'ดร.ปราบ เบอร์ 6' ชิงนายก อบจ.นนทบุรี เปิด MATRIX LINK เชื่อม 'รถ-ราง-เรือ' ลดรอยต่อการเดินทาง

ชูเป้าหมาย “ต่อเดียว รู้เวลา รู้ราคา” ใช้ข้อมูลการเดินทางจริงออกแบบ Feeder เชื่อมชุมชนกับรถไฟฟ้า–ท่าเรือ ย้ำไม่เริ่มจาก “ซื้อรถกี่คัน” แต่เริ่มจาก “คนนนท์ต้องต่อรถกี่ครั้ง”

นนทบุรี “ทำไมมีรถไฟฟ้าแล้ว เรายังต้องขับรถ ต่อรถ หรือหาวิธีไปขึ้นรถไฟฟ้าอีกหลายทอด?”

ดร.ปราบ ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในนามอิสระ ตั้งคำถามก่อนเปิดนโยบาย MATRIX LINK เพื่อแก้โจทย์การเดินทางของนนทบุรี โดยเชื่อมแนวคิด A — Accessibility กับ I — Infrastructure ทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วเข้าถึงง่ายและเชื่อมต่อกันมากขึ้น

ดร.ปราบระบุว่า สำหรับคนนนท์จำนวนหนึ่ง ปัญหาอาจไม่ใช่ “ไม่มีรถไฟฟ้า” แต่คือ “ไปถึงรถไฟฟ้าไม่ง่ายพอ” บ้านอยู่ห่างสถานีเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่กว่าจะถึงต้องออกจากซอย ต่อรถหลายทอด รอโดยไม่รู้เวลา หรือสุดท้ายต้องขับรถส่วนตัวไปจอดที่สถานี

นี่คือช่องว่างระหว่างคำว่า “มีระบบขนส่ง” กับ “เข้าถึงระบบขนส่ง”

MATRIX LINK จึงตั้งเป้าหมายว่า

“ต่อเดียว รู้เวลา รู้ราคา”

คำว่า “ต่อเดียว” เป็นเป้าหมายสำหรับเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการนำรถไปรับถึงหน้าบ้านทุกหลัง แต่เป็นการออกแบบจุดรับบริเวณปากซอย ถนนสายหลัก หรือจุดรวมชุมชน แล้วเชื่อมเข้าสู่ รถไฟฟ้า ท่าเรือ หรือระบบขนส่งหลัก โดยลดการเปลี่ยนรถที่ไม่จำเป็น

ดร.ปราบกล่าวว่า

“เมืองที่ดีไม่ได้วัดจากว่าบนถนนมีรถราคาแพงแค่ไหน แต่วัดจากว่าคนไม่ขับรถออกจากบ้าน แล้วเข้าถึงการเดินทางที่ดีได้ง่ายแค่ไหน”

รถไฟฟ้ามีแล้ว โจทย์ต่อไปคือ “พาคนไปให้ถึง”

นนทบุรีมีระบบรางสำคัญทั้ง MRT สายสีม่วงและสายสีชมพู โดยทั้งสองสายเชื่อมต่อกันบริเวณศูนย์ราชการนนทบุรี ทำให้จังหวัดมีแกนหลักของระบบขนส่งมวลชนอยู่แล้ว

โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่า จะสร้างอะไรเพิ่ม แต่ต้องถามว่าสิ่งที่ลงทุนและมีอยู่แล้ว คนนนท์สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่หรือยัง

“รถไฟฟ้ามาถึงนนทบุรีแล้ว งานต่อไปคือต้องทำให้คนนนทบุรีไปถึงรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น”

เพราะสำหรับคนที่อยู่ห่างสถานีไม่กี่กิโลเมตร ช่วงที่ยุ่งยากที่สุดอาจไม่ใช่ตอนอยู่บนรถไฟฟ้า แต่เป็นช่วงก่อนถึงสถานี ทั้งการรอรถ ต่อรถหลายครั้ง ความไม่แน่นอนของเวลา และค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น

นี่คือโจทย์ First Mile–Last Mile ที่ MATRIX LINK ต้องการเข้าไปจัดระบบ

ไม่เริ่มจาก “ซื้อรถกี่คัน” แต่เริ่มจาก “คนต่อรถกี่ครั้ง”

MATRIX LINK เสนอให้ทำ Mobility Mapping เพื่อเห็นรูปแบบการเดินทางจริงของแต่ละพื้นที่

"คนอยู่ตรงไหน ไปไหน เวลาใด วันนี้ต้องต่อรถกี่ครั้ง"

จากนั้นจึงนำข้อมูลมาออกแบบ Feeder และรูปแบบบริการที่เหมาะสม แทนการเริ่มต้นด้วยการกำหนดจำนวนรถ

“อย่าเริ่มจากถามว่าจะซื้อรถกี่คัน ต้องเริ่มจากรู้ก่อนว่าคนอยู่ตรงไหน จะไปไหน และวันนี้ต้องต่อรถกี่ครั้งกว่าจะถึงระบบหลัก”

