'ชุมชนเข้มแข็ง จัดการตนเอง กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น' ในงาน SDX 2026

เสวนาหัวข้อ “ชุมชนเข้มแข็ง การจัดการตนเอง” มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากโดยใช้ทุนชุมชน พร้อมชูประเด็นสำคัญเรื่องการกระจายอำนาจและการจัดการตนเองในระดับจังหวัด ถ่ายทอดมุมมองเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

เมืองทองธานี - เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 69 เสวนา “ชุมชนเข้มแข็ง การจัดการตนเอง” ในงาน “Social Development Expo 2026 (SDX 2026)”  จัดขึ้นเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ชุมชนจากฐานรากมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง ผ่านการนำต้นทุนชุมชนมาใช้ในการพัฒนา ตลอดจนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมการกระจายอำนาจ เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการชุมชนให้เข้มแข็งในทุกมิติ โดยมี นายทองใบ สิงสีทา เป็นผู้ดำเนินรายการ

การกระจายอำนาจและยุติการรวมศูนย์

นายชำนาญ จันทร์เรือง กล่าวว่า การพัฒนาชุมชนนั้นจะต้องมาจากการพัฒนาที่ฐานราก และต้องหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจแบบรวมศูนย์ โดยการกระจายอำนาจจะต้องครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การกระจายอำนาจสู่ชุมชน การกระจายอำนาจทางบริหาร การมอบอำนาจ การโอนอำนาจ การกระจายอำนาจทางการคลัง การกระจายอำนาจด้านเศรษฐกิจและตลาด การแปรรูปกิจการสู่อำนาจรัฐ และการยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ หากพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจแล้ว ย่อมหมายถึงท้องถิ่นทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีการยุติการรวมศูนย์กลางอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ การสร้างความเข้มแข็งโดยภาคประชาชนจะต้องขับเคลื่อนไปสู่การจัดการตนเอง เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมทั้งมีการบูรณาการแผนงานต่างๆ เพื่อสร้างแผนการทำงานของภาคประชาชนให้มีความเป็นรูปธรรม

พัทลุงเมืองแห่งความสุขและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดย นายสมภา ใจกล้า

นายสมภา ใจกล้า กล่าวถึง ประเด็นการกระจายอำนาจสู่ชุมชนว่า อาจจะต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนให้เข้ามาเป็นเจ้าของกระบวนการพัฒนาร่วมกัน ชุมชนท้องถิ่นควรมีสิทธิ์กำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดด้วยตนเอง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานในระดับจังหวัด กระบวนการจัดทำแผนอย่างมีส่วนร่วมจะนำไปสู่แผนที่มีเป้าหมายชัดเจน ดังเช่นโมเดล “พัทลุงเมืองมหานครแห่งความสุข” ที่คนในจังหวัดสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการจังหวัดด้วยตนเอง โดยมีทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดร่วมกัน สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างตรงจุด และเกิดการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาจังหวัด การส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ได้ โดยการกำหนดทิศทางในการพัฒนาจังหวัดเกิดจากการรวมตัวของพลังขบวนองค์กรชุมชน การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ การสร้างรูปธรรมในพื้นที่ และการพยายามผลักดันระบบเศรษฐกิจของชุมชนให้เข้มแข็ง เกิดระบบเศรษฐกิจแบบเกื้อกูลที่สามารถกระจายรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืน

จังหวัดจัดการตนเองและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

นายสมบูรณ์ คำแหง กล่าวถึง แนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการจัดสมัชชาจังหวัดเพื่อระดมความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยมีความคาดหวังต่อการกระจายอำนาจแบบเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งส่งเสริมอำนาจต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งชุมชนสามารถดำเนินการจัดการได้เองในระดับจังหวัด ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือประสานการทำงานร่วมกับภาคีและหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด โดยชุมชนต้องเตรียมความพร้อมในการจัดการตนเอง สามารถบูรณาการประเด็นงานต่างๆ เข้าด้วยกันให้เป็นเนื้องานเดียว พร้อมเชื่อมโยงการทำงานในพื้นที่ร่วมกับการทำงานของเครือข่ายและความร่วมมือกับทุกภาคส่วน การใช้ต้นทุนของชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนจะช่วยสร้างขบวนจังหวัดที่มีความเข้มแข็ง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อ เพื่อลดการติดกับการบริหารราชการส่วนภูมิภาค และลดการกระจายอำนาจแบบรวมศูนย์ ในจุดนี้ พอช. จะต้องนำประโยชน์จากเนื้องานรูปธรรมที่มีอยู่ มาเชื่อมร้อยขบวนองค์กรชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง แนวคิดเรื่อง “จังหวัดจัดการตนเอง” จะเป็นเครื่องมือของพื้นที่จังหวัดในการนำไปสู่ทางออกของการเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเดิมๆ เพื่อให้เกิดทิศทางแห่งการพัฒนา กระบวนการจัดตั้งและขึ้นรูปของขบวนองค์กรชุมชนให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของขบวนองค์กรชุมชนและผู้นำ ให้สามารถนำพาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและเครือข่ายอื่นๆ สู่การจัดการจังหวัดจัดการตนเอง ผ่านการฟื้นฟู คปอ. ให้เป็นกลไกในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก มิใช่เพียงดำเนินการภายในพื้นที่เพียงด้านเดียว

พรุ่งนี้พบกันที่บูธ 11 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2569 นี้ เป็นวันสุดท้าย

เวลา 10.00-11.30 น. ชวนทุกท่านมาเป็น "อินฟลูเอนเซอร์ชุมชน"  เรียนรู้เทคนิคการตัดต่อคลิปด้วยมือถือและเทคโนโลยี AI จากคนทำสื่อชุมชนตัวจริง เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นกระบอกเสียงให้ชุมชนของตนเอง โดยผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานจะได้รับใบประกาศนียบัตรและกระเป๋าผ้า

เวลา 14.00-15.30 น. ปิดท้ายงานด้วยเวทีเสวนา "Inclusive City: เมืองทั่วถึง เมืองเท่าเทียม มุ่งสู่อนาคต" ซึ่งว่าด้วยการออกแบบบ้านและเมืองสำหรับคนทุกคน (Universal Design) โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาปนิกชุมชนและมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พร้อมทั้งมีกิจกรรมบอร์ดเกม "เมืองแห่งอนาคตของทุกคน" ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมออกแบบเมืองในฝันผ่าน Data Studio

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พม. เปิดฉากมหกรรมพัฒนาสังคม 'SDX 2026' ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ชูแนวคิดร่วมสร้างสังคมเพื่อคนทุกวัย

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานมหกรรมพัฒนาสังคมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ “Social Development Expo 2026 (SDX 2026)” ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี โดยมี นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society"

การเคหะแห่งชาติ ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทยเพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน ในงาน SDX 2026

การเคหะแห่งชาติ ร่วมจัดนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Social Development Expo 2026 (SDX 2026) ภายใต้แนวคิด “Co-Creating a Better Society : ร่วมสร้างสังคมไทยเพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน” พร้อมกันนี้เชิญชวนประชาชนและผู้สนใจร่วมงาน ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

รัฐบาลชวนร่วมมหกรรมด้านพัฒนาสังคมครั้งยิ่งใหญ่ 21-23 ส.ค.นี้

รัฐบาลจัดมหกรรมด้านการพัฒนาสังคมครั้งยิ่งใหญ่ 'SDX 2026' ดันนวัตกรรม-สวัสดิการ ดูแลคนไทยทุกช่วงวัย ชวนร่วมมหกรรมครั้งสำคัญ 21-23 ส.ค. นี้ ที่เมืองทองธานี