กรมการปกครองสั่ง! สำรวจบ้านไร้เลขที่ทั่วประเทศ ปูทางรับเยียวยาภัยพิบัติ

กรมการปกครองขานรับมติ ครม. ตั้ง “กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ” สั่งสำนักทะเบียนทั่วประเทศเร่งสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้าน รวมถึงที่พักอาศัยที่ยังไม่มีสภาพเป็นบ้านตามกฎหมาย แต่มีคนอยู่จริง ให้เสร็จภายใน 15 ก.ย. ปูฐานข้อมูลรับความช่วยเหลือและระบบประกันภัยพิบัติ

วันที่ 1 กันยายน 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ จ.สงขลา ให้มีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ (ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ) สำหรับปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนได้รับการเยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแซมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว และใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

กรมการปกครองจึงมีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายทะเบียนจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้เร่งดำเนินการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลที่พักอาศัยและข้อมูลบุคคลในพื้นที่ กรณีไม่มีบ้านเลขที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนภัยพิบัติ (ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ)

กรมการปกครองกำหนดให้สำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นเร่งสำรวจข้อมูลผ่านระบบสำรวจครัวเรือน เพื่อขอรับประกันภัยพิบัติ กรณีไม่มีบ้านเลขที่ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ 2 ลักษณะ ได้แก่

  1. บ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แต่มีบุคคลอาศัยอยู่เป็นประจำ
  2. ที่พักอาศัยที่ยังไม่มีสภาพความเป็นบ้านตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แต่มีบุคคลพักอาศัยอยู่เป็นประจำ

พร้อมทั้งจัดเก็บข้อมูลตามแนวทางและแบบฟอร์มที่สำนักทะเบียนกลางกำหนด เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตเทศบาล และนายกเมืองพัทยา จะพิจารณาให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) หรือคณะกรรมการชุมชน เพื่อร่วมตรวจสอบและสอบทานความครบถ้วนของข้อมูลในระดับหมู่บ้านและชุมชน จากนั้นนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ กรมการปกครองกำหนดให้เร่งดำเนินการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1–15 กันยายน 2569 พร้อมรายงานผลการดำเนินงานตามระบบที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดทำฐานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นต้องเร่งรัด กำกับ และติดตามการสำรวจในพื้นที่ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 และนำข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานอำเภอแบบบูรณาการ (กบอ.) เพื่อประกอบการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอต่อไป

ส่วนนายทะเบียนจังหวัด มีหน้าที่เร่งรัด กำกับ และติดตามการดำเนินงานของทุกพื้นที่ให้เป็นไปตามกรอบเวลา พร้อมนำข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) เพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด

อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า การเร่งสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้านในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกรมการปกครองในการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่ซึ่งยังไม่มีเลขที่บ้าน มีข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

เมื่อเกิดภัยพิบัติ ประชาชนจะสามารถได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมายและทั่วถึง พร้อมสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ของฝ่ายปกครองในทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมย้ำให้ทุกพื้นที่เร่งดำเนินการตามกรอบเวลา เพื่อให้ “ทุกครัวเรือนมีข้อมูล ทุกพื้นที่เข้าถึงความช่วยเหลือ และประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมปกครองประกาศ 10 ‘นายอำเภอแหวนเพชร’ ปี 2569 คัดสุดยอด 5 ภูมิภาค

กรมการปกครองประกาศผล “นายอำเภอแหวนเพชร” ประจำปี 2569 ชนะเลิศ 5 ราย ชมเชย 5 ราย จากทั่วประเทศ เตรียมรับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องใน “วันดำรงราชานุภาพ” 1 ธันวาคมนี้

อธิบดีปกครอง เคลียร์ปมแจกปืน 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยันล็อก ป.3 ทั่วประเทศ

"นฤชา" ยันรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ไม่มีการแจกปืน เปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือเงินสดมูลค่าเท่ากัน เผยกรมการปกครองล็อกระบบระงับออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ

กรมการปกครองผนึก 5 หน่วยงาน อุดช่องทุจริตทะเบียน-บัตรประชาชน

กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. ผนึกกำลัง 5 หน่วยงานหลัก เดินหน้าปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน “ปิดช่องโหว่ภัยความมั่นคง”

กรมการปกครอง แจ้งความ ‘สมชัย-กูรูไอที’ ปมข่าวข้อมูลเลือกตั้งรั่ว 53 ล้านชื่อ

อธิบดีกรมการปกครอง แจ้งความหมิ่นประมาท และพรบ.คอมฯ เอาผิด “อ.สมชัย-2ผู้เชี่ยวชาญไอที” หลังทำความเสียหาย อ้างกรมฯ ถูกแฮกเกอร์ เจาะท

เลเซอร์ไอดี ความลับประชาชน และความคลุมเครือของพรรคส้ม

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องมีฐาน