
“กะเพรา กระเพาะ กระเพื่อม”
นี่คือ..หัวข้อบทกลอนของ “น้าหมู” คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ ก่อนที่จะร่ายต่อว่า..
“จะกอบกำ โกยกิน สิ้นรากเหง้า
ผัดกะเพรา มีแต่หมู ดูแล้วชั่ว
กินผักหญ้า ร่ำรวย เหมือนควายวัว
ต้องกราบตีน เจ้าสัว ขอกะเพรา”
ซึ่งก็เป็นการสะท้อนความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับประเด็นดรามา “จดลิขสิทธิ์กะเพรา 4 สายพันธุ์” ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในสังคมขณะนี้
หลายคน โดยเฉพาะ “สาวก” น้าหมูอ่านแล้วคงจะชื่นชม เป็น “กลอนสุภาพ” ที่แต่งได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ มีสัมผัสนอก-ในที่ไพเราะคมคาย!
แต่..ที่น่าชื่นชมและคมคายยิ่งกว่าสำหรับผม ก็ข้อความของ “คุณพีระชาติ อินตา” ที่ได้โพสต์ว่า..
“พี่หมูครับ เพลงที่พี่แต่ง พี่ก็ใช้ภาษาไทยที่คนทั้งชาติใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ภาษาที่พี่คิดค้นขึ้นมาเอง
แต่พอเอามาเรียบเรียงเป็นเพลง พี่กลับสร้างผลงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายได้
แล้วคนที่นำพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาวิจัย ทดลอง คัดเลือก และพัฒนาจนได้พันธุ์ใหม่ ทำไมเขาถึงไม่ควรได้รับความคุ้มครองบ้าง?
ภาษาไทยไม่ได้เป็นของพี่คนเดียว แต่ผลงานเพลงของพี่ยังได้รับความคุ้มครอง แล้วทำไมพอเป็นกะเพราที่คนอื่นลงทุนพัฒนา พี่ถึงออกมาต่อต้านการคุ้มครองเสียเอง?
ตกลงหลักการที่พี่ยึดถือคืออะไรครับ?”
เห็นไหม..คมบาดลึก จนบัดป่านนี้ไม่รู้ “น้าหมู” จะคิดหาคำตอบได้หรือยัง?
ครับ..วันก่อนเห็นข่าวคุณนก-จริยา แอนโฟเน่ นักแสดงและผู้จัดละครรุ่นใหญ่ เปิดใจผ่านรายการช่อง “ไทยพีบีเอส”
พูดถึงสาเหตุที่ “ละครไทย” ยังวนเวียนอยู่แต่เรื่องผัวเมียตบตี ว่าเป็นเพราะทางช่อง-สถานีมี “ข้อจำกัด” มี “ล้านกรอบ”..
ทั้งจากหน่วยงานรัฐ กองเซนเซอร์ และกระแสความอ่อนไหวของสังคม จนทำให้ไม่สามารถทำพล็อตตีแผ่สังคมหรือเจาะลึกอาชีพแบบซีรีส์เกาหลีได้!
ซึ่งฟังดูก็เป็นความจริงที่รับรู้มาตลอด ด้วยช่อง-สถานีเลี่ยงไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงหรือปัญหากับธุรกิจ
กระนั้น..ก็ทำให้คิดต่อว่า “ข้อจำกัด-ล้านกรอบ” เหล่านั้น เป็น “กำแพง” ที่ข้ามไม่ได้จริงๆ หรือแท้จริงแล้วมันคือผ้าคลุมที่ซ่อนปัญหารากลึก..
อย่าง “ศักยภาพของคนคิดพล็อตและคนเขียนบท” เอาไว้กันแน่..หือ?
ผมนั้นดูเหมือนจะพูดประเด็นนี้มาหลายครั้ง-หลายวาระ ก็ขอยืนยันเหมือนเดิมว่าปัญหาละครไทย (อาจ) ไม่ได้อยู่ที่ “ข้อจำกัด” แต่น่าจะอยู่ที่ “สมอง” และ “ฝีมือ” ต่างหาก!
การทำละครแบบ “ตีแผ่” หรือสะท้อนปัญหาในทุกๆ วงการ-วิชาชีพ มันเป็นเรื่องยาก ไม่เหมือนการใช้เสียงกรี๊ด การด่าทอ และดรามาความหึงหวง..
ที่เป็นอารมณ์ขั้นพื้นฐานที่เขียนพล็อต-เขียนบทง่ายที่สุด และกระตุ้นความรู้สึกคนดูได้เร็ว เรียก “เรตติง” ได้ดีกว่า!
เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ดูซีรีส์เกาหลีใต้ อย่าง Stranger หรือ Signal และน่าจะเห็นตรงกับผมว่าการเขียนบทของเขายอดเยี่ยมมาก
คนเขียนบทต้องมีการทำรีเซิร์ชข้อมูลอย่างหนักหน่วง ทำการบ้านจนเข้าใจช่องโหว่ของกฎหมายและมิติของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
จึงสามารถเขียนบทวิพากษ์วิจารณ์ “โครงสร้างสังคม” ได้อย่างมีชั้นเชิง โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวละครขาวจัด-ดำจัด หรือยัดเยียดความเลว-ด้านมืดจนสุดโต่ง!
พูดก็พูด..จะเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ฝั่งตะวันตก ก็มีหน่วยงานรัฐ องค์กรวิชาชีพ หรือเซนเซอร์ที่เข้มงวดทั้งนั้นแหละ เพียงแต่พวกเขามีวิธี “ตีแผ่-สะท้อน” ด้วยการค้นคว้าข้อมูลจริง
และกล้าแตะประเด็นเปราะบางให้กลายเป็นพล็อตสืบสวน การเมือง หรือสะท้อนมนุษย์สีเทาได้โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกอาชีพ “ขาวสะอาดสมบูรณ์แบบ”!
จะว่าไปซีรีส์ไทยบนสตรีมมิงก็มีหลายเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่า ถ้าคนเขียนบท “มือถึง”-“ทุนถึง” ก็สามารถพูดเรื่องโครงสร้างอำนาจ อาชีพ หรือประเด็นสีเทาได้อย่างเข้มข้น!
ผมมองว่า ถึงเวลาแล้วที่ “คนเบื้องหลัง” จะต้องหันมามองความจริงอย่างตรงไปตรงมา ยอมรับว่าเรายังขาดแคลน “คนเขียนบท” ที่มีคุณภาพ..
และขาดการลงทุนกับการพัฒนาคนเขียนบทอย่างจริงจัง!
เพราะท้ายที่สุด กำแพงของละครไทย อาจไม่ใช่ “ข้อจำกัด-ล้านกรอบ” หากแต่เป็น “วิสัยทัศน์” และ “ฝีมือ” ของคนเขียนบท..
ที่ยังก้าวไม่พ้นกรอบความสะดวก-สบายของตัวเอง!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประเทศไทยอ่อนแอ?
จะชี้แจง-อธิบายว่ากระไร? เนี่ย..วันนี้ (27 ต.ค.) แหละ จะได้ฟัง-ได้รู้ แต่ที่ทราบก่อนคือ คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะภรรยาของสามีที่ตกเป็นข่าวว่าบุกรุกป่าสงวน 100 ไร่ในจังหวัดนครนายก..
เอาไง..ไทยพีบีเอส?
บุรุษหนึ่ง..ใช้แก้วฟาดใบหน้าหญิงสาวเพียงเพราะเธอปฏิเสธ “ชนแก้ว” ในร้านเหล้า!
อยากรู้ความคิดใคร?
มีคนยืนยันว่าไม่ใช่แผนโฆษณา-สร้างกระแส! นี่..ผมหมายถึงกรณีที่นางเอกสาว คุณแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ หรือพรประภา ออกมาคัดค้าน และไม่ยินยอมให้มีการเผยแพร่ภาพที่ดัดแปลงด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก..
รอ'ของขวัญ'จากนายกฯ!
“กทม.ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนจำนวนมากถึงระดับนี้ โดยยอดผู้ลงทะเบียนสูงกว่า 1 ล้านคนแล้ว ซึ่งมากกว่าที่ประมาณการไว้”
‘ครัวคุณต๋อย’ยังอยู่นะ!
ไม่ถึงกับตกใจ-ช็อก! เพราะเป็นที่รับรู้กันมาโดยตลอด และได้เห็นมาเป็นระยะๆ ที่ “ผู้จัดรายการโทรทัศน์” รายนั้น-รายนี้ถอดใจ เลิกกิจการด้วยทนแบกภาระ “ขาดทุน” ต่อไปไม่ไหว!
อย่าฆ่ากันด้วยคำพูด?
“จ้าง 300 ให้เลิกร้องเพลงได้ไหม?” เนี่ย..แม้เพียงประโยคสั้นๆ จากลูกค้าคนหนึ่งในร้านอาหาร ก็ทำเอา “ศิวดล จันทนเสวี” หรือ “ท๊อฟฟี่ 3.50” ศิลปินและเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นเก๋าถึงกับ “หน้าชา”!

