กรุงเทพฯ, 1 กันยายน 2569 — สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดตัวแพลตฟอร์ม “เกษตรกรวงใน” ระบบสื่อสารสองทางบน LINE Official Account ที่ให้เกษตรกรลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD ของกรมการปกครอง เพื่อร่วมสะท้อนความเห็นต่อนโยบายภาครัฐที่มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรได้โดยตรง โดยเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 สภาเกษตรกรแห่งชาติได้เดินหน้าทำหน้าที่เป็นกลไกตัวแทนเกษตรกรในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ซึ่งเฉพาะไตรมาสที่ 1–2 ของปีงบประมาณ 2569 สามารถประสานและแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรสำเร็จแล้ว 1,084 เรื่อง ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 1,374,787 ราย พร้อมผลักดันให้เกิดศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกรครบทั้ง 77 จังหวัด
“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กลไกของสภาเกษตรกรแห่งชาติมีอยู่จริง มีเครือข่ายอยู่จริง และสามารถนำปัญหาจากพื้นที่ไปประสานและผลักดันให้เกิดการแก้ไขได้ แต่จากการทำงานจริง เราก็เห็นข้อจำกัดที่สำคัญ นั่นคือข้อมูลยังเดินทางช้า และการรับฟังความคิดเห็นยังมีข้อจำกัด” นายนัยฤทธิ์ กล่าว
นายนัยฤทธิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาการส่งข้อมูลสำคัญจากส่วนกลางไปยังเกษตรกรในพื้นที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3–7 วัน ซึ่งอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรคพืช การเตือนภัยธรรมชาติ หรือโอกาสทางการตลาดที่มีระยะเวลาจำกัด ขณะเดียวกัน การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบเดิมก็มีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ เวลา และการเดินทาง ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถเข้าร่วมได้
อย่างไรก็ตามจากรายงานการสำรวจการใช้เทคโนโลยีของเกษตรกร โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติ ปี 2567 พบว่าเกษตรกรในเครือข่ายกว่า 95% ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร สภาเกษตรกรแห่งชาติ จึงเลือกพัฒนาเครื่องมือบนช่องทางที่เกษตรกรใช้งานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แทนการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ที่ต้องรอให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้และใช้งาน นำมาสู่การพัฒนา แพลตฟอร์ม “เกษตรกรวงใน” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะมีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระบบ แต่เกิดจากโจทย์ที่ได้จากการทำงานจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้ข้อมูลเร็วขึ้น การรับฟังเร็วขึ้น และการประสานงานเร็วขึ้น
นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ อธิบายว่า หลังเกษตรกรลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD แล้ว สภาเกษตรกรฯ จะสามารถส่ง แบบสอบถาม/โพล เกี่ยวกับนโยบายหรือประเด็นที่กระทบภาคเกษตรถึงสมาชิกได้ทันที โดยไม่ต้องรอจัดเวทีประชุม จากนั้นผลจะถูกนำไปใช้ 2 ทาง คือ จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอ ครม. ตามมาตรา 41 พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และ ส่งกลับหน่วยงานเจ้าของนโยบาย เพื่อสะท้อนเสียงเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
นายณรงค์รัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังเชื่อมต่อ ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกรทั้ง 77 จังหวัด ให้เกษตรกรร้องเรียนและขอความช่วยเหลือผ่านมือถือได้สะดวกขึ้น พร้อมเมนูลัด (Rich Menu) และระบบตอบกลับอัตโนมัติสำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตร โดยระยะแรกตั้งเป้าสมาชิก 75,000 คน ภายใน 6 เดือน ครอบคลุม 77 จังหวัด ก่อนขยายสู่เกษตรกรทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าส่งข้อมูลถึงสมาชิกอย่างน้อย 5 ครั้งต่อเดือน ด้วยอัตราการเปิดอ่านไม่ต่ำกว่า 80% และอัตราการตอบกลับจากสมาชิกไม่ต่ำกว่า 60% พร้อมตั้งเป้าลดระยะเวลาในการประสานงานและรวบรวมข้อมูลลงไม่น้อยกว่า 50% เมื่อเทียบกับระบบสื่อสารแบบเดิม
“เราต้องการให้แพลตฟอร์ม ‘เกษตรกรวงใน’ เป็นมากกว่าช่องทางส่งข่าว แต่เป็นกลไกที่ทำให้เสียงจากพื้นที่ถูกนำไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนานโยบายอย่างเป็นระบบ” นายณรงค์รัตน์ กล่าว
