วันที่ 2 กันยายน 2569 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ภายหลังการประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569 ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ส่งผลให้นกปรอดหัวโขน หรือ “นกกรงหัวจุก” พ้นจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง สามารถเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และซื้อขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
นายสุชาติ กล่าวว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาอย่างยาวนาน สามารถเพาะเลี้ยงและต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาไปสู่สัตว์เศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ประชากรนกในธรรมชาติอย่างเข้มข้น จึงได้กำหนด 3 มาตรการสำคัญ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
มาตรการที่ 1 คุ้มครองนกในพื้นที่ป่าอย่างเข้มข้น ทส.จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องนกปรอดหัวโขนในพื้นที่ธรรมชาติ ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่า โดยเพิ่มการลาดตระเวนเชิงรุก ตั้งด่านตรวจ สกัดกั้นการลักลอบดักจับ และขยายผลปราบปรามเครือข่ายค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย พร้อมพัฒนาระบบข่าวกรองและฐานข้อมูล รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่
มาตรการที่ 2 กำกับดูแลนกนอกพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ โดยร่วมมือกับสมาคมและเครือข่ายผู้เลี้ยง สำรวจและขึ้นทะเบียนนก รวมถึงควบคุมการเคลื่อนย้ายนกให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและกลุ่มผู้เลี้ยง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์
มาตรการที่ 3 ยกระดับการเพาะพันธุ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทส.จะส่งเสริมมาตรฐานฟาร์มและกรงเลี้ยง สนับสนุนให้มีผู้เชี่ยวชาญดูแล ขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์ และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวนกตามมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลผู้เลี้ยงทั่วประเทศและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อผลักดันการเพาะพันธุ์เชิงพาณิชย์ให้มีมาตรฐาน สร้างอาชีพและรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องการให้การปลดล็อกนกกรงหัวจุกเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในด้านวิถีชีวิต การสร้างอาชีพ และเศรษฐกิจชุมชน ขณะเดียวกันต้องไม่เปิดช่องให้เกิดการลักลอบจับนกจากธรรมชาติ โดย ทส.จะติดตามสถานการณ์ประชากรนกในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิชาการเพื่อใช้ประกอบการบริหารจัดการ
“ปลดล็อกการเลี้ยง แต่ไม่ปลดล็อกการลักลอบจับจากธรรมชาติ เราต้องการให้พี่น้องประชาชนสามารถเลี้ยง เพาะพันธุ์ และสร้างรายได้จากนกกรงหัวจุกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันนกที่อยู่ในธรรมชาติต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ ให้คนอยู่ได้ สร้างรายได้ได้ และธรรมชาติอยู่รอดไปพร้อมกัน” นายสุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ หากในอนาคตพบว่าการลักลอบจับนกจากธรรมชาติส่งผลกระทบต่อประชากรนกปรอดหัวโขน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะติดตามประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการที่เหมาะสม รวมถึงการเสนอให้นกปรอดหัวโขนกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หากมีความจำเป็น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ของประชาชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” เปิดผลตรวจสอบโรงงานขยะปราจีนฯ พบอ้างสิทธิ น.ส.3 ก. 3 ฉบับ เร่งประสานหน่วยงานตรวจสอบตามกฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกรณีประธานเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็งให้ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับข้อร้องเรียนโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับขยะอุตสาหกรรม 12 แห่ง ในพื้นที่ที่ระบุว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดปราจีนบุรี
'รมว.สุชาติ' สั่งกรมป่าไม้ตรวจสอบเหตุอุบัติเหตุกิจกรรมโรยตัวในพื้นที่ป่านันทนาการดงรอยเท้าอาร์โคซอร์ จ.เพชรบูรณ์ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างการจัดกิจกรรมโรยตัวในพื้นที่เตรียมการป่านันทนาการดงรอยเท้าอาร์โคซอร์ อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย
ทส. น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กรุงเทพมหานคร
ทส. บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม
วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ
“รมว.สุชาติ” ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมนครนายก มอบ “เลขานุการรัฐมนตรีฯ” ลงพื้นที่ให้กำลังใจ ส่งอาหารกว่า 1,000 กล่อง–น้ำดื่ม 10,000 ขวด บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ด้วยความห่วงใยของรัฐบาลต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ
“สุชาติ” สั่ง ทส. เฝ้าระวังดินถล่ม–น้ำป่า 15 จังหวัด 29 อำเภอ รับมือฝนหนัก 11–13 ต.ค. กำชับเจ้าหน้าที่พร้อมช่วยประชาชนทันที
วันนี้ (11 ตุลาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์

