
วันนี้มีจดหมายจากทางใต้ส่งมาครับ
อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่าเจ้าของจดหมายกำลังคึกคักเป็นพิเศษ ถึงขนาดเช็กลมยาง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เตรียมมอเตอร์ไซค์คู่ใจไว้เรียบร้อยแล้ว
จะไปไหนกันหรือ?
ก็จะขี่รถขึ้นกรุงเทพฯ น่ะสิครับ
พอดีช่วงนี้มีข่าวกำนันมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย จังหวัดกระบี่ นัดรวมพลชาวบ้านจัดคาราวานรถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล
กำหนดเริ่มรวมพลวันนี้ 5 พฤศจิกายน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนทยอยเคลื่อนขบวนขึ้นมาตามเส้นทางภาคใต้ มีทั้งรถยนต์ รถบรรทุก และรถของผู้ที่ต้องการเข้าร่วม ตั้งเป้ากันไว้ถึง 1,000 คัน
ระหว่างทางก็มีแผนแวะปราศรัยตามจุดต่างๆ ไม่ใช่ออกเดินทางวันนี้แล้วจะถึงทำเนียบรัฐบาลวันนี้เสียเมื่อไหร่
ส่วนจะมีรถเข้าร่วมมากน้อยแค่ไหน และเดินทางกันไปถึงไหน ก็ต้องติดตามดูครับ
แต่เจ้าของจดหมายของเรานี่สิ ยังไม่ทันเริ่มเคลื่อนขบวนก็ใจลอยไปอยู่บนถนนสายเอเชียเสียแล้ว
แถมยังบอกอีกว่า ถ้าไปถึงกรุงเทพฯ อาจจะแวะมาเยี่ยมผมที่ไทยโพสต์ด้วย
เอาเป็นว่าอ่านจดหมายกันก่อนดีกว่าครับ
⸻
เรียน คุณเสมอต้น คอลัมน์เปิดซองออนไลน์ ที่นับถือ
ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งจากทางภาคใต้ครับ อายุอานามก็ปาเข้าไปเลข 5 แล้ว นั่งอ่านคอลัมน์ของคุณเสมอต้นในไทยโพสต์มาตลอด จึงขอเขียนจดหมายฉบับนี้ส่งมาพูดคุยด้วยครับ
ช่วงนี้แถวบ้านเราไม่มีเรื่องไหนจะใหญ่ไปกว่าเรื่องที่กำนันมะโนแกประกาศนัดรวมพลวันที่ 5 นี้แล้วครับ แกจะพาพวกเราชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์บุกขึ้นกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล ตัวผมเองและเพื่อนบ้านแถวนี้บอกตรงๆ ว่าใจมันลอยไปอยู่บนถนนสายเอเชียตั้งแต่วันนี้แล้ว อยากจะสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คู่ใจขี่ตามตูดขบวนแกขึ้นไปให้มันรู้แล้วรู้รอดจริงๆ
ถามว่าทำไมชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกผมถึงพร้อมใจกันเชียร์และอยากไปร่วมกับกำนันมะโนขนาดนี้?
