“วันวิชิต” ชี้รัฐบาลมาถูกทาง คุมปืนคือจังหวะสำคัญเปลี่ยนสังคมไทย ชี้ รัฐบาล กำลัง ลดคุณค่าของปืน ให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย พร้อม ขอคนไทยก้าวข้ามดราม่านายกฯ ปม “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่”

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้ในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักร่วมกันว่า ปัญหานี้ไม่สามารถปล่อยผ่านได้อีกต่อไป

โดยเฉพาะการที่รัฐบาลส่งสัญญาณเข้มงวดเรื่องการพกพาอาวุธปืน รวมถึงการควบคุมทั้งปืนถูกกฎหมาย ปืนเถื่อน และการเข้าถึงอาวุธ เป็นการพยายามแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะรอให้เกิดความสูญเสียแล้วจึงตามแก้ไขในภายหลัง

อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจของมาตรการรัฐบาลครั้งนี้ คือการพยายาม “ลดคุณค่าของอาวุธปืน” ในเชิงสังคม จากสิ่งที่ครั้งหนึ่งอาจถูกมองเป็นเครื่องแสดงอำนาจ บารมี หรือความมั่นคงปลอดภัย ให้กลายเป็นสิ่งอันตรายที่ต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

หลักคิดสำคัญคือ ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “สิทธิในการครอบครอง” กับ “สิทธิในการพกพา” ประชาชนที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายยังสามารถครอบครองอาวุธปืนได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำปืนติดตัวออกไปในพื้นที่สาธารณะได้ตามใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งจำเป็นต้องพกพาอาวุธตามภารกิจก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบของทางราชการเช่นเดียวกัน

สิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามสร้างจึงเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ให้กับสังคมไทยว่า การมีปืนไม่ใช่เรื่องโก้ ไม่ใช่เครื่องประดับบารมี และไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่เป็นการครอบครองวัตถุที่มีอันตรายสูง ซึ่งเจ้าของต้องมีความรับผิดชอบและระมัดระวังอย่างมาก

เมื่อสังคมเปลี่ยนทัศนคติจาก “มีปืนแล้วดูมีอำนาจ” ไปเป็น “มีปืนยิ่งต้องระวัง เพราะมีทั้งความรับผิดชอบและผลทางกฎหมายตามมา” ก็จะช่วยลดแรงจูงใจในการพกปืนออกไปตามสถานบันเทิง งานเทศกาล บนท้องถนน หรือสถานที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น

เรื่องนี้จึงควรสื่อสารให้ประชาชนรับรู้อย่างกว้างขวางว่า ปืนไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ของสำหรับโชว์ และไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับนำมาใช้ตัดสินความขัดแย้ง

เพราะเพียงอารมณ์ชั่ววูบไม่กี่วินาที หากมีปืนอยู่ในมือ ความขัดแย้งที่อาจจบลงเพียงการโต้เถียงสามารถกลายเป็นคดีร้ายแรงได้ และผู้ที่พกหรือใช้อาวุธโดยผิดกฎหมายก็อาจต้องเผชิญทั้งโทษจำคุกและโทษปรับตามความผิดที่เกิดขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำไม่ใช่เพียง “คุมปืน” แต่คือการพยายาม “เปลี่ยนวัฒนธรรมเรื่องปืน” ให้สังคมไทยมองอาวุธปืนในฐานะสิ่งอันตรายที่ต้องควบคุม มากกว่าสัญลักษณ์แห่งอำนาจหรือบารมี

สำหรับประเด็นถกเถียงว่า “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่” ซึ่งกลายเป็นดราม่าในช่วงที่ผ่านมา ผศ.ดร.วันวิชิต เห็นว่า สังคมควรก้าวข้ามการถกเถียงเฉพาะถ้อยคำ และกลับมามองสาระสำคัญของเรื่องนี้ว่า เราจะทำอย่างไรให้การเข้าถึงและการใช้อาวุธปืนถูกควบคุมอย่างเหมาะสม และลดโอกาสเกิดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด

