นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหากลิ่นเหม็นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี พร้อมขยายผลตรวจสอบโรงงานและสถานประกอบการโดยรอบทุกแห่งที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริงและเร่งกำหนดมาตรการแก้ไข โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า วันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลตำรวจโท อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลบ่อกวางทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรม 2 แห่ง และสถานประกอบกิจการ 1 แห่ง เพื่อขยายผลจากข้อร้องเรียนของประชาชน
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โรงงานแห่งที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการผลิตเม็ดพลาสติกและเส้นใยประดิษฐ์ พบกลิ่นจากกระบวนการหลอมพลาสติก โดยระบบบำบัดมลพิษทางอากาศแบบ Activated Carbon ยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ โรงงานจึงมีแผนปรับปรุงระบบบำบัดให้มีประสิทธิภาพ และจะจัดส่งแผนให้กรมควบคุมมลพิษภายใน 7 วัน
ขณะที่ โรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งประกอบกิจการผลิตเม็ดพลาสติกและใช้ระบบ Wet scrubber ร่วมกับโอโซน ไม่พบกลิ่นเหม็นจากกระบวนการผลิต
ส่วนสถานประกอบกิจการแห่งที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการผสมสีด้วยตัวทำละลายเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ พบกลิ่นจากตัวทำละลายในระดับสูง โดยตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายทั้งหมด (VOCs) ได้สูงถึง 90 ppm ซึ่งอยู่ในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้ นายภูเบศ พงษ์ชมพร นายกเทศมนตรีตำบลบ่อกวางทอง จะดำเนินการออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการเป็นการถาวร พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและนำของเสียทั้งหมดไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิชาการ
นายสุรินทร์ กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 หลังมีการเผยแพร่คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยจากการสอบถามหญิงที่ปรากฏในคลิป พบว่าไม่ได้ร้องเรียนปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลบ่อกวางทอง อำเภอบ่อทอง ตามที่มีการนำเสนอ แต่เป็นการร้องเรียนกลิ่นจากโรงงานในพื้นที่ตำบลหนองบอนแดง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี และระบุว่าคลิปที่เผยแพร่อาจมีการนำภาพไปตัดต่อเพิ่มเติม
สำหรับโรงงานประกอบกิจการผสมผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมในพื้นที่ตำบลหนองบอนแดง อำเภอบ้านบึง ซึ่งเป็นพื้นที่ตามข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นนั้น พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอนแดงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ให้หยุดประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เนื่องจากปัญหาระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กลับพบว่ายังคงมีการประกอบกิจการอยู่
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีมติให้โรงงาน หยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว ห้ามรับวัตถุดิบเพิ่มเติม และเร่งปรับปรุงระบบควบคุมมลพิษให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 พร้อมกำหนดมาตรการเพิ่มเติม ทั้งด้านสุขภาพประชาชน การควบคุมไอระเหยระหว่างการขนถ่ายปิโตรเลียม การปรับปรุงระบบเผาทำลายไอระเหย การจัดให้มีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย รวมถึงการประเมินความเสี่ยงจากการประกอบกิจการ
นายสุรินทร์ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบปัญหาให้ถึงต้นตอ ไม่จำกัดเฉพาะโรงงานที่ถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวถึง แต่ต้องตรวจสอบทุกแหล่งที่มีความเป็นไปได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน หากพบการก่อมลพิษหรือการประกอบกิจการไม่เป็นไปตามกฎหมาย ต้องเร่งแก้ไขและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองประชาชนให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะติดตามผลการตรวจสอบและการดำเนินมาตรการแก้ไขของสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพิ่มเติม จนกว่าจะสามารถระบุแหล่งกำเนิดและสาเหตุของปัญหาได้อย่างชัดเจน รวมถึงรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' เผยรับรายงาน คพ. เร่งคุมฟิล์มน้ำมันปราจีนบุรี ผนึกหลายหน่วยงานสกัดปนเปื้อนแม่น้ำ ย้ำเฝ้าระวังคุณภาพน้ำต่อเนื่อง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรณีพบฟิล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้กำชับให้ คพ. บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ควบคุมการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน และป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี
'สุชาติ' มอบหมายกรมลดโลกร้อนลงนาม MOU 2 ฉบับ จับมือกรุงไทยหนุนทุน 20 ล้านบาท ขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero ย้ำเปลี่ยนผ่านเป็นธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero
'สุชาติ' ห่วงปลาตายเกลื่อนคลองรังสิตฯ สั่ง คพ.เร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ ประสานแก้ปัญหา พร้อมเตือนประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงกรณีพบปลาตายจำนวนมาก น้ำมีสีดำคล้ำและส่งกลิ่นเหม็น บริเวณคลองสองและคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประสานหน่วยงานในพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย พร้อมเตือนประชาชนระมัดระวังการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
'สุชาติ' ชูภารกิจ ทส. สกัดยาเสพติดผ่านช่องทางป่า! ผนึก ตชด. ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด ชายแดนอุบลฯ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน จังหวัดอุบลราชธานี บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนและฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริก ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด ซึ่งถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว
“รมว. สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้ตรวจเข้มพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าดงกระสัง–ป่าลำพญากลาง จ.นครราชสีมา พบพื้นที่บุกรุกกว่า 189 ไร่ เร่งขยายผลร่วม DSI ดำเนินการตามกฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีกรมป่าไม้บูรณาการความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
“สุชาติ” เปิดดีลธนาคารโลก 81.6 ล้านบาท หนุน พ.ร.บ.ลดโลกร้อน ปูทางไทยสู่ Net Zero 2050
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาระดมทุนสนับสนุนจากธนาคารโลก (World Bank) ในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) รวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

