
จากโจทย์ใหญ่ของโลกที่กำลังเผชิญทั้งวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น และความท้าทายในการพัฒนาเมือง ความยั่งยืนจึงต้องก้าวพ้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สู่การออกแบบระบบเศรษฐกิจ สังคม และเมืองให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ ESG และเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องเปลี่ยนจากกรอบนโยบายสู่การลงมือทำที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง
แนวคิดดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านเวที “GREEN INNOVATION FOR ESG & CIRCULAR FUTURE JOURNEY” ที่ชวนมองนวัตกรรมและการออกแบบเป็นกลไกขับเคลื่อน ESG สู่การปฏิบัติ ทั้งการสร้างองค์กรและเมืองที่ยืดหยุ่นต่อ Climate Change สอดคล้องกับแนวทาง IPCC ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนเมือง การลงทุน และนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปรับตัว

ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน กล่าวว่า พลังงานเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการมุ่งสู่ Net Zero เพราะกว่า 70% ของการปล่อยคาร์บอนเกี่ยวข้องกับภาคพลังงาน อย่างไฟฟ้า 1 หน่วยมีการปล่อยคาร์บอนประมาณครึ่งกิโลกรัม การลดคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้าจึงต้องอาศัยนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะเดียวกัน Energy Transition Index ของ World Economic Forum ซึ่งสะท้อนความพร้อมของแต่ละประเทศ ไทยอยู่ในอันดับ 50 จึงเป็นความท้าทายในการยกระดับระบบพลังงานให้สะอาด มั่นคง และมีต้นทุนเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
“การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังทำให้โครงสร้างระบบไฟฟ้าต้องปรับตัว จากเดิมที่พึ่งพาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ สู่การมีแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายตัวมากขึ้น จึงต้องพัฒนาระบบสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับรูปแบบใหม่ พร้อมรักษาเสถียรภาพของระบบ เพราะไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การชำระเงินดิจิทัล การซื้อสินค้า ไปจนถึงธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์”ศ.ดร.พิสุทธิ์กล่าว

โจทย์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าวว่า มี 3 มิติ คือ ลดการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วย ยกระดับ Energy Transition Index ของประเทศไทย และพัฒนาระบบให้รองรับพลังงานรูปแบบใหม่ โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงต้องเริ่มจาก Clean Energy ต่อยอดสู่ Green Electron และ Green Molecule เช่น ไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงยั่งยืน ควบคู่กับ Carbon Capture and Removal เพื่อลด ดักจับ และกำจัดคาร์บอน รวมถึงนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำตามแนวคิด Circularity และ Reuse โดยทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องอาศัย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1.องค์ความรู้ แพลตฟอร์ม และ Sandbox โดยต้องทำให้องค์ความรู้เข้าถึงง่ายและนำไปใช้ได้จริง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่าง ๆ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือ รวมถึงเปิดโอกาสให้อาจารย์ นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ได้ทดลองและพัฒนาแนวคิด เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริง
2. Sustainable Business Practice ที่มองไกลกว่าการเพิ่ม Productivity ไปสู่การสร้างนวัตกรรม 3.New Growth Engine หรือธุรกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยมี Sustainability เป็นองค์ประกอบสำคัญควบคู่กับเทคโนโลยีและปัจจัยทางธุรกิจ

ดร.กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกผู้ออกแบบเพื่อสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นพร้อมรับความเสี่ยงด้าน Climate Change กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1.7 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มแตะระดับ 2 องศาเซลเซียสในอนาคต หากเพิ่มขึ้นถึง 4 องศาเซลเซียส พื้นที่จำนวนมากอาจเผชิญน้ำท่วม ภัยแล้ง และสภาพอากาศสุดขั้ว จนส่งผลต่อการอยู่อาศัยและการดำรงชีวิต Climate Change จึงไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมของคนทั้งโลก
ดร.กชกร กล่าวอีกว่า ดังนั้น การรับมือจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องเทคโนโลยี รวมทั้งการที่ยุคนี้ เป็นยุคของ AI และ Data Center ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น โจทย์สำคัญอยู่ที่เมืองและพลังงาน การออกแบบเมืองจึงต้องให้ทำงานร่วมกับธรรมชาติ โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมือง เช่น การบำบัดน้ำ การรองรับน้ำ และช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว ตัวอย่างสวน 100 ปี จุฬาฯ สะท้อนให้เห็นว่าธรรมชาติสามารถเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในการสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นต่อ Climate Change ได้ และแม้ว่า จะไม่สามารถหยุด Climate Change ได้ทั้งหมด แต่ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันสร้างความพร้อมและปรับตัวให้ทันกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้

อเล็กซ์ เรนเดลล์ ทูตสันถวไมตรีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับเยาวชน พบว่าคนรุ่นใหม่มีมุมมองและวิธีคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่คิดและทดลองก่อน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยต่อยอดให้เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกัน Environme อเล็กซ์ เรนเดลล์ ntal Education ไม่ควรถูกมองเพียงกิจกรรมหรือค่ายระยะสั้น แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความท้าทายคือผลลัพธ์ การศึกษาและสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่อาจต้องใช้เวลา 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับ Circular Economy และ Energy Transition ที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ดังนั้นทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งผ่านบทบาทการทำงานและการใช้ชีวิต เพื่อส่งต่อสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นต่อไป

ดังนั้นในปีนี้ กฟผ. จึงได้จัด “EGAT Green i ปีที่ 3: Green Innovation for ESG & Circular Future” ร่วมกับ 8 หน่วยงานพันธมิตร มุ่งสร้าง Innovation Ecosystem เชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และคนรุ่นใหม่ ให้ร่วมพัฒนานวัตกรรมจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง ผ่าน 2 โจทย์ “Circular Innovation Challenge” และ “Sustainable Concrete” เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้- 4 กันยายน 2569 .

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฟผ.เปิดโครงการประกวด EGAT Green i ปี3ปั้นโอกาสธุรกิจสีเขียว
กฟผ. เปิดโครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3 เชื่อมไอเดียสู่ต้นแบบการใช้จริงเชิงพาณิชย์ เปิดโจทย์ Circular Innovation และ Sustainable Concrete ปั้นโอกาสธุรกิจสีเขียว พร้อมผลักดันนวัตกรรมสู่ตลาดภาครัฐ
GULF โวกำไร Q2/69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 74%
GULF รับรู้กำไรจากการดำเนินงาน ไตรมาส 2/69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 12,332 ล้านบาท เติบโต 74% จากธุรกิจพลังงาน และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS
'กฟผ.'จับมือส.กีฬาแข่งเรือใบฯ เปิดเขื่อนรัชชประภาเป็นสนาม ปั้นนักกีฬารุ่นใหม่สู่นานาชาติ
กฟผ. ร่วมกับสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ เปิดเขื่อนรัชชประภาเป็นสนามประชันฝีมือนักกีฬาเรือใบจากทั่วประเทศ ในการแข่งขันเรือใบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กฟผ.เปิดบ้านโชว์ 4 ศูนย์ทดสอบมาตรฐาน ต่อยอด การบำรุงรักษาอัจฉริยะ
กฟผ. เปิดบ้านโชว์ 4 ศูนย์ทดสอบมาตรฐาน ต่อยอด Smart Maintenance เดินหน้าสู่ศูนย์กลางบริการด้านบำรุงรักษาอุตสาหกรรม สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ
กฟผ. ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไร
กฟผ. แจงวาทกรรม “เสือนอนกิน” ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐเพื่อรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ส่วนกำไรนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อค่าไฟที่เป็นธรรม

