หลายคนอยากเริ่มเก็บเงิน แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับพบว่าเงินในบัญชีเหลือน้อยกว่าที่ตั้งใจ สาเหตุไม่ได้เกิดจากการใช้เงินก้อนใหญ่เสมอไป แต่อาจมาจากค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน เช่น ค่าเครื่องดื่ม ค่าส่งอาหาร ค่าของจุกจิก หรือการซื้อสินค้าเพราะเห็นโปรโมชัน
การใช้ตารางออมเงิน 30 วันจึงเป็นวิธีเริ่มต้นที่ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป เพราะช่วยแบ่งเป้าหมายการออมออกเป็นจำนวนเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ทำให้เห็นความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และยังปรับยอดเงินให้เหมาะกับรายรับและภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละคนได้

ตารางออมเงิน 30 วัน เหมาะกับใครบ้าง ?
ตารางออมเงินรูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ยังไม่เคยออมเงินอย่างจริงจัง คนที่รู้สึกว่าเก็บเงินไม่อยู่ รวมถึงผู้ที่มีรายจ่ายค่อนข้างมากจนไม่มั่นใจว่าจะสามารถกันเงินก้อนใหญ่ไว้ตั้งแต่ต้นเดือนได้หรือไม่
จุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหลักร้อยหรือหลักพัน เพียงเลือกจำนวนเงินที่สามารถทำได้จริง และออมอย่างสม่ำเสมอครบ 30 วัน ก็ช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ โดยเฉพาะคนที่มักใช้เงินตามอารมณ์ การมีตารางคอยกำหนดเป้าหมายรายวันจะช่วยให้ตัดสินใจก่อนใช้เงินมากขึ้น
ตัวอย่างตารางออมเงิน 30 วัน แบบเพิ่มวันละ 10 บาท
หนึ่งในรูปแบบที่ทำตามง่ายคือการเพิ่มยอดออมวันละ 10 บาท โดยเริ่มวันแรกที่ 10 บาท วันที่สอง 20 บาท และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 30 ซึ่งจะออมเงินรวมได้ 4,650 บาท
วัน | จำนวนเงินที่ออม |
วันที่ 1 | 10 บาท |
วันที่ 5 | 50 บาท |
วันที่ 10 | 100 บาท |
วันที่ 15 | 150 บาท |
วันที่ 20 | 200 บาท |
วันที่ 25 | 250 บาท |
วันที่ 30 | 300 บาท |
รูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างความท้าทายให้ตัวเอง เพราะยอดออมจะค่อย ๆ สูงขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนอาจเป็นช่วงที่ค่าใช้จ่ายเริ่มตึงตัว จึงควรตรวจสอบก่อนว่ายอดสูงสุดวันละ 300 บาทยังอยู่ในระดับที่รับไหว
ตารางออมเงิน 30 วัน แบบสลับยอด ลดความกดดัน
สำหรับคนที่มีรายรับไม่แน่นอน หรือมีค่าใช้จ่ายแต่ละวันต่างกัน อาจใช้วิธีสลับยอดเงินแทนการเพิ่มขึ้นทุกวัน เช่น กำหนดยอดออมตั้งแต่ 20 ถึง 300 บาท แล้วเลือกออมตามความสะดวกในแต่ละวัน
วันที่มีค่าใช้จ่ายน้อยอาจเลือกเก็บ 200 หรือ 300 บาท ส่วนวันที่มีค่าเดินทางหรือค่าอาหารสูงก็เลือกเก็บเพียง 20 หรือ 50 บาท เมื่อออมครบหนึ่งยอดแล้วให้ทำเครื่องหมายออกจากตาราง วิธีนี้ช่วยให้ยังเดินหน้าตามเป้าหมายได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับจากลำดับตัวเลข
สิ่งสำคัญคือควรกำหนดยอดรวมตั้งแต่ต้น เช่น ต้องการเก็บ 3,000 บาทภายใน 30 วัน แล้วกระจายจำนวนเงินให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง
วิธีเลือกยอดออมให้เหมาะกับรายได้
ก่อนเริ่มใช้ตารางออมเงิน 30 วัน ควรคำนวณรายรับและรายจ่ายประจำก่อน โดยแยกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาระหนี้ออกจากเงินที่เหลือสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว
จากนั้นจึงเลือกยอดออมรวมที่ไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น หากมีเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน อาจเริ่มตั้งเป้าออม 1,500 ถึง 2,000 บาทก่อน แทนการตั้งเป้าสูงจนต้องนำเงินออมกลับมาใช้ภายหลัง
การออมที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยจำนวนมาก แต่ควรเป็นจำนวนที่สามารถทำซ้ำได้ เพราะเป้าหมายของตารางออมเงิน 30 วันไม่ได้มีเพียงเงินก้อนปลายทาง แต่ยังรวมถึงการสร้างนิสัยกันเงินไว้ก่อนใช้ด้วย
ทำอย่างไรให้ทำตามตารางได้ครบ 30 วัน ?
ควรแยกเงินออมออกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำ อาจใช้บัญชีธนาคารอีกบัญชีหนึ่ง กระปุกออมเงิน หรือฟีเจอร์แบ่งกระเป๋าเงินในแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันการหยิบเงินออกมาใช้โดยไม่ตั้งใจ
อีกวิธีหนึ่งคือกำหนดช่วงเวลาสำหรับออมให้ชัด เช่น โอนเงินทุกเช้าหลังตื่นนอน หรือโอนทันทีหลังจากกลับถึงบ้าน การทำในเวลาเดิมทุกวันช่วยลดโอกาสลืมและทำให้การออมกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร
หากพลาดออมหนึ่งวัน ไม่จำเป็นต้องยกเลิกทั้งตาราง สามารถนำยอดของวันที่พลาดไปรวมกับวันถัดไป หรือเลื่อนกำหนดออกไปหนึ่งวันได้ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการมองว่าต้องทำได้สมบูรณ์แบบเท่านั้น เพราะอาจทำให้หมดกำลังใจตั้งแต่ช่วงแรก
เงินที่ออมได้ควรนำไปใช้กับอะไร ?
ก่อนเริ่มตารางควรกำหนดวัตถุประสงค์ของเงินก้อนนี้ให้ชัด เช่น ใช้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ค่าเดินทางท่องเที่ยว ค่าประกัน ค่าซ่อมรถ หรือเงินสำหรับซื้อของที่วางแผนไว้ การมีเป้าหมายช่วยลดโอกาสนำเงินออกมาใช้กับสิ่งที่ไม่จำเป็น
เมื่อทำครบ 30 วันแล้ว อาจเริ่มตารางรอบใหม่ด้วยยอดเท่าเดิม หรือเพิ่มเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยตามความสามารถ หากทำต่อเนื่องหลายเดือน จากเงินออมก้อนเล็กก็สามารถกลายเป็นเงินสำรองที่ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคตได้
ตารางออมเงิน 30 วันจึงไม่ใช่สูตรสำเร็จที่บังคับให้ทุกคนต้องออมเท่ากัน แต่เป็นเครื่องมือช่วยจัดระเบียบพฤติกรรมทางการเงินให้เห็นภาพชัดขึ้น เมื่อเลือกยอดที่เหมาะสมและทำอย่างต่อเนื่อง การออมเงินก็จะเป็นเรื่องที่เริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่คิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงคืออะไร ดีจริงไหมสำหรับคนอยากออมเงิน
สำหรับคนที่กำลังมองหาช่องทางในการเก็บออมเงินให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการเก็บเงินไว้เฉย ๆ ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป “บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง”
'นิด้าโพล' เผยผลสำรวจประชาชนไม่สนใจ 'หวยเกษียณ' มองเป็นการมอมเมา
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “จะออมเงิน…ต้องซื้อหวยเกษียณ!”
ดีเดย์ 13 มิ.ย.นี้ ‘กรุงไทย’ พร้อมขายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่น‘ออมเพิ่มสุข’ผ่านวอลเล็ต สบม. บนเป๋าตัง
‘กรุงไทย’ เตรียมเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ วอลเล็ต สบม. ครั้งที่ 6 รุ่น ‘ออมเพิ่มสุข’ วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ชูผลตอบแทนคุ้มค่า

