เสริมแกร่งสุขภาวะคนไร้บ้าน 6 จว. เจอพิษโควิด

แม้สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง กระทบปัญหาปากท้องและความยากจนของผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนไร้บ้านที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้น นอกจากการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ถือเป็นแนวทางบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้พวกเขาได้ท้องอิ่ม ยิ้มได้ มีพลังใจต่อสู้ทุกวิกฤต

สสส.และภาคีมอบถุงยังชีพ”มิตรปันสุข”ที่ศูนย์พักคนไร้บ้านพูนสุข จ.ปทุมธานี

 

เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กลุ่มเปราะบาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และภาคีเครือข่าย จัดทำครัวกลาง - อาหารราคาถูก ช่วยประสานงานให้คนไร้บ้านได้เข้าถึงวัคซีน สร้างอาชีพเสริมรายได้ พัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้คนไร้บ้านสามารถตั้งหลักชีวิตและกลับคืนสู่ชุมชน พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพ “มิตรปันสุข” 7,300 ชุด จัดส่งไปที่ศูนย์พักคนไร้บ้านใน 6 จังหวัด โดยนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. พร้อมด้วย นางสาวกรรณิกา ว่องกุศลกิจ ผู้อำนวยการด้านพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผล และนายสมพร หารพรม เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ “มิตรปันสุข” ที่ศูนย์พักคนไร้บ้าน “บ้านพูนสุข” อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันก่อน ซึ่งศูนย์แห่งนี้นอกจากเป็นที่พักรองรับคนไร้บ้านแล้ว ยังฝึกอาชีพ สอนทำเกษตรพอเพียง เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้ด้วย

นางภรณี ภู่ประเสริฐ กล่าวว่า สถานการณ์โควิดส่งผลกระทบให้คนไร้บ้านเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 จากเดิมที่พบคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ กว่า 1,027 คน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 1,300-1,400 คน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จนทำให้คนกลุ่มนี้มีสถานะตกงาน ขาดรายได้ และเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการต่างๆ โดยผลสำรวจโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านพบว่า ประเทศไทยมีคนไร้บ้านกระจายในพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศกว่า 2,719 คน ในทุกจังหวัด และอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 3,500-4,000 คน โดยการอยู่อาศัยในพื้นที่สาธารณะ และความยากจน ส่งผลให้คนไร้บ้านมีปัญหาทางสุขภาพมากกว่าคนทั่วไป เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคติดต่อ เป็นต้น ต้องได้รับการดูแลและติดตามชีวิตความเป็นอยู่เป็นระยะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ สร้างสุขภาวะที่ดีเทียบเท่าคนทุกกลุ่ม

ถุงยังชีพ’มิตรปันสุข’ช่วยลดรายจ่ายคนไร้บ้าน

 

“เหตุที่ช่วยคนไร้บ้านใน 6 จังหวัด รวมถึงเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กลุ่มแรงงานข้ามชาติ กลุ่มเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีก 17 จังหวัด เพราะคนกลุ่มนี้ประสบความยากลำบากหลายด้าน ขาดความมั่นคงทางรายได้และอาหาร เข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการ เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิดได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น สสส. หวังว่าการเสริมความเข้มแข็งของกลุ่มเปราะบางและการประสานทรัพยากรจากภาคส่วนต่างๆ เข้ามาสนับสนุนต่อเนื่องจะทำให้คนที่ประสบความยากลำบาก มีกำลังใจในการลุกขึ้นสู้และกลับมาดำเนินชีวิตสู่วิถีปกติได้อย่างรวดเร็ว ” นางภรณี กล่าว

ในหลายพื้นที่คนไร้บ้านมีปัญหาจากการใช้ชีวิต การทำงานร่วมกันของ สสส.และภาคีเครือข่ายส่งต่อถุงยังชีพสามารถลดรายจ่ายค่าครองชีพได้ ซึ่งโครงการมิตรปันสุข โดยกลุ่มมิตรผล และกองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19  มีเป้าหมายช่วยให้คนไทยได้ท้องอิ่ม ยิ้มได้ ใจสู้ต่อในยามนี้ โดยเครื่องอุปโภค บริโภคในถุงยังชีพมิตรปันสุข ส่วนหนึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตในชุมชน เช่น ข้าวหอมมะลิ กล้วยฉาบ น้ำพริกต่างๆ รวมถึงจ้างชุมชนตัดเย็บถุงที่ทำจากกระสอบน้ำตาลมิตรผลรีไซเคิล เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นต่อไป

พื้นที่เรียนรู้เกษตรสร้างอาชีพที่ศูนย์พักคนไร้บ้าน”บ้านพูนสุข”

 

สำหรับการลงพื้นที่ศูนย์คนไร้บ้าน บ้านพูนสุข ซึ่งดูแลคนไร้บ้านทั้งในสถานการณ์ปกติและโควิด ตั้งอยู่ในชุมชนบนเนื้อที่ 2 ไร่ รองรับสมาชิกคนไร้บ้านทั้งชายและหญิงอาศัยได้ 100 คน แบ่งเกณฑ์การเข้าพัก 3 ระดับ คือ ชั่วคราว ประจำ และแบบมั่นคง  อยู่ที่นี่ไม่ถือเป็นภาระของสังคม ได้พัฒนาศักยภาพและสุขภาวะใจกายครบถ้วน

นายสมพร หารพรม กล่าวว่า ทางศูนย์จะแบ่งพื้นที่ให้เรียนรู้วิธีปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ สร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงสร้างอาชีพให้คนไร้บ้านหารายได้เลี้ยงปากท้องตัวเอง เช่น ฝึกทำอาหาร ขายของมือ 2 ที่ได้รับจากการบริจาค ผักที่ปลูกจากการเรียนนำมาขาย เป็นต้น เมื่อมีรายได้แล้ว ฝึกให้เขารู้จักวิธีใช้เงิน ด้วยการนำมาซื้ออาหารราคาถูกในศูนย์แทนการรับอาหารฟรี ฝึกความรับผิดชอบและต่อยอดให้มีอาชีพทำ เพื่อตั้งหลักชีวิตให้สามารถดูแลตัวเองในระยะยาว ส่วนคนไร้บ้านที่อยู่แบบมั่นคงจะได้ฝึกเป็นอาสาสมัคร ดูแลที่พัก และร่วมทีมงานสำรวจประชากรคนไร้บ้านในพื้นที่ด้วย

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ

Design Hero 2025 ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าเพื่ออนาคตเยาวชน

ในวันที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ชนะเลิศ คว้าผลงาน “เวลคัมทูเลิกบุหรี่”ฉายโรงภาพยนตร์SF ภาคตะวันออก

การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยนิวไฮพุ่งต่อเนื่อง จากเดิม7หมื่นรายพุ่งพรวดเป็น9แสนคนในช่วงไม่กี่ปี และกำลังทยานสู่หลักล้านอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนการตลาดของบริษัทบุหรี่แบรนด์โลกเข้าถึงกลุ่มเยาวชนคืออนาคต

สูบพอตป่วยเงียบ “สสส.-สธ” มุ่งเชิงรุกสร้างระบบรักษา-ปกป้องเหยื่อเด็กประถม

ปล่อยไปเพียบแน่ “ สสส.ไม่ทน! ” จับมือสธ. ช่วยผู้ป่วยพอต เปิดแนวรักษารวมศูนย์-เว็บ-แอปเตือนภัย แนวต้านล่อลวงเด็กประถม

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า

ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง

ธงแดงปลอดภัย...เปลี่ยนอโศก สู่ 'เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย'

อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน