วันนี้ (26 สิงหาคม 2565) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดฉากเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 7 (The Seventh APEC Virtual Food Security Ministerial Meeting) ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมจับมือร่วมเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค หนุนแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ ค.ศ. 2030 ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวต้อนรับคณะรัฐมนตรี และสมาชิกเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวเปิดการประชุมในครั้งนี้ว่า ประเทศไทย มุ่งหวังที่จะสนับสนุนให้เอเปคมีการเจริญเติบโตในระยะยาว มีภูมิคุ้มกัน มีความครอบคลุม ความสมดุล และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040 แผนปฏิบัติการเอาเทอรัว รวมถึงหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย คือ “OPEN, CONNECT, BALANCE” หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio – Circular - Green Economy หรือ BCG Model

การประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหาร นับเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนความมั่นคงอาหารให้กับประชาคมโลก ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ ของโลก ซึ่งจากสถานการณ์ความมั่นคงด้านอาหารในปัจจุบัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ รายงานว่าในปี พ.ศ. 2573 ประชาชนประมาณ 670 ล้านคน จะยังคงขาดสารอาหาร นอกจากนี้ ผลกระทบและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อระบบอาหารทั่วโลก เช่น วิกฤตด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เอเปค ต้องปรับบทบาทและแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน

การประชุมครั้งนี้ สมาชิกเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจ ยังได้ร่วมกันรับรองปฏิญญาความมั่นคงอาหารเอเปค ซึ่งเป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นทางการเมือง ในการส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาค โดยในร่างปฏิญญาฯ ได้ผลักดันนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านความปลอดภัยอาหาร ด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ด้านการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ ภาคเอกชน นับได้ว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการร่วมเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปค ประจำปี 2565 ได้ให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 ได้แก่ การสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัล การประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร การส่งเสริมการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับการเกษตรและการค้าอาหาร และการนำโมเดลแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือโมเดล BCG มาปรับใช้

เชื่อมั่นได้ว่า ร่างปฏิญญาความมั่นคงอาหารเอเปค จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและอาหารของไทย นอกจากนี้ การสนับสนุนระบบการค้าแบบพหุภาคี จะทำให้เกิดการอำนวยความสะดวกทางการค้าขายระหว่างประเทศมากขึ้น

พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ยังผลักดันการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหารเอเปค ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย 3S ทั้งเรื่อง Safety Security และ Sustainability ส่งเสริมความปลอดภัยอาหารให้ได้มาตรฐานสากล ถูกหลักโภชนาการ และในปี 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางนโยบายเสริมสร้างบทบาทสตรีให้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยใช้แผนขับเคลื่อนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการเกษตรให้มีความทันสมัย สามารถวิเคราะห์และวางแผนการผลิต การเข้าถึงตลาด รวมถึงผลักดันวิจัยและนวัตกรรมเกษตร และยกระดับความร่วมมือเครือข่ายการพัฒนาภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านนโยบายความยั่งยืนในระบบอาหารที่สัมพันธ์กับปัจจัยการผลิตทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศ

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และกรมประมง ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบเอเปค มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากการประชุมเอเปคพร้อมกันทั้งประเทศ ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค และได้มีการจัดการประชุมที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีก 12 การประชุมเรื่อยมา แน่นอนว่า การประชุมรัฐมนตรีของเขตเศรษฐกิจร่วมกันครั้งนี้ เป็นการแสดงวิสัยทัศน์และแนวนโยบายในการผลักดันความมั่นคงทางอาหาร ซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นนโยบาย BCG และ 3s รวมถึงนโยบายต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า สินค้าเกษตรและอาหารไทย ในฐานะ ‘ครัวโลก’ มีการผลิตที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพมาตรฐาน ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารให้ประชากรในภูมิภาคเอเปคและโลก เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นจากส่งออกสินค้าเกษตรไปยังคู่ค้าในเอเปคได้มากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปิยะรัฐชย์ รมช.เกษตรฯ พท.ใกล้ชิดเกษตรกร-ใกล้ชิดประชาชน เราไม่ได้มาสั่งขรก.ให้ทำตามอำเภอใจ
"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ยุคปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย ส่งสามรัฐมนตรีมาบริหารงานกระทรวงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ
'แอ๊ด คาราบาว' แต่งเพลงให้กำลังใจ 'อธิบดีฝนหลวง'
“แอ๊ด คาราบาว” หรือ นายยืนยง โอภากุล แต่งเพลงให้กำลังใจ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีเนื้อหาของเพลงว่า
รมช.โฮม ตั้งเป้าผลักดันเชียงรายสู่ “มหานครเกษตรแห่งภาคเหