ปลดล็อก"บ้านใหญ่" อยู่ยาวคุมท้องถิ่น เข้าทาง"ขั้วน้ำเงิน"

ผลทางการเมืองหลังเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการเลือกตั้งท้องถิ่น รวม 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด, พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล, พ.ร.บ.เทศบาลและ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2569 ที่เป็นการแก้ไขจากกฎหมายเดิมบางมาตรา และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 29 ส.ค.เป็นต้นมา

กฎหมายท้องถิ่นทั้ง 4 ฉบับ ส่งผลให้เกิดการ ปลดล็อกทางการเมืองของการเมืองท้องถิ่น ในประเด็นสำคัญคือ ยกเลิกการจำกัดการเป็นผู้บริหารท้องถิ่นทั้งนายกฯ อบจ.-นายกเทศมนตรี-นายก อบต. จากกฎหมายฉบับเดิมที่แก้ไขในยุครัฐบาล คสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เห็นว่าผู้บริหารท้องถิ่นช่วงที่ผ่านมาอยู่กันหลายสมัยติดต่อกันนานเกินไป ทำให้เกิดการ ฝังรากลึก-อยู่กันจนรากงอก จนสร้างเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติตั้งแต่ อบต.-เทศบาล-อบจ.จนมาถึง สส.-รัฐมนตรี

ดูได้จากผู้บริหารท้องถิ่นบางคนอยู่มาเป็น 10 สมัยติดต่อกันจนถึงปัจจุบันก็ยังมีให้เห็น เช่นที่นนทบุรี โดยแน่นอนว่าการอยู่มาหลายสมัย แสดงว่ามีผลงาน ประชาชนชื่นชอบ แต่ก็มีหลักคิดอีกมุมหนึ่งว่า การที่อยู่นานและสร้างเครือข่ายในพื้นที่เกิดระบบบ้านใหญ่ ก็ทำให้เกิดความได้เปรียบเวลาลงเลือกตั้ง เพราะสามารถนำสิ่งที่ได้ทำไว้ตอนอยู่ในตำแหน่งไปหาเสียงได้ ทำให้เกิด "แต้มต่อ" เหนือกว่าคู่แข่งขัน เพราะแค่ออกสตาร์ทก็นำแล้ว เนื่องจากคู่แข่งยังไม่เคยเข้าไปเป็นผู้บริหารท้องถิ่น จึงเสียเปรียบไม่มีผลงานไปหาเสียง

 ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์จึงแก้ไขกฎหมายให้ผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ได้แค่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน และเมื่ออยู่ครบ 2 วาระ จะกลับมาลงสมัคร-ดำรงตำแหน่งได้อีกเมื่อพ้นระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง

เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้บริหารท้องถิ่น-บ้านใหญ่ตระกูลการเมืองหลายจังหวัดไม่เห็นด้วย และพยายามเคลื่อนไหวให้แก้ไขมาตลอด โดยยกเหตุผลว่า การห้ามอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระ เป็นการจำกัดสิทธิ เพราะหากผู้บริหารท้องถิ่นไม่มีผลงาน การงานไม่ทำ มีข่าวทุจริต ประชาชนก็ไม่เลือกเข้าไปเอง ไม่ควรต้องจำกัดห้ามอยู่เกิน 2 สมัย จนสุดท้ายการแก้ไขกฎหมายสำเร็จในปี 2569 หลังร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับที่ค้างมาจากสภาฯ ชุดหลังเลือกตั้งปี 2566 ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา จนมีการประกาศใช้ในปัจจุบัน

โดยนอกจากปลดล็อกเรื่องการอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นลงสมัครรับเลือกตั้งต่อเนื่องได้ ก็ยังลดอายุผู้สมัครผู้บริหารท้องถิ่นลงด้วย จากต้องอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีขึ้นไป ก็เหลือไม่ต่ำกว่า 25 ปีขึ้นไป เป็นต้น

การปลดล็อกผู้บริหารท้องถิ่นที่ให้อยู่ยาวได้ มีผลต่อการเมืองใหญ่-การเมืองระดับชาติอย่างมีนัยสำคัญ

เพราะอย่างที่เห็นกัน เอาแค่การเมืองยุคปัจจุบัน ก็มีรัฐมนตรี-สส.-สว.ที่มาจากการเมืองท้องถิ่นกันหลายคน เช่น สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ แกนนำภูมิใจไทยภาคตะวันออก ก็เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแสนสุข ชลบุรีและอดีต สจ.ชลบุรี นภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.สำนักนายกฯ ที่กำลังเปิดศึกคดีฮั้ว สว.กับพรรคประชาชน ก็เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี-อดีต สจ.ราชบุรี หรือเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ก็เคยเป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี

