'รมว.สุชาติ' ถอดบทเรียนภัยพิบัติเนปาล เร่งพัฒนา 'ดัชนีพหุภัย-แผนที่เสี่ยงภูมิอากาศ' เตือนภัยล่วงหน้า รับมือโลกเดือด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ภัยพิบัติธารน้ำแข็งถล่มบริเวณพรมแดนทิเบตและเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้รูปแบบของภัยพิบัติมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยภัยอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดหลายภัยต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นพร้อมกัน จนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

“แม้ประเทศไทยจะไม่ได้มีความเสี่ยงจากธารน้ำแข็งแบบเดียวกับทิเบตและเนปาล แต่ประเทศไทยกำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลายรูปแบบ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง วาตภัย ดินโคลนถล่ม และอากาศร้อนจัด ดังนั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ล่วงหน้าว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง และมีโอกาสเกิดภัยอะไร เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนเตรียมตัวรับมือได้ก่อนเกิดเหตุ ลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งพัฒนาข้อมูลความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนป้องกันและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

ที่ผ่านมา กรมฯ ได้พัฒนาข้อมูลคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในระยะยาวไปจนถึงปี ค.ศ. 2100 ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ เช่น ปริมาณฝน อุณหภูมิ และความชื้น โดยมี 11 หน่วยงานนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงตามภารกิจแล้ว

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายสุชาติ กล่าวว่า ได้เร่งให้กรมฯ พัฒนา “ดัชนีพหุภัย (Multi-Hazard Index)” ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือช่วย “มองล่วงหน้า” ว่าในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า พื้นที่ใดมีแนวโน้มเผชิญภัยประเภทใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม หรืออากาศร้อนจัด รวมถึงสามารถประเมินได้ว่าพื้นที่ใดมีโอกาสเผชิญหลายภัยในช่วงเวลาเดียวกัน

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ดัชนีพหุภัยจะพัฒนาให้มีความละเอียดในระดับพื้นที่ 5×5 กิโลเมตร เพื่อช่วยให้เห็นภาพความเสี่ยงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยนำข้อมูลภัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศหลายประเภทมาประกอบกัน ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม และอากาศร้อนจัด

“จุดสำคัญคือ เราจะไม่ได้ดูเพียงว่าพื้นที่หนึ่งมีโอกาสเกิดภัยอะไร แต่จะดูด้วยว่ามีโอกาสเกิดหลายภัยร่วมกันหรือเกิดภัยต่อเนื่องกันหรือไม่ และในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า พื้นที่ใดควรได้รับการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมคน เตรียมอุปกรณ์ และวางแผนช่วยเหลือประชาชนได้ล่วงหน้า” ดร.พิรุณ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเตรียมพร้อมในระยะ 3-6 เดือนแล้ว ยังได้มอบหมายให้กรมฯ พัฒนา “แผนที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อให้เห็นว่าพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในระดับตำบล มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากน้อยเพียงใด โดยครอบคลุมความเสี่ยงสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ดินถล่ม ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยในระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน

แผนที่ดังกล่าวจะแสดงผลผ่านระบบ GIS และครอบคลุมทั้งสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันและกรณีที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดยแบ่งการมองความเสี่ยงออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงปัจจุบันถึงปี ค.ศ. 2050 ซึ่งสามารถนำไปใช้วางแผนในระดับพื้นที่ เช่น การวางผังเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมแผนรับมือของจังหวัด และช่วงหลังปี ค.ศ. 2050-2100 ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มความเสี่ยงในระยะยาว เช่น แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล

“เราต้องเปลี่ยนจากการรอให้เกิดภัยแล้วค่อยแก้ไข มาเป็นการรู้ความเสี่ยงและเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัยให้มากที่สุด เครื่องมือทั้งสองจึงมีความสำคัญและทำงานเสริมกัน โดยดัชนีพหุภัยจะช่วยให้เรามองเห็นความเสี่ยงในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ขณะที่แผนที่ความเสี่ยงภูมิอากาศจะช่วยให้เราวางแผนรับมือในระยะยาวได้” นายสุชาติ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเครื่องมือทั้งสองพัฒนาแล้วเสร็จ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจะเผยแพร่ข้อมูลผ่าน ศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Information Center : CCIC) เพื่อให้หน่วยงานส่วนกลาง หน่วยงานในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนป้องกันภัยและปรับตัวให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

“เป้าหมายสำคัญคือการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยรู้ล่วงหน้า เตรียมพร้อมได้เร็วขึ้น และลดความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศไทยสามารถอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' มอบหมายกรมลดโลกร้อนลงนาม MOU 2 ฉบับ จับมือกรุงไทยหนุนทุน 20 ล้านบาท ขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero ย้ำเปลี่ยนผ่านเป็นธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero

'สุชาติ' ห่วงปลาตายเกลื่อนคลองรังสิตฯ สั่ง คพ.เร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ ประสานแก้ปัญหา พร้อมเตือนประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงกรณีพบปลาตายจำนวนมาก น้ำมีสีดำคล้ำและส่งกลิ่นเหม็น บริเวณคลองสองและคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประสานหน่วยงานในพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย พร้อมเตือนประชาชนระมัดระวังการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

'สุชาติ' ชูภารกิจ ทส. สกัดยาเสพติดผ่านช่องทางป่า! ผนึก ตชด. ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด ชายแดนอุบลฯ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน จังหวัดอุบลราชธานี บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนและฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริก ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด ซึ่งถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว

“รมว. สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้ตรวจเข้มพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าดงกระสัง–ป่าลำพญากลาง จ.นครราชสีมา พบพื้นที่บุกรุกกว่า 189 ไร่ เร่งขยายผลร่วม DSI ดำเนินการตามกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีกรมป่าไม้บูรณาการความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

“สุชาติ” เปิดดีลธนาคารโลก 81.6 ล้านบาท หนุน พ.ร.บ.ลดโลกร้อน ปูทางไทยสู่ Net Zero 2050

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาระดมทุนสนับสนุนจากธนาคารโลก (World Bank) ในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) รวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไทยเร่งระดมเงินต่างประเทศเสริมความพร้อมขับเคลื่อน พ.ร.บ. ลดโลกร้อน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 “รัฐมนตรีสุชาติสั่งกรมลดโลกร้อนร่วมงาน IMF–World Bank ปิดดีลรับเงินธนาคารโลกกว่า 80 ล้านบาท”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” เร่งระดมเงินทุนต่างประเทศในลักษณะเงินให้เปล่า (Grant)