นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย กรณีพลเมืองดีร้องเรียนให้ตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับผลกระทบจากกลิ่นและน้ำเสียจากการแปรรูปยางพารา พร้อมกำชับหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
“ผมยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้นายทุนหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นทุนกลุ่มใดหรือมีสัญชาติใด หากผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” นายสุชาติ กล่าว
จากข้อสั่งการดังกล่าว นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ร่วมกับชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานในพื้นที่ ลงตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน
ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์รวม 103 ไร่ 52 ตารางวา มีสิ่งปลูกสร้าง 27 รายการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างละเอียด ก่อนพบว่า ไม่มีเอกสารอนุญาตให้บริษัทใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งความกล่าวโทษกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำนวน 6 ราย ได้แก่ นายหยาง ฝูเหวิน ประธานบริษัท นายหลักชัย กิตติพล กรรมการกิตติมศักดิ์ นายว่าน ต้าซาน นายโจ ปิงซิง น.ส.หยวน หยวน และนายหวัง เหลียง กรรมการบริษัท โดยระบุว่าพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคคลสัญชาติจีน ในฐานความผิดเข้าครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา จังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงฯ จะเดินหน้าจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรของประเทศ ไม่ปล่อยให้นายทุนเข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมป่าไม้จะเร่งดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อให้ผู้กระทำผิดและบริวารหยุดดำเนินการและออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัยน่าน ส่งถุงยังชีพ–อาหารทางอากาศ เข้าถึงพื้นที่ถูกตัดขาด เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมวางแผนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมสนามบินน่านนคร โดยบูรณาการการทำงานภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“สุชาติ” สั่งกรมทรัพยากรธรณี เฝ้าติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม 24 ชั่วโมง พร้อมสนับสนุนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงในเขตภาคเหนือที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ได้สั่งการมอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวัง
'รมว.สุชาติ' สั่งระดมทีม 'เสือไฟ' 5 ศูนย์ปฏิบัติการ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน เดินหน้าภารกิจ 'ทส.หนึ่งเดียว' จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
'สุชาติ' สั่งกรมป่าไม้ลุยปฏิรูปพื้นที่สูง หลังพบเขาหัวโล้นต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า-เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ยึดกติกาเข้ม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ต้นน้ำ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ดินสไลด์ และถนนถูกตัดขาด จนประชาชนหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนและต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเสบียงเข้าไปช่วยเหลือ
'รมว.สุชาติ' ย้ำ ทส. ไปให้ถึง แม้พื้นที่ห่างไกล ส่ง 2 เฮลิคอปเตอร์บิน 6 เที่ยว นำถุงพระราชทาน-ถุงยังชีพช่วยชาวบ้านบ้านห้วยปูด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน
'รมว.สุชาติ' เผย ทส. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน แปรรูปไม้จันทน์หอมอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เตรียมส่งมอบกรมศิลปากร ใช้ในงานพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ
ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานของ ทส. พร้อมร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ และเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ไม้จันทน์หอมที่ได้จัดเตรียมไว้สามารถส่งมอบแก่กรมศิลปากรได้อย่างครบถ้วนและสมพระเกียรติ