เพราะในทางกฎหมาย การใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเองและทรัพย์สินต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละกรณี ไม่สามารถสรุปง่ายๆ ว่า “ยิงในบ้านแล้วผิดทั้งหมด” หรือ “อยู่ในบ้านแล้วจะยิงได้ทุกกรณี”

ดังนั้น สิ่งที่ควรเป็นประเด็นใหญ่กว่าดราม่าคือ ประเทศไทยมีอาวุธปืนอยู่ในสังคมจำนวนมาก และจะบริหารจัดการอย่างไรไม่ให้ปืนเหล่านั้นกลายเป็นเครื่องมือเปลี่ยนความขัดแย้งชั่ววูบให้กลายเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

ผศ.ดร.วันวิชิต มองว่า ขณะนี้รัฐบาลมีโอกาสทำเรื่องนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะมีทั้งอำนาจและกลไกของรัฐอยู่ในมือ หากสามารถเดินหน้ามาตรการอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการกวาดล้างช่วงสั้นๆ ก็มีโอกาสลดทั้งปืนผิดกฎหมายและการพกพาอาวุธในสังคมได้

รัฐบาลจึงควรกำหนดช่วงดำเนินมาตรการเข้มข้น เช่น 90–100 วัน พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ประชาชนตรวจสอบได้ว่า สามารถยึดปืนเถื่อนได้เท่าใด ลดการพกพาได้มากน้อยเพียงใด และจัดการช่องทางซื้อขายหรือดัดแปลงอาวุธผิดกฎหมายได้อย่างไร เมื่อคดีอาชญากรรมจากอาวุธปืนลดน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญเชื่อว่ารัฐบาลจะได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาอย่างแน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5

นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 ท่ามกลางบรรยากาศอาลัย พระราชวงศ์ ผู้นำ ผู้แทนระดับสูงนานาประเทศร่วมพิธี

ทิ้งซากเมือง'สแกมเมอร์' แขวนปมร้อนชายแดน

ประเด็นปัญหาร่วมของประชากรโลกที่ถูกกระทำจากแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสแกมเมอร์ คือการสูญเสียเงินทองอย่างมหาศาลของผู้ถูกหลอกลวง หลายประเทศออกมาตรการป้องกันเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหา แต่ยังไม่รื้อทำลายเครือข่ายนี้ได้สำเร็จ

'อนุทิน' โผล่คอมเมนต์ ตอก 'วิโรจน์' เลิกสันดาปพูดเองเออเอง หลังโพสต์เย้ยภูมิใจไทยงับเบ็ดเลข 229

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊กสื่อหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ภาพและคำพูดของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ที่ระบุช่วงหนึ่งว่า “สมมุติผมพิมพ์เลข 229 แล้วเอามาโชว์ให้คุณดู ถ้าตัวเลขนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ คุณก็แค่อาจจะงงๆ แล้วก็ผ่านไป

'ธรรมนัส' ยันสัมพันธ์ 'อนุทิน' เป็นเพื่อนกัน ยอมรับมีพบปะประสานงานบางเรื่อง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ว่า ต้องเข้าใจก่อนว่างบฯ ปี 70 สมัยแรกที่ทำตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีของกระทรวงที่ตนกำกับดูแลก็มาจากแผนในขณะนั้น ในขั้นของกรรมาธิการที่มีการตัดออกไปบางส่วน

วัดใจ 'อนุทิน' ชิง ‘ตัดไฟต้นลม’ ปิดทาง เติมพลัง 'ม็อบสนธิ’

‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ทวงประเทศไทยคืนมา”

กังขางบลงทุนไม่ถึง20%

สภาถกงบ 70 วันแรกเรียบร้อย “อนุทิน” บอกเป็นการเมืองสร้างสรรค์ “ไหม” ลั่นหากไม่มีการปรับแก้ไขพรรคส้มคงต้องโหวตคว่ำ