เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 จากเหตุได้รับแจ้งพบวาฬบรูด้าเกยตื้น บริเวณริมเขื่อนหิน ชุมชนคลองเสาธง ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้า จึงมอบหมาย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียวาฬบรูด้าจากการถูกเรือชน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เฝ้าระวัง ตรวจตรา และติดตามการเดินเรือในบริเวณพื้นที่อาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการเดินเรือ เพื่อกำหนดมาตรการลดความเร็วเรือและลดความเสี่ยงจากการชนวาฬอย่างเป็นรูปธรรม
จากผลชันสูตรซากวาฬบรูด้าที่ได้รับแจ้ง พบว่าเป็นวาฬบรูด้า (Bryde’s Whale; Balaenoptera edeni) เพศผู้ อยู่ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ (Sub-adult) ความยาวลำตัว 10.70 เมตร (ไม่รวมส่วนหางที่สูญหาย) สภาพซากเน่าเปื่อย ผิวหนังลอกหลุด กระดูกขากรรไกรบน (Maxilla และ Premaxilla) กระดูกขากรรไกรล่างด้านซ้าย (Mandible) กระดูกจมูก (Nasal bone) และส่วนหางสูญหาย วาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดี ความหนาชั้นไขมันใต้ผิวหนัง 2.8–4.0 เซนติเมตร ไม่พบบาดแผลภายนอกเท่าที่สามารถสังเกตได้ ระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างพบการช้ำและคั่งเลือดบริเวณส่วนหัว พร้อมพบเศษกระดูกขากรรไกรบนฝังอยู่ในเนื้อเยื่อ ขากรรไกรล่างด้านขวาพบภาวะขากรรไกรล่างยื่นผิดปกติ (Mandibular prognathism) ระบบหัวใจและหลอดเลือดไม่พบความผิดปกติ ระบบทางเดินหายใจอยู่ในสภาพเน่าสลาย ระบบทางเดินอาหารพบการวางตัวผิดปกติ โดยกระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนออกจากช่องท้องมาอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านซ้ายของลำตัว (Traumatic lumbar hernia) ไม่พบเนื้อตายในลำไส้ แต่พบรอยช้ำและคั่งเลือดรอบผนังช่องท้อง บ่งชี้ถึงการได้รับแรงกระแทกจากวัตถุไม่มีคมอย่างรุนแรง ส่งผลให้กล้ามเนื้อและพังผืดบริเวณข้างลำตัวฉีกขาด ทั้งนี้ พบอาหารตกค้างในทางเดินอาหารส่วนท้าย ส่วนตับ ไต และตับอ่อนอยู่ในสภาพเน่าสลาย
ผลการชันสูตรสรุปว่า วาฬเสียชีวิตจากการได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณส่วนหัวและขากรรไกรบน ส่งผลให้กระดูกขากรรไกรบนหัก เกิดภาวะไส้เลื่อนบริเวณข้างลำตัว และเกิดภาวะช็อกจากการบาดเจ็บรุนแรงร่วมกับการสูญเสียเลือด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและข้อมูลการพบเห็นเบื้องต้น คาดว่า วาฬตัวดังกล่าวอาจเป็น “เจ้ามาลี” ลูกวาฬตัวที่ 6 ของแม่กันยา ซึ่งมีการบันทึกการพบเห็นครั้งแรกโดยคุณจิรายุ เอกกุล เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564
สำหรับแนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดเหตุในอนาคต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเร่งหาแนวทางเฝ้าระวังและติดตามการเดินเรือในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า รวมทั้งพิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจตราและประสานผู้ประกอบการเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการลดความเร็วเรือและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการเรือที่สัญจรในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ลดความเร็วเรือเมื่อพบวาฬบรูด้า รักษาระยะห่างที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือขับเรือตัดผ่านเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬ เพื่อป้องกันการรบกวนและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชนวาฬ อันจะเป็นการร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตอนบนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.สุชาติ' นำคณะ ทส. ร่วม ครม.สัญจรสงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุน-น้ำบาดาล ควบคู่ดูแลป่าและสัตว์ป่า ภายใต้ 'ทส.หนึ่งเดียว'
นายสุชาติ รมว.ทส. เข้าร่วมการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา โดยที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานของ ทส. ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
'รมว.สุชาติ' เปิดเผย ทส. หนุน 2 สะพานใหญ่ภาคใต้ เชื่อมสงขลา-พัทลุง และเกาะลันตา ย้ำพัฒนาเดินคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีความสำคัญทั้งต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลระบบนิเวศทางน้ำ ลดผลกระทบต่อ โลมาอิรวดี ทรัพยากรประมง และวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ
ตายต่อเนื่อง! ซากวาฬบรูด้ายักษ์เกยตื้นบางปู
น่ากังวล! พบซาก “วาฬบรูด้า” ยักษ์เกยตื้นบางปู คาดตายมาแล้วหลายวันยาวกว่า 10-12 เมตร หนัก 6-7 ตัน ค่อนปีตายต่อเนื่อง
ทส.ร่วมขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริฯ อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต'
โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเรียนรู้คุณค่าสายน้ำและขับเคลื่อนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามหลักการทรงงาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"
'รมว.สุชาติ' ถอดบทเรียนภัยพิบัติเนปาล เร่งพัฒนา 'ดัชนีพหุภัย-แผนที่เสี่ยงภูมิอากาศ' เตือนภัยล่วงหน้า รับมือโลกเดือด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ภัยพิบัติธารน้ำแข็งถล่มบริเวณพรมแดนทิเบตและเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและสูญหายเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้รูปแบบของภัยพิบัติมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชน สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 10 จังหวัดเสี่ยงภัย ช่วง 28-31 สิงหาคม 2569
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

