นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ทั้งด้านสินค้าไทย การท่องเที่ยว ธุรกิจ การลงทุน และบทบาทของไทยบนเวทีเศรษฐกิจการเงินโลก
ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้เมื่อปี 2534 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน ซึ่งครั้งนั้นประเทศไทยประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากต่างประเทศ การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งจะนำรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นายธนาคาร และนักการเงินจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาประเทศไทย
กระทรวงการคลังในฐานะผู้จัดหลักร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมนำสินค้าไทยจากทั่วประเทศและทุกภูมิภาคมาจัดแสดงและนำเสนอภายในงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อได้รู้จักสินค้าไทยมากขึ้น และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะเกิดกิจกรรมและการเดินทางคึกคักในช่วงจัดประชุม พร้อมยกประสบการณ์จากการเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีก่อนว่า ผู้เดินทางบางส่วนกลับมาเยือนประเทศไทยอีกพร้อมครอบครัว ทำให้ประโยชน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาจัดงานเท่านั้น
นอกจากนี้ จะมีกิจกรรม Business Matching การประชุม สัมมนา และกิจกรรมของภาคการเงินจากทั่วโลก ซึ่งนายเอกนิติมองว่าจะเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนใหม่ในประเทศไทย ขณะที่สินค้าไทย ผ้าไทย ศิลปวัฒนธรรม และมวยไทยจะได้รับการนำเสนอผ่านกิจกรรมต่าง ๆ บนเวทีระดับโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เปรียบเหมือนโอลิมปิกทางการเงิน ซึ่งหลายประเทศต้องการเป็นเจ้าภาพ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับโอกาสจัดเป็นครั้งที่ 2 ถือเป็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจของประเทศ
อีกมิติหนึ่ง ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจะมีโอกาสเสนอวาระเข้าสู่เวทีเศรษฐกิจการเงินโลก ภายใต้แนวคิด Entering New Horizon หรือการก้าวสู่ขอบฟ้าใหม่ พร้อมแนวคิด Empowering People การสร้างพลังให้ประชาชนสามารถกำหนดชีวิตและธุรกิจของตนเอง และ Building Resilience การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับมือโลกที่มีความผันผวนสูง
รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า หนึ่งไฮไลต์สำคัญจะอยู่ในวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะมีการจัด Royal Pavilion เพื่อเชิดชูพระเกียรติและนำเสนอแนวพระราชดำริ โดยเฉพาะแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Empowering People ที่ประเทศไทยนำเสนอในการประชุมครั้งนี้
โดย Royal Pavilion จะนำบทเรียนจากโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ซึ่งได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอดในรัชกาลปัจจุบัน มานำเสนอต่อผู้เข้าร่วมการประชุม โดยต้องการให้นักการคลังและนักการเงินจากทั่วโลกได้เห็นพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนา และแนวทางที่มีส่วนช่วยให้คนไทยสามารถปรับตัวต่อวิกฤตและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้
“เราถึงอยากนำเสนอให้นักการคลัง นักการเงินโลกได้เห็น เชื่อว่าหลายคนที่ได้ไปชม น่าจะทึ่งกับพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน ที่ทำให้ส่วนหนึ่งคนไทยสามารถปรับตัวกับภาวการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้” นายเอกนิติกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' เปิดใจรับบท 'เดอะแบก' หนักแค่ไหนพร้อมสู้เต็มที่ 24 ชม.
“เอกนิติ” เปิดใจหลังถูกมองเป็น “เดอะแบก” ของรัฐบาล ยอมรับทำงาน
'เอกนิติ' ชี้วิกฤตพลังงานยังไม่จบ เดินหน้า 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 ประคองกำลังซื้อช่วงเปลี่ยนผ่าน ย้ำวินัยการคลัง เร่งโซลาร์-พลังงานไทย ลดพึ่งนำเข้า สร้างความเข้มแข็งระยะยาว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 เฟส 2 ว่า จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของคนไทยเป็นระลอก ตั้งแต่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าแพงขึ้น ก่อนกระทบกำลังซื้อเมื่อรายได้เพิ่มไม่ทันค่าใช้จ่าย รัฐบาลจึงออกแบบมาตรการเพื่อช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมประคองพ่อค้าแม่ค้ารายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง
'ศุภวุฒิ' หนุนคลังเบรกหั่นภาษีดีเซล 5 บาทถ้วนหน้า ชี้ควรช่วยเกษตรกรตรงจุด
ประธานสภาพัฒน์หนุนแนวทาง “เอกนิติ” ไม่ลดภาษีสรรพสามิตดีเซลแบบเหวี่ยงแห ลิตรละ 5 บาท ชี้สิ้นเปลืองทรัพยากร คนใช้รถดีเซลห
ไฟเขียวไทยพลัส2เดือน เติมบัตรคนจน700บาท
ครม.ไฟเขียว 4.3 หมื่นล้าน ต่ออายุ "ไทยช่วยไทยพลัส" 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน เปิดยืนยันสิทธิ 1-15 ต.ค.
ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต
“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา
ครม. อัดงบเงินกู้ 4.3 หมื่นล้าน ขยาย 'ไทยช่วยไทยพลัส' วงเงิน 1 พันบาท ใช้ได้นาน 2 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยใช้วงเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ. 2569 จำนวน 43,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีขยายตัวอีกประมาณ 0.1-0.2%