พื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าสถานีเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจเหมาะกับ Feeder เส้นทางสั้นจากจุดรวมชุมชนเข้าสู่สถานีโดยตรง

ขณะที่พื้นที่ซึ่งบ้านเรือนกระจายตัวหรือมีผู้โดยสารไม่มาก อาจเหมาะกับรถขนาดเล็ก ระบบ On-demand หรือการเชื่อมบริการขนส่งที่มีอยู่เดิมมากกว่า

หลักคิดคือ

“ไม่ใช่ทุกพื้นที่ต้องมีรถเหมือนกัน แต่ทุกพื้นที่ควรมีวิธีไปถึงระบบหลักที่เหมาะกับตัวเอง”

เจ้าพระยาต้องอยู่ใน LINK — เชื่อม “รถ–ราง–เรือ”

สำหรับนนทบุรี การเดินทางไม่ได้มีเพียงถนนกับรถไฟฟ้า เพราะ แม่น้ำเจ้าพระยาและท่าเรือ เป็นโครงสร้างการเดินทางที่มีอยู่แล้ว

MATRIX LINK จึงเสนอให้มอง รถ–ราง–เรือเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยสำรวจว่าพื้นที่ใดเหมาะกับการเชื่อม Feeder เข้ารถไฟฟ้า พื้นที่ใดสามารถเข้าถึงท่าเรือได้สะดวก และจุดใดมีศักยภาพเชื่อม ชุมชน–ท่าเรือ–ระบบราง เพื่อลดจำนวนครั้งในการต่อรถ

แนวคิดนี้ไม่ได้เริ่มจากการประกาศซื้อเรือหรือสร้างท่าใหม่ แต่เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า

คนอยู่ตรงไหน → ระบบใดอยู่ใกล้ → วิธีไหนพาไปถึงปลายทางได้ง่ายที่สุด

“MATRIX LINK ไม่ได้ตั้งต้นว่าทุกคนต้องไปขึ้นรถไฟฟ้า แต่ตั้งต้นว่าคนนนทบุรีควรเข้าถึงระบบขนส่งหลักที่เหมาะกับพื้นที่ของตัวเองได้ง่ายที่สุด”

ของเดิมดีอยู่แล้ว ไม่สร้างมาทับ

ดร.ปราบระบุว่า MATRIX LINK ไม่ได้หมายความว่า อบจ.ต้องเป็นเจ้าของรถหรือเรือทุกคัน หรือเข้าไปเดินรถทุกเส้นทางเอง

หากพื้นที่ใดมีรถโดยสาร รถสองแถว วิน เรือ หรือผู้ประกอบการเดิมให้บริการได้ดีอยู่แล้ว ภาครัฐไม่ควรรีบนำระบบใหม่เข้าไปวิ่งซ้ำ แต่ควรเริ่มจากการ X-ray ช่องว่างของระบบ

พื้นที่ไหนมีรถแต่รอนาน

พื้นที่ไหนไปไม่ถึงสถานี

พื้นที่ไหนต้องต่อหลายทอด

พื้นที่ไหนขาดบริการบางช่วงเวลา

พื้นที่ไหนสามารถเชื่อมท่าเรือหรือระบบรางได้ดีขึ้น

และพื้นที่ไหนมีระบบเดิมดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ

จากนั้นจึงเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม Feeder ปรับเส้นทางหรือจุดรับส่ง ใช้ On-demand หรือเชื่อมข้อมูลของบริการเดิมเข้าด้วยกัน

“เป้าหมายไม่ใช่เพิ่มรถให้เมือง แต่ลดความยุ่งยากในการเดินทางให้คน”

ก่อนออกจากบ้าน ต้องรู้ 4 เรื่อง

อีกปัญหาที่ MATRIX LINK ต้องการลดคือ ความไม่แน่นอนของการเดินทาง

ก่อนออกจากบ้าน ประชาชนควรรู้ว่า

"ขึ้นตรงไหน มาเมื่อไร ไปไหน ราคาเท่าไร"

ข้อมูลควรเข้าถึงผ่านช่องทางที่ใช้ง่าย เช่น LINE หรือเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปใหม่

เป้าหมายคือเปลี่ยนจาก

“ออกจากบ้านแล้วไปรอรถ”

“รู้ว่ารถจะมาเมื่อไร แล้วค่อยออกจากบ้าน”

และหากสามารถประสานข้อมูลกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องได้ ในระยะต่อไปก็สามารถเชื่อมข้อมูล Feeder ระบบราง เรือ และระบบขนส่งอื่น เพื่อช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้ง่ายขึ้น

100 วันแรก  รู้ว่าคน “ติด” ตรงไหน ก่อนลงทุน

ดร.ปราบเสนอให้ 100 DAYS MATRIX LINK เริ่มจากข้อมูลจริง ไม่ใช่การประกาศซื้อรถจำนวนมาก

30 วันแรก  ทำ Mobility Map

รวบรวมชุมชน จุดรับส่ง สถานีรถไฟฟ้า ท่าเรือ เส้นทางขนส่งที่มีอยู่ และพื้นที่ที่ประชาชนยังเข้าถึงระบบหลักได้ยาก

ภายใน 60 วัน  X-ray รอยต่อ

ดูว่าพื้นที่ใดต้องต่อรถหลายครั้ง จุดใดรอนาน ช่วงเวลาใดมีความต้องการเดินทางสูง และจุดใดสามารถเชื่อมรถ–ราง–เรือได้ดีขึ้น

ภายใน 100 วัน  ออกแบบพื้นที่นำร่อง

คัดเลือกพื้นที่ที่มีความต้องการเหมาะสม กำหนดจุดรับ เส้นทาง ความถี่ และรูปแบบบริการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการทดลองหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ดร.ปราบย้ำว่า บทบาทของ อบจ.ไม่ใช่การนำระบบขนส่งทุกประเภทมาอยู่ภายใต้จังหวัด แต่คือการดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจ พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านคมนาคม และผู้ให้บริการ เพื่อให้ระบบต่าง ๆ เชื่อมกันในระดับพื้นที่

เปลี่ยน KPI จาก “ซื้อกี่คัน” เป็น “คนนนท์ต่อรถน้อยลงหรือยัง”

MATRIX LINK ยังเสนอให้เปลี่ยนวิธีวัดผล จากสิ่งที่ภาครัฐ ซื้อหรือสร้าง ไปสู่สิ่งที่คนนนท์ ได้รับ

แทนที่จะวัดเพียงว่า ซื้อรถกี่คัน เปิดกี่สาย หรือสร้างกี่ป้าย ให้ดูว่า

จากเดิมต่อ 3 ครั้ง เหลือกี่ครั้ง?

จากเดิมรอ 20 นาที เหลือกี่นาที?

จากบ้านถึงระบบหลักเร็วขึ้นหรือไม่?

รู้เวลาและค่าเดินทางก่อนออกจากบ้านหรือไม่?

ดร.ปราบกล่าวทิ้งท้ายว่า

“ผมไม่ได้อยากเห็นแค่รถดี ๆ วิ่งบนถนนนนทบุรี แต่อยากเห็นคนนนท์ทุกคนมีทางเลือกในการเดินทางที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องมีรถเป็นของตัวเอง”

เพราะความสำเร็จของ MATRIX LINK ไม่ได้อยู่ที่นนทบุรีมีรถเพิ่มขึ้นอีกกี่คัน แต่อยู่ที่ประชาชนสามารถ เชื่อมรถ–ราง–เรือได้ง่ายขึ้น ต่อรถน้อยลง รู้เวลา และรู้ค่าเดินทางก่อนออกจากบ้าน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ม.กรุงเทพ คว้าตำแหน่งมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับ 1 ของไทย 2 ปีซ้อนจากการจัดอันดับ QS World University Rankings: Asia 2027

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นปีที่ 2 จากการเปรียบเทียบอันดับในกลุ่มหาวิทยาลัยเอกชนขนาดใหญ่ (Size L ขึ้นไป) ที่มีจำนวนนักศึกษามากกว่า 12,000 คน

InMode ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด Global Summit 2026 คาดเงินสะพัด 500 ล้านบาท หนุนความงาม–เวลเนส–สปาไทยสู่เวทีโลก

งานสัมมนาระดับนานาชาติ Global Summit 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เชื่อมเครือข่ายแพทย์นานาชาติภายใต้แนวคิด “Restoring Vitality” ต่อยอดโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวไทย พร้อมขับเคลื่อนอนาคตที่อุตสาหกรรมความงาม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตเติบโตไปด้วยกัน

อย.–อพท. ดันของดีชุมชนสู่ตลาด ยกระดับมาตรฐาน สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

อย. จับมือ อพท. ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน เชื่อมโอกาสทางการตลาดผ่านการท่องเที่ยวนำร่องผลิตภัณฑ์ 37 รายการ ใน 9 จังหวัด มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้เติบโต ชุมชนเข้มแข็ง และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

“ดร.มนัส” แถลงจัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 57 ผนึกภาครัฐหนุนสิทธิ-สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต เปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพคนพิการ สร้างสังคมเท่าเทียม

ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวการจัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 57 ประจำปี 2569 ว่า สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เตรียมจัดงานดังกล่าวในวันที่ 14

เฮ! “หมูเด้ง” ได้เป็นคุณน้าแล้ว! 🦛 “สุชาติ” เผยข่าวดี เขาเขียวรับสมาชิกใหม่ ลูกฮิปโปแคระ “หมูตุ๋น-หมูมะนาว” ลืมตาดูโลก แข็งแรง เตรียมเปิดตัวเร็ว ๆ นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยข่าวดีจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระ 1 ตัว ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 จากแม่ชื่อ “หมูมะนาว” อายุ 14 ปี และพ่อชื่อ “หมูตุ๋น” อายุ 7 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของ “หมูเด้ง”