กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. ผนึกกำลัง 5 หน่วยงานหลัก เดินหน้าปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน “ปิดช่องโหว่ภัยความมั่นคง”
วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 9 กรมการปกครอง อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ประธานประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนที่ส่งผลกระทบต่อภัยความมั่นคงทางทะเบียน ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ดร.รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย นายชาคริต ตันพิรุฬห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารงานทะเบียน พร้อมคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 5 หน่วยงานสำคัญ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว ได้แก่
(1) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจตรี ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
(2) ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม
(3) ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. โดย นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2
(4) ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ท. โดย พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.
(5) ผู้แทนสำนักงาน ปปง. โดย นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการ ปปง.
โดยกรมการปกครองเดินหน้ายกระดับการอนุมัติอนุญาตงานทะเบียนที่สำคัญ พร้อมพัฒนาระบบทะเบียนราษฎรให้มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Flagging) เมื่อพบรายการสำคัญหรือยอดการทำรายการที่ผิดปกติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และนายทะเบียนเข้าตรวจสอบได้ทันที พร้อมผลักดันมาตรการเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า สำหรับความผิดทางทะเบียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ รวมถึงแนวทางเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่สำนักบริหารการทะเบียนในการจับกุมและสอบสวนความผิดทางทะเบียน เพื่อลดภาระงานของตำรวจ ตลอดจนให้นายทะเบียนสามารถ สั่งตรวจ DNA ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับสัญชาติ
นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานตามบันทึกข้อตกลงฯ ยังมีเจตจำนงร่วมกันในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลาการ งบประมาณและกระบวนการสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยเฉพาะการพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (การตรวจ DNA) ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ การยึดและอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็กตามหลักสากลด้วย
ทั้งนี้ อธิบดีกรมการปกครอง เน้นย้ำว่า การอนุมัติ-อนุญาตทุกเรื่องต้องรอบคอบและยึดกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเห็นด้วยกับมาตรการ “Caution Sign” แจ้งเตือนรายการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเฝ้าระวัง บุคคลต้องสงสัย หรือผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้กระทำผิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเป็นพิเศษ “รู้ทันความผิดปกติ ตรวจสอบให้ลึก และดำเนินการอย่างเด็ดขาด” เพื่อเดินหน้าปิดทุกช่องโหว่การทุจริตทางทะเบียนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมการปกครองสั่ง! สำรวจบ้านไร้เลขที่ทั่วประเทศ ปูทางรับเยียวยาภัยพิบัติ
กรมการปกครองขานรับมติ ครม. ตั้ง “กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ” สั่งสำนักทะเบียนทั่วประเทศเร่งสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้าน รวมถึงที่พักอาศัยที่ยังไม่มีสภาพเป็นบ้านตามกฎหมาย แต่มีคนอยู่จริง ให้เ
กรมปกครองประกาศ 10 ‘นายอำเภอแหวนเพชร’ ปี 2569 คัดสุดยอด 5 ภูมิภาค
กรมการปกครองประกาศผล “นายอำเภอแหวนเพชร” ประจำปี 2569 ชนะเลิศ 5 ราย ชมเชย 5 ราย จากทั่วประเทศ เตรียมรับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องใน “วันดำรงราชานุภาพ” 1 ธันวาคมนี้
อธิบดีกรมการปกครองลุย 'ลาดหลุมแก้ว' คุมเข้มปืน-ยาเสพติด พิชิตอันธพาล
อธิบดีกรมการปกครอง ตรวจเยี่ยม ปฏิบัติการ “ลาดหลุมแก้ว บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด
อธิบดีปกครอง เคลียร์ปมแจกปืน 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยันล็อก ป.3 ทั่วประเทศ
"นฤชา" ยันรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ไม่มีการแจกปืน เปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือเงินสดมูลค่าเท่ากัน เผยกรมการปกครองล็อกระบบระงับออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ
กรมการปกครอง แจ้งความ ‘สมชัย-กูรูไอที’ ปมข่าวข้อมูลเลือกตั้งรั่ว 53 ล้านชื่อ
อธิบดีกรมการปกครอง แจ้งความหมิ่นประมาท และพรบ.คอมฯ เอาผิด “อ.สมชัย-2ผู้เชี่ยวชาญไอที” หลังทำความเสียหาย อ้างกรมฯ ถูกแฮกเกอร์ เจาะท
เลเซอร์ไอดี ความลับประชาชน และความคลุมเครือของพรรคส้ม
การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องมีฐาน