ก็เพราะความเดือดร้อนมันแทงตาจ่อคอหอยอยู่ทุกวันนี่แหละครับ คุณเสมอต้นลองคิดดู ทุกวันนี้ราคายางพารา ราคาทุเรียน ราคาพืชผลทางการเกษตรแกว่งจนชาวบ้านหมุนเงินไม่ทัน แต่ค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่าแก๊ส ค่าครองชีพสารพัดกลับพุ่งเอาๆ คนหาเช้ากินค่ำ คนวัยทำงานอย่างพวกผมแบกภาระครอบครัวจนหลังแทบหักแล้วครับ ร้องเรียนผ่านช่องทางปกติไปเรื่องก็เงียบเหมือนเป่าครก
กำนันมะโนเป็นคนในพื้นที่ ตื่นมาก็เจอหน้าพวกเรา รู้ว่าชาวบ้านลำบากจริง ไม่ใช่พวกนักการเมืองที่นานๆ จะแวะมาที พอเห็นแกกล้าลุกขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ เอาจริงเอาจัง พาพวกเราขี่มอเตอร์ไซค์บุกไปถึงประตูทำเนียบฯ มันเลยซื้อใจชาวบ้านได้เต็มๆ พวกเราไม่ได้อยากไปก่อความวุ่นวาย แต่อยากไปส่งเสียงดังๆ ให้คนข้างบนเขาตื่นมาเหลียวมองคนใต้บ้างสักที
ตอนนี้มอเตอร์ไซค์คันเก่าของผม เช็กลมยาง เปลี่ยนน้ำมันเครื่องรอไว้พร้อมแล้วครับ ขี่ระยะทางไกลๆ แบบนี้ตูดคงชาแน่ๆ แต่ใจมันสู้ เพราะถือว่าไปสู้เพื่อปากท้องของลูกหลานเราเอง
เออ… พูดถึงเรื่องขี่มอเตอร์ไซค์เข้ากรุงเทพฯ ถ้ารถผมมันไม่งอแง แล้วขี่ไปถึงถิ่นนครบาลได้จริงๆ ไม่แน่อาจจะลองแวะโฉบไปแถวสำนักข่าวไทยโพสต์เสียหน่อยครับ ฮ่าๆๆ กะว่าจะแวะไปยื่นทักทายคุณเสมอต้นถึงหน้าห้อง บก. ตัวเป็นๆ สักหน่อย ไม่รู้ยามหน้าตึกจะยอมเปิดประตูให้แก๊งมอเตอร์ไซค์หน้าโต้ลมอย่างพวกผมเข้าหรือเปล่า หยอกๆ นะครับ
ยังไงก็ฝากคุณเสมอต้นช่วยเอาข้อความนี้ลงคอลัมน์ ช่วยเป็นสื่อกลางส่งเสียงความเดือดร้อนของชาวบ้านภาคใต้ให้คนกรุงเทพฯ และผู้มีอำนาจเขาได้รับรู้ด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพ
ชาวบ้านใต้ หัวใจลุย
⸻
คุณชาวบ้านใต้ หัวใจลุยครับ
อ่านจดหมายแล้วผมเชื่อเลยว่าคุณตั้งใจจะมาจริงๆ ขนาดยังไม่ออกเดินทางก็เปลี่ยนน้ำมันเครื่องรอไว้แล้ว
แต่ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง
คุณบอกว่าอายุเข้าเลข 5 แล้ว จะขี่มอเตอร์ไซค์จากภาคใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร
รถน่ะตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว แล้วคนขี่ได้ตรวจสภาพบ้างหรือยังครับ?
อย่ามัวแต่ห่วงรถจนลืมห่วงตัวเองล่ะ
อ่านเรื่องความเดือดร้อนที่คุณเล่ามา ผมก็เข้าใจครับ
คนทำมาหากินทุกวันนี้เหนื่อยกันจริงๆ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องลุ้นราคาพืชผลอยู่ตลอด
ปลูกก็ต้องลุ้นว่าจะได้ผลผลิตเท่าไร พอได้ผลผลิตแล้วก็ต้องลุ้นอีกว่าจะขายได้ราคาเท่าไร
แต่ค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่าใช้จ่ายต่างๆ นี่ไม่ต้องลุ้นครับ
ถึงเวลาจ่ายก็ต้องจ่าย
ส่วนเรื่องกำนันมะโน ผมพอทราบข่าวอยู่บ้าง แกเคยเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์มาก่อน