ส่วน สส.-สว.ชุดปัจจุบัน ก็มาจากท้องถิ่นหลายคน เช่น กนกพร เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ประชาธิปัตย์ ที่เป็นอดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราชแห่งบ้านใหญ่เมืองคอนเดชเดโช ยุทธนา ศรีตะบุตร สส.หนองคาย พลังประชารัฐ ที่เป็นอดีตนายก อบจ.หนองคาย เป็นต้น

จะพบว่าการเมืองท้องถิ่นในปัจจุบันยังมีผลต่อการเมืองระดับชาติอย่างมาก เห็นได้จากความพ่ายแพ้ของพรรคประชาชนต่อพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งปี 2569 สาเหตุสำคัญก็คือแพ้ในระบบเขต ที่ภูมิใจไทยแข็งแกร่งกว่าด้วยระบบการเมืองบ้านใหญ่ในพื้นที่ ที่ก็ยึดโยงกับการเมืองท้องถิ่นทั้ง อบจ.-เทศบาล-อบต.

สำหรับการเมืองท้องถิ่น-เครือข่ายบ้านใหญ่ ในความเป็นจริง มีอยู่ในทุกพรรคการเมือง แม้แต่กับพรรคประชาชน อย่างนายก อบจ.หนึ่งเดียวของพรรคประชาชนที่ลำพูน วีระเดช ภู่พิสิฐ ก็เป็นลูกชายของ ประเสริฐ ภู่พิสิฐ อดีตนายก อบจ.ลำพูน และเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคประชาชนก็ส่งอธิรัฐ รัตนเศรษฐ อดีต รมช.คมนาคม จากบ้านใหญ่โคราชรัตนเศรษฐ ลงสมัคร สส.นครราชสีมา เขต 7 แต่ก็สอบตก

ส่วน "เพื่อไทย" ก็มีเครือข่ายบ้านใหญ่ท้องถิ่นที่มีผลต่อการเมืองระดับชาติหลายจังหวัด เช่น ที่นครราชสีมา นายก อบจ.คือ ยลดา หวังศุภกิจโกศล ที่ก็คือแม่ยายของนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมฯ เพราะเธอคือเมียของวีรศักดิ์ กำนันป้อ หัวหน้ากลุ่มโคราชเพื่อไทย ที่มี สส.ในกลุ่มเกิน 10 คน และพรรคอื่นๆ ก็มีแบบนี้เช่นกัน ทั้งกล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-พรรคประชาชาติ

อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกวาระผู้บริหารท้องถิ่นครั้งนี้ ฝ่ายที่พอใจมากที่สุด คงไม่พ้น ขั้วสีน้ำเงิน เพราะหากสแกน บ้านใหญ่การเมืองท้องถิ่น จะพบว่าหลายจังหวัดอยู่ในขั้วอำนาจการเมืองสีน้ำเงิน จนส่งผลต่อการเลือกตั้ง สส.เขตทั่วประเทศปี 2569 ที่ทำให้ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง

ยกมาบางจังหวัดให้เห็นกันก็เช่น พระนครศรีอยุธยา ที่ภูมิใจไทยชนะ สส.เขตยกจังหวัด มี สมทรง พันธ์เจริญวรกุล หรือ "ซ้อสมทรง" นายก อบจ.อยุธยา 5 สมัยติดต่อกัน ที่เป็นแม่ของ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวฯ, เผด็จ นุ้ยปรี นายก อบจ.อุทัยธานี 5 สมัย ที่มีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับชาดา ไทยเศรษฐ์ จากบ้านใหญ่อุทัยธานีไทยเศรษฐ์ ที่ชนะเลือกตั้งยกจังหวัดมาแล้วหลายครั้ง จนตอนนี้ไทยเศรษฐ์มี รมต.ถึง 2 คนคือ เจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย-ซาบีดา รมว.วัฒนธรรม

อรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี 3 สมัย ที่เป็นสะใภ้บ้านใหญ่เมืองละโว้ ลพบุรี เป็นพี่สะใภ้มัลลิกา รองประธานสภาฯ และ สส.ลพบุรีหลายสมัย ภูมิใจไทย-อุดม ไกรวัฒนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร 2 สมัย พี่ชายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ สส.สมุทรสาคร เขต 2 ภูมิใจไทย, กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี สายตรงบ้านใหญ่ปราจีนบุรีตระกูลวิลาวัลย์ โดยเลือกตั้งที่ผ่านมา ภูมิใจไทยชนะยกจังหวัดที่ปราจีนบุรี