โดยเกษตรกรสามารถเข้าร่วมได้ฟรี โดยเพิ่มเพื่อน LINE Official Account “เกษตรกรวงใน” ลงทะเบียน และยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaiD ข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกจะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และใช้เพื่อการยืนยันตัวตนและภารกิจของสภาเกษตรกรแห่งชาติเท่านั้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.nfc.or.th หรือ เฟซบุ๊ก www.facebook.com/NFCThaiOfficial สามารถเข้าร่วม Line OA “เกษตรกรวงใน” ได้ที่ลิงก์ลงทะเบียน https://lin.ee/yBhStvD] หรือ สามารถสแกน QR CODE.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม.กรุงเทพ ชูแนวคิด 'Creative Sustainability' ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่สินทรัพย์มูลค่าสูงในอนาคต บนเวที GCNT Expo 2026
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เตรียมนำแนวคิด “Creative Sustainability” เปิดมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่าน Creative Talk หัวข้อ “Creative Sustainability in Action: Turning Local Wisdom into Meaningful and Sustainable Futures” ชวนสังคมก้าวข้ามการมองความยั่งยืนเพียงแค่ “การอนุรักษ์สิ่งเดิม” สู่ “การค้นหา ตีความ และสร้างคุณค่าใหม่จากทุนที่มีอยู่” เพื่อให้คน ชุมชน และพื้นที่สามารถเติบโตได้อย่างมีความหมายและยั่งยืน
'BCPG' เปิดบ้านพลังงานสะอาด ต้อนรับ กฟผ. กฟน. และโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก
นายปัญจพล ศรีหงส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับผู้บริหารและคณะจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาดบีซีพีจี อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมฝันการศึกษา มอบอุปกรณ์การเรียน ผ่านโครงการ 'ทำด้วยใจ ไปด้วยกัน'
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมมือกับ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เดินหน้าส่งเสริมคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนไทย สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนพร้อมขนมขบเคี้ยว ผ่านสำนักข่าว The Master เพื่อส่งต่อไปยังนักเรียน โรงเรียนบ้านเนินดินแดง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ภายใต้โครงการ “ทำด้วยใจ ไปด้วยกัน” มุ่งหวังเติมเต็มความสุขและเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ในพื้นที่ขาดแคลนเติบโตอย่างมีคุณภาพ
'รมว.สุชาติ' เปิด 3 มาตรการ ทส. หลังปลดล็อก 'กรงหัวจุก' เดินหน้าเพาะเลี้ยงถูกกฎหมาย ควบคู่ปกป้องนกในธรรมชาติ
นายสุชาติ กล่าวว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาอย่างยาวนาน สามารถเพาะเลี้ยงและต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาไปสู่สัตว์เศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
'โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท' ปักหมุดสาขาที่ 20 'วัชรพล-สุขาภิบาล 5' ชูโมเดล Modern Paint Retail ครบเรื่องสี บริการเร็ว ในราคาขายส่ง
ฉลองหมุดหมายใหม่ภายใต้แนวคิด “20th Shade of HOMEPAINT” ยกระดับร้านขายสีเฉพาะทางสู่ Modern Paint Retail ศูนย์สีราคาขายส่งตั้งแต่ถังแรก รวมแบรนด์สีชั้นนำ เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง บริการผสมสี และโซลูชันครบวงจร ตอบโจทย์เจ้าของบ้าน ช่าง ผู้รับเหมา และลูกค้าโครงการ
MEDEZE สร้างประวัติศาสตร์รับรางวัลจาก Frost & Sullivan 10 ปีต่อเนื่อง คว้า “บริษัทแห่งปี 2026” ด้านธนาคารสเต็มเซลล์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เมดีซ กรุ๊ป” ได้รับการยกย่องจาก Frost & Sullivan เป็นบริษัทแห่งปี 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค หลังได้รับการยอมรับจาก Frost & Sullivan 10 ปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017–2026 ในอุตสาหกรรมธนาคารสเต็มเซลล์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนความโดดเด่นด้านนวัตกรรม ศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาแพลตฟอร์มเวชศาสตร์ฟื้นฟูแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าต่อยอดจาก “Biobank” สู่ “Biopharma” และขยายเครือข่ายสู่ตลาดระดับภูมิภาค พร้อมได้รับคัดเลือกให้เป็นภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ Advanced Therapy Medicinal Products Sandbox หรือ ATMP Sandbox ของประเทศไทย