ประวัติแกก็น่าสนใจครับ เคยบวชเรียนจนสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ก่อนลาสิกขาออกมาประกอบอาชีพ แล้วมาเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ 10 ปี เป็นกำนันอีก 11 ปี
ผ่านทั้งทางธรรมและทางโลกมาไม่น้อยเหมือนกัน
คราวนี้ตั้งกลุ่มชื่อเสียใหญ่โตว่า “แนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน” หรือ นปผ. เตรียมพาคาราวานรถขึ้นกรุงเทพฯ
ชื่อกลุ่มฟังแล้วใหญ่โตเอาการอยู่เหมือนกัน
ข้อเรียกร้องที่ปรากฏเป็นข่าว ผมลองไล่ดูแล้วก็มีหลายเรื่อง
1. ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง และราคาน้ำมันแพง 2. ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร 3.ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดในชุมชน 4.ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่ต้องการให้ตรวจสอบ
เห็นไหมครับ ไม่ใช่เรื่องราคาพืชผลอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่
เรื่องทุจริตก็ต้องเอาหลักฐานไปว่ากัน เรื่องไหนมีมูลก็ตรวจสอบกันให้ชัดเจน
ส่วนผมขอคุยเรื่องปากท้องกับคุณชาวบ้านใต้ต่อดีกว่า
เพราะบางเรื่องไม่ใช่รัฐมนตรีหยิบปากกามาเซ็นชื่อ แล้วราคาพืชผลทางการเกษตรจะขึ้นทันทีเสียเมื่อไหร่
ถ้าทำได้ง่ายอย่างนั้น ป่านนี้รัฐมนตรีคงเซ็นกันจนปากกาหมึกหมดไปหลายด้ามแล้ว
อย่างเรื่องราคาพืชผลนี่ก็เหมือนกัน
เวลาราคาตก คนปลูกก็เดือดร้อน ขายแล้วแทบไม่เหลืออะไร จะให้เขายิ้มออกได้อย่างไร
แต่พอราคาขึ้น คนปลูกก็ดีใจสิครับ
ทีนี้คนซื้อเริ่มบ่นอีกแล้ว
ผักแพง ผลไม้แพง จะซื้ออะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีก
คนปลูกอยากให้ราคาสูง คนซื้ออยากให้ราคาถูก
แล้วรัฐบาลจะเอาใจใครดีล่ะครับ?
เผลอๆ แก้ปัญหาให้คนปลูกเสร็จ คนซื้อก็ยกขบวนมาร้องเรียนต่ออีก
คราวนี้รัฐมนตรีคงได้ปวดหัวกันอีกรอบ
เรื่องแบบนี้มันวนกันอยู่จริงๆ ครับ เพราะทั้งคนปลูกและคนซื้อก็เป็นชาวบ้านเหมือนกัน ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง
ผมถึงบอกว่าบางปัญหาไม่ใช่รัฐมนตรีเซ็นชื่อปุ๊บแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยปั๊บ
แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้รัฐบาลนั่งเฉยๆ นะครับ
ผมไม่ขัดข้องอะไรกับการที่ชาวบ้านจะรวมตัวกันเรียกร้องต่อรัฐบาล เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ขอเพียงชุมนุมกันโดยสงบ
ทีนี้เมื่อขบวนกำนันมะโนเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลแล้ว จะทำอย่างไรกันต่อ?
ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเห็นนายกรัฐมนตรีออกมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากชาวบ้านด้วยตัวเองครับ
ไหนๆ ชาวบ้านก็อุตส่าห์เดินทางกันมาไกล นายกฯ เดินออกจากห้องทำงานมาพบชาวบ้านสักหน่อยก็คงไม่เหนื่อยเท่าไร
แต่ต้องมาด้วยความจริงใจนะครับ ไม่ใช่ออกมารับหนังสือ ยืนให้ช่างภาพถ่ายรูปสองสามแชะ แล้วก็กลับเข้าห้องทำงาน
แบบนั้นชาวบ้านก็คงได้แต่รูปนายกรัฐมนตรีกลับไปดูที่บ้าน
ผมอยากเห็นนายกฯ ออกมาพูดคุย รับฟังปัญหา แล้วบอกกันตรงๆ ว่าเรื่องไหนรัฐบาลช่วยได้ก็จะช่วย เรื่องไหนต้องใช้เวลาก็ขอเวลากันหน่อย
ส่วนเรื่องไหนทำไม่ได้ ก็อธิบายเหตุผลให้ชาวบ้านเข้าใจ
คนไทยด้วยกันทั้งนั้นครับ ผมเชื่อว่าถ้าพูดจากันดีๆ ด้วยความจริงใจ ก็น่าจะรับฟังกันได้
กำนันมะโนเองก็ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก คงเข้าใจดีว่าปัญหาบางอย่างไม่ได้แก้กันเสร็จภายในวันสองวัน
แต่ความจริงใจอย่างเดียวก็ยังไม่พอนะครับ ต้องลงมือทำด้วย
ไม่ใช่วันนี้รับปากกันอย่างดี พอชาวบ้านเดินทางกลับบ้านแล้ว เรื่องก็เงียบหายไปด้วย
ผมเองก็เคยทำข่าวม็อบมาบ้าง เคยเห็นชาวบ้านบางกลุ่มมาแล้วมาอีก ไม่ใช่ติดใจอาหารแถวทำเนียบรัฐบาลนะครับ แต่เพราะบางครั้งรัฐบาลรับปากแล้วไม่ทำตาม
สุดท้ายก็ต้องกลับมาทวงกันอีก
คุณชาวบ้านใต้ครับ ผมหวังว่าการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ของพวกคุณจะทำให้รัฐบาลได้รับฟังปัญหาของชาวบ้านอย่างจริงจัง
ถ้านายกรัฐมนตรีออกมารับหนังสือด้วยตัวเองก็คงเป็นเรื่องดี แต่จะดียิ่งกว่าถ้าข้อเรียกร้องที่รับไปได้รับการพิจารณาแก้ไขตามความเป็นจริง
เพราะสิ่งที่ชาวบ้านอยากได้กลับบ้าน คงไม่ใช่แค่ภาพถ่ายคู่กับนายกรัฐมนตรี
แต่อยากเห็นว่าความเดือดร้อนที่หอบหิ้วกันมาจากภาคใต้ จะได้รับการแก้ไขอย่างไรบ้าง
ส่วนคุณ ถ้าตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์มาร่วมขบวนจริงๆ ก็ขอให้เดินทางปลอดภัย
กลับถึงบ้านแล้วเขียนมาเล่ากันอีกนะครับ ว่าเดินทางไปเจออะไรมาบ้าง
อ้อ…คุณบอกว่าถ้ามาถึงกรุงเทพฯ จะแวะมาเยี่ยมผมที่ไทยโพสต์ด้วยใช่ไหม?
มาได้ครับ แต่ขอร้องอย่างหนึ่ง
อย่าพารถมาด้วยทั้งพันคันก็แล้วกัน
— เสมอต้น
5 พฤศจิกายน 2569
📌 เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำตา ‘พ่อใหญ่ทรัมป์’
“รัฐสภาสีน้ำเงิน”....... นึกว่าจะมีแต่ที่ไทยเท่านั้น! ผลเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เมื่อวานซืน (๓ พ.ย.๖๙)
'บุ๋ม ปนัดดา' มรสุมคนทำดี
ประเทศไทยนี่ก็แปลกดีนะครับ มีเรื่องเดือดร้อนก็ต้องไปหาตำรวจ มีเรื่องร้องเรียนก็ต้องไปหาหน่วยงานราชการ
พรรคส้ม 'แกล้งจน'
การ “ขอรับบริจาค” นี่..... ผมว่ามันเป็น “เทรดดิชัน” ของขบวนการ “ส้ม-สามนิ้ว”ฝังลึก ตอนปี ๖๓-๖๔ ยุคเฟื่องฟูของ “รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว”
ขอเงินก่อน...ซักฟอกทีหลัง!
เห็นข่าวพรรคประชาชนประกาศเปิดรับบริจาคเงิน เพื่อเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
'เขมรคา-พม่าเสียบ'
ประเทศไทยช่วงนี้.... ดูเหมือน “ต้องโฉลก” กับ “ประเทศเพื่อนบ้าน” เป็นพิเศษ “ปัญหาเขมร” ทางตะวันออก ยังไม่จบ
คราวนี้ได้เลี้ยงหลานจริงๆ
วันจันทร์แล้วครับ จดหมายจากผู้อ่านยังมีรอให้เปิดอีกหลายซอง แต่วันนี้ขออนุญาตพักอีกสักวัน