สุรเชษ นิ่มกุล นายก อบจ.อ่างทอง 4 สมัย เครือญาติกับสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แห่งบ้านใหญ่อ่างทอง บิดาของภราดร-กรวีร์ 2 สส.อ่างทอง ภูมิใจไทย, นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง 4 สมัย บิดาปิติ ปิตุเตชะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และเป็นเครือญาติกับ ฉัตรชัย ปิตุเตชะ สส.ระยองเขต 4 พรรคภูมิใจไทย, กฤษฎ์ เพ็ญสุภา นายก อบจ.พิจิตร ที่ก็เป็นคนของบ้านใหญ่ภัทรประสิทธิ์ เพราะเป็นหลาน ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ที่เป็นอาของภัทรพงศ์ รมช.คมนาคม สส.พิจิตร 2 สมัย ภูมิใจไทย

ส่วนภาคอื่นๆ เช่น ภาคเหนือ อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย 2 สมัย อาของรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สส.เชียงราย ภูมิใจไทย หรือที่ภาคใต้ ก็ สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล 3 สมัย ลุงของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และ สส.สตูล 3 สมัย ภูมิใจไทย เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากไม่มีการแก้ไขกฎหมายนายก อบจ.ตามชื่อข้างต้น ยกเว้นที่พิจิตร-ปราจีนบุรี จะลงสมัครต่อไม่ได้ การปลดล็อกที่เกิดขึ้นจึงเชื่อได้ว่า จะมีผลทางการเมืองกับภูมิใจไทย เมื่อการเลือกตั้งครั้งหน้ามาถึง

อย่างไรก็ตาม ก็อยู่ที่ผู้บริหารท้องถิ่นเองด้วยที่หากไม่มีผลงาน มีข่าวฉาวโฉ่ทุจริต ประชาชนก็คงไม่เลือกกลับเข้ามา แม้ต่อให้มีการปลดล็อกให้อยู่จนรากงอกแล้วก็ตาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลงพื้นที่อุดรธานีลุ้นคะแนนเลือกตั้งซ่อม ลูกเขย'หรั่ง' นำโด่ง

“อนุทิน” ลงพื้นที่อุดรธานี ขอไหว้พระก่อนร่วมลุ้นคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 3 หลังลูกเขย “หรั่ง ธุระพล” คะแนนนำโด่ง

'อนุทิน' เบรกป้ายต้อนรับ เข้าใจความปรารถนาดี แต่ไม่ต้องดีกว่า

“อนุทิน" ส่ายหน้าเบรกทำป้ายต้อนรับ ครม.สัญจร บอกไร้ประโยชน์ไม่ได้ใจ หน้าแบบนี้เดินไปไหนใครก็รู้จัก ป้องคนทำส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่ทำด้วยใจ พูดหยอก"เสร็จงานเดี๋ยวกลายเป็นพรมเช็ดเท้ายุ่งตายโหง" 

อนุทินขำ 'เหล็ก-ไอศกรีม' บอกคดีฮั้วสว.อยู่ในมือ กกต.

นายกฯ ย้ำ คดีฮั้ว สว.อยู่ที่ กกต. บอก ไม่รู้จะตอบอย่างไรหลังฝ่ายค้านหนุนส่งศาลฎีกาฟ้องทั้ง 229 คน หัวเราะร่า หลังถูกถามปมโพสต์“เหล็กไม่ละลาย แต่ไอศกรีมละลาย” 

ครม.สัญจรสงขลา เฉี่ยวชายแดนใต้ 'อนุทิน' ชี้ชนวนตอบโต้รัฐบังคับใช้กม.เต็มที่

นายกฯ ชี้ ชนวนป่วนชายแดนใต้ไม่หยุด เหตุรัฐเข้มบังคับใช้กฎหมาย อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กำชับ จนท.ทำงานอย่างเข้มข้น แจง ไม่ไป 3 จว. ต้องการให้ดูแลประชาชนก่อน “ผบ.ตร.” เผย ตำรวจตั้งด่าน-สอบสวน

'น้ำเงิน'งัดกม.-'ส้ม'ปั่นการเมือง ปลายทาง'ฮั้วสว.'จบแบบไหน?

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังดำเนินไปภายใต้ฉากทัศน์ของสงครามตัวแทนระหว่างสองขั้วอำนาจ ที่มีแนวทางการขับเคลื่อนและยุทธวิธีในการต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง