นักรัฐศาสตร์จุฬาฯ วิเคราะห์จุดแข็งโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ชี้เปลี่ยนแนวทางช่วยเหลือจากการลดค่าไฟชั่วคราว สู่การสนับสนุนให้ประชาชนผลิตพลังงานใช้เอง สร้างสินทรัพย์ลดรายจ่ายในระยะยาว พร้อมเสนอแนวทางต่อยอดให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์โครงการโซลาร์ภาคประชาชนของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ภายใต้วงเงินสนับสนุน 50,000 ล้านบาท ครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ว่า เป็นนโยบายที่มีทิศทางน่าสนับสนุน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ จากการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในระยะสั้น ไปสู่การลงทุนสร้างสินทรัพย์ด้านพลังงานให้ประชาชน
แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เพราะแทนที่ภาครัฐจะใช้งบประมาณช่วยลดค่าใช้จ่ายเป็นครั้งคราว กลับนำเงินมาสนับสนุนให้ครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
จุดแข็งอีกประการหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเปลี่ยนจากการเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มาเป็นผู้มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานของประเทศ ซึ่งหากสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ ก็จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีความสำคัญในเชิงโครงสร้าง เพราะเป็นการส่งเสริมการผลิตพลังงานแบบกระจายตัวจากระดับครัวเรือน ซึ่งสามารถช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบส่วนกลางในบางช่วงเวลา และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ครัวเรือนรายได้น้อย ผู้พักอาศัยในบ้านเช่า และอาคารชุด สามารถเข้าถึงโครงการได้ เนื่องจากประชาชนแต่ละกลุ่มมีความพร้อมด้านพื้นที่ติดตั้งและกำลังซื้อแตกต่างกัน
รัฐบาลจึงอาจพิจารณาสนับสนุนสินเชื่อที่เหมาะสมกับรายได้ การติดตั้งระบบขนาดเล็ก และโครงการโซลาร์เซลล์ระดับชุมชน เพื่อขยายประโยชน์ของนโยบายให้ครอบคลุมประชาชนในวงกว้าง
สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควรมีระบบประเมินความคุ้มค่าก่อนเข้าร่วม โดยเฉพาะเงื่อนไขการสละสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 20 ปี เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบผลประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้ากับสิทธิประโยชน์เดิมได้อย่างชัดเจน
ในด้านระบบไฟฟ้า การขยายโซลาร์เซลล์ระดับครัวเรือนจำนวนมากจำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระบบ Smart Grid และหลักเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน เพื่อรักษาเสถียรภาพและจัดสรรต้นทุนอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม
ดร.สติธร ยังเสนอให้นำประสบการณ์จากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ โดยออสเตรเลียมีการพัฒนาระบบโซลาร์เซลล์ครัวเรือนควบคู่กับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ขณะที่เยอรมนีส่งเสริมโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กสำหรับอาคารพักอาศัย ซึ่งสามารถเป็นแนวทางต่อยอดโครงการของประเทศไทยในอนาคต
ทั้งนี้ การติดตามและเปิดเผยผลดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้รัฐบาลสามารถปรับปรุงโครงการให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างความคุ้มค่าจากงบประมาณที่ลงทุนไป
“ผมมองว่าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นนโยบายที่มีทิศทางดี เพราะเปลี่ยนจากการใช้เงินรัฐช่วยจ่ายค่าไฟ ไปสู่การสนับสนุนให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง ซึ่งสร้างประโยชน์ได้ในระยะยาว สิ่งสำคัญคือรัฐบาลควรต่อยอดนโยบายให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและผู้ที่มีข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งเตรียมระบบไฟฟ้าให้รองรับการผลิตพลังงานจากภาคประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้นอย่างยั่งยืน” ดร.สติธร กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' การันตีไม่มีล็อกสเปก 'โซลาร์ล้านหลัง' อัดสื่อนั่งเทียนเขียนเอื้อบริษัทยักษ์ใหญ่
“อนุทิน” อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย” โยงล็อกสเปกโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ”ไร้ความรู้ - นั่งเทียนเขียน“ กังขารับงานใครมาไม่รู้ ขอเป็นมืออาชีพ หากินแบบนี้ไม่ได้ ชี้ “คุณมีข้อมูล-ผมก็มีข้อมูล” ลั่น เกลียดการล็อคสเปค หลังตอนอยู่ภาคเอกชนเคยถูกกระทำมาก่อน
คนขอนแก่นผิดหวัง 'โซลาร์ภาคประชาชน' โวยเงื่อนไขเยอะ
คนขอนแก่นผิดหวังกับโครงการ 'โซลาร์ภาคประชาชน' เงื่อนไขเยอะ เอื้อคนรวย-อุ้มบ้านหลังใหญ่
ครม.ทุ่มงบเงินกู้ 7.3 หมื่นล้าน รับซื้อไฟส่วนเกินหน่วยละ 2.20 บาท จากโซลาร์ล้านหลังคา
ครม.ไฟเขียวโซลาร์รูฟ รับซื้อไฟเหลือ 2.20 บาท ใช้งบ 7.3 หมื่นล้าน เข้มฟันขยะอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินคดีเด็ดขาด มอบ “ปกรณ์” แก้สัมปทานผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย แสดงให้เห็นไม่ได้เอื้อทุนใหญ่
PEA–MEA เปิดตัว “โซลาร์ภาคประชาชน” หนุนติดตั้งโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน ลดภาระค่าไฟฟ้า สนับสนุนพลังงานสะอาด
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
นายกฯ เปิดโครงการโซลาร์ภาคประชาชน อุดหนุน 5 หมื่นบาทต่อหลัง ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน
นายกฯอนุทิน กดปุ่มโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน อุดหนุน 5 หมื่นบาท/ครัวเรือน คาดลดค่าไฟกว่า 2.45 หมื่นล้านบาทต่อปี หวังก้าวข้ามกำแพงเดิมๆ เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดยั่งยืน พร้อมสร้างรายได้ให้ประชาชนผ่านการขายไฟฟ้า

