
นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าวว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง และคนไทยในต่างแดน ทั้งด้านพลังงาน ต้นทุนสินค้า ค่าครองชีพสูงขึ้น เศรษฐกิจซบเซา เนื่องจากไทยพึ่งพาน้ำมันและก๊าซ LNG จากภูมิภาคดังกล่าวในสัดส่วนสูง ถือเป็นหนึ่งในวิกฤตพลังงานโลกครั้งใหญ่ที่สุด ขณะที่สถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอนและอาจปะทุได้ทุกเมื่อ
นายร่มธรรม กล่าวว่า ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง รัฐบาลต้องเร่งรับมือด้วยการลดการพึ่งพาพลังงานจากพื้นที่เสี่ยง เดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและยานยนต์สีเขียว ควบคู่กับการพยุงเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่าย ดึงดูดการลงทุน สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ซึ่งหากไม่ทำในวันนี้ ประเทศไทยอาจจะลงสู่เหวได้
นายร่มธรรม กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณประจำปีที่ไม่เพียงพอและไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินกู้ 200,000 ล้านบาท ใช้ลดภาระค่าใช้จ่ายช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการให้เดินต่อได้ เปรียบเสมือนการฉีดยารักษาและบรรเทาอาการป่วยของประเทศไทย และกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น ไทยช่วยไทยพลัส และโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส
ส่วนอีก 200,000 ล้านบาท ใช้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานทดแทน อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ระดับครัวเรือน การผลิตไฟฟ้าจากหลังคาบ้าน และการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และเป็นเกราะป้องกันให้กับประเทศท่ามกลางโลกที่ผันผวน
นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า เงินกู้ดังกล่าวมีเป้าหมายให้เม็ดเงินลงสู่ประชาชนในระดับบุคคลและครัวเรือนทั่วประเทศ พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันด้านพลังงานและวางรากฐานเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเห็นว่าไม่มีโครงการที่เป็นเพียงความเพ้อฝันหรือโครงการที่อาจส่อทุจริตเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
"ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นบทเรียนว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว และกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาทจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดของประเทศ และเป็นการปรับตัว สร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และนี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือการพลิกวิกฤตของพี่น้องประชาชน และสร้างโอกาส วางรากฐานอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ" นายร่มธรรมกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปะทะวาทกรรม โหมโรงซักฟอก รัฐบาลเสียงแน่น วัดฝีมือ ‘ส้ม-ฟ้า’
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลภายใต้การนำของนาย
'ภราดร' ซัด 'ศุภณัฐ' เป็น สส. ไม่ใช่อินฟลู หยุดปั่นข้อมูลมั่วเรื่องงบเยียวยาน้ำท่วม
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลคำนวณงบเยียวยาน้ำท่วมพลาดว่า อย่ามุ่งร้าย สร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด ทำให้สังคมปั่นป่วน จนเกิดจลาจลได้
นายกฯ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพมารดา 'นิกร จำนง' ที่สงขลา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนางแฉล้ม จำนง อายุ 92 ปี มารดาของนายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ คณะผู้แทนหน่วยงานราชการ
'เทพไท' ดับฝันยุบภูมิใจไทย ชี้เงินบริจาคพิสูจน์ยาก เชื่อรอดอีกคดี
‘เทพไท’ มองปมเงินบริจาค ‘สส.ไอเดีย’ แม้ถูกโยงธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ของสามี แต่เส้นทางเงินยังพิสูจ
'ศิริโชค' ตอกกลับ 'อนุทิน' แพ้เลือกตั้งไม่ใช่หมดสิทธิตรวจสอบ จี้ตอบคำถามปม สส.ไอเดียร์ อย่าเบี่ยงประเด็น
นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สรุปว่าผมผิด เพราะผมแพ้เลือกตั้งอย่างนั้นหรือครับ คุณอนุทิน?
'อนุทิน' เย้ย 'ศิริโชค' แพ้เลือกตั้งเลยแค้นภูมิใจไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายศิริโชค โสภา อดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดประเด็นเงินบริจาคพรรคของ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย

