหากินป่าดงใหญ่หลังฝนตก
พบฝูงกระทิงป่า 3 ฝูง รวมจำนวนกว่า 100 ตัว และช้างป่าโขลงใหญ่ อีกหลายสิบตัว รวมถึงสัตว์ป่า นานาชนิดจำนวนมาก ได้ออกมาหากินหญ้าเขียวขจี ที่งอกแตกยอดใหม่ และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บริเวณทุ่งหญ้าเขากระป๊อด หรือเขาฟูจิแห่งป่าดงใหญ่ และที่ละเลิงร้อยรู ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ หลังก่อนหน้านี้ ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง ได้สร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าแห่งนี้ พร้อมเปิดให้เข้าชมสัตว์ป่าและสัมผัสธรรมชาติได้ แต่ต้องประสานเจ้าหน้าที่ก่อน
ทุกครัวเรือน เฮ ! ประกันภัยพิบัติ ทั่วหน้า 'กุลวลี' ปลื้ม รัฐเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญของประเทศ จากรอเยียวยาสู่หลักประกันล่วงหน้า ทำให้คนไทยอุ่นใจ
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าว สนับสนุนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบให้จัดทำ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” โดยรัฐจ่ายเบี้ยประกันภัยให้ประชาชนราว 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว จ่ายชดเชยบ้านเสียหายสูงสุด 100,000 บาท/หลัง และกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ซึ่งเริ่มมีผลในเดือนตุลาคมนี้

