ม.กรุงเทพ x ไทยเบฟ รวมพลังชุมชนคลองสาม เปลี่ยนองค์ความรู้สู่ผลลัพธ์ สร้างต้นแบบความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง OTOP นวัตวิถีบ้านคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เดินหน้าโครงการบริการวิชาการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยให้ชุมชนเป็นเจ้าของโจทย์และร่วมออกแบบการพัฒนา นำองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ ลงพื้นที่แก้ปัญหาจริง ตั้งแต่การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว สำรับอาหาร ภูมิทัศน์และป้ายสื่อความหมาย ไปจนถึงการพัฒนา “เรือนอบกล้วยอัจฉริยะ” สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมเตรียมต่อยอดเป็นโมเดลบริการวิชาการเพื่อขยายผลสู่ชุมชนอื่น โดยมีผู้บริหารม.กรุงเทพ และคณาจารย์จากคณะที่ร่วมโครงการ ลงพื้นที่ติดตามผลลัพธ์การดำเนินงาน ณ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง OTOP นวัตวิถีบ้านคลองสาม พร้อมผู้แทนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และโครงการ EISA ตลอดจนผู้นำและตัวแทนชุมชน เพื่อหารือแนวทางพัฒนาความร่วมมือ

ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “การทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับไทยเบฟ และชุมชน สามารถสร้างพลังในการพัฒนาจากการนำองค์ความรู้ และประสบการณ์มาร่วมพัฒนา ตั้งแต่การช่วยค้นหาพื้นที่และประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนา ซึ่งถือเป็นคุณค่าอย่างยิ่งต่อโครงการ ผลลัพธ์ของความร่วมมือนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับชุมชนคลองสามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาที่จะได้นำประสบการณ์จากการทำงานกับโจทย์จริงไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต”

ด้านคุณอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ประธานโครงการบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ชุมชนคลองสามยังรักษาวิถีเกษตรในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติได้จริง ที่นี่จึงเหมาะสมเป็นพื้นที่ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครัวเรือน และได้ทางม.กรุงเทพมาเสริมทักษะให้ชุมชนทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ของฝาก และการรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ชุมชนคลองสามเป็นโมเดลที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของและพัฒนาต่อได้อย่างยั่งยืน"

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้นำองค์ความรู้จาก 9 คณะ มาบูรณาการร่วมกับการเรียนรู้จากโจทย์จริง เกิดเป็นผลงานและแนวทางที่ชุมชนสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญคือการพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว One Day Trip Green Route โดยภาควิชาการจัดการการท่องเที่ยว คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว ร่วมกับนักศึกษาลงพื้นที่สำรวจและออกแบบเส้นทางจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่เดิม ทั้งวิถีเกษตรอินทรีย์ ต้นลำพู บ่อแหนแดง และสระบัวหลวง พร้อมพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อสื่อสารเรื่องราวของชุมชนให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และร่วมพัฒนาเป็น “สำรับคลองสาม” ดึงวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาหารและผลผลิตของชุมชน ด้านคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เข้ามาออกแบบภูมิทัศน์และระบบป้ายบอกทางและป้ายสื่อความหมาย เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของพื้นที่ ส่วนคณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมกับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม พัฒนาเรือนอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ของชุมชน พร้อมติดตั้งระบบควบคุมอัจฉริยะ (IoT) ช่วยให้กระบวนการอบมีความสม่ำเสมอและได้มาตรฐาน นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ “กล้วยตาก” จากผลผลิตในพื้นที่ ซึ่งได้รับการตอบรับจนผลิตไม่ทันคำสั่งซื้อ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน พร้อมกันนี้คณะบัญชี คณะบริหารธุรกิจ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ และคณะนิติศาสตร์ ยังเข้ามาเสริมด้านธุรกิจ ตั้งแต่ระบบรายรับ - รายจ่าย การคิดต้นทุน การสร้างแบรนด์ ช่องทางการตลาด ไปจนถึงคำแนะนำด้านเครื่องหมายการค้าและข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ และคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ได้จัดทำแผนที่ 3 มิติด้วยโดรนครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 14,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลสำหรับการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในอนาคต

ผลลัพธ์ของความร่วมมือยังสะท้อนผ่านรางวัลสำคัญ 2 รางวัลที่ชุมชนได้รับในปี 2569 ซึ่งเป็นรางวัลการันตีการพัฒนาศักยภาพและการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน โดยคุณรุ่งนภา แก้วธรรม (กำนันนก) ผู้นำชุมชน เล่าว่า “ชาวบ้านคลองสามยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทำเกษตรผสมผสานกันมาหลายรุ่น แต่ที่ผ่านมาผลงานยังวัดเป็นรูปธรรมได้ยากและไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เมื่อได้ร่วมงานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพและไทยเบฟ ผลลัพธ์จึงชัดเจนจนนำเสนอเป็นแบบอย่างต่อหน่วยงานภาครัฐได้ และนำมาสู่การได้รับรางวัลถึง 2 รางวัลในปีนี้ ได้แก่ รางวัลพระราชทานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลแหนบทองคำ เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ปี 2569 ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญของชาวบ้าน และเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่ชุมชนร่วมกันทำกับมหาวิทยาลัยและไทยเบฟนั้นเป็นแบบอย่างและโมเดลที่ดี ที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต”

การพัฒนานี้ยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อเนื่องโดยมีแนวทางร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึก รวมถึงพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาเรียนรู้วิถีเกษตรในพื้นที่ การบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการพัฒนาชุมชน และขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สะท้อนการเปลี่ยน “โจทย์ของชุมชน” ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่สามารถเติบโตต่อได้อย่างยั่งยืน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาครัฐ ภาคเอกชนรวมพลังเครือข่ายจัดงานเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี

เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network: TSCN) พร้อมด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) และภาคีเครือข่ายร่วมจัดงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และครบ 10 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ

นิเทศฯ ม.กรุงเทพ ถอดรหัสอนาคตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่าน VISION HOUSE: CREATIVE SPARK

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สรุปความสำเร็จจาก VISION HOUSE: CREATIVE SPARK: A Human-Centric Synergy of Creativity, Technology, Intelligence & Impact พื้นที่ที่เปิดให้คนในแวดวงสื่อ คอนเทนต์ เทคโนโลยี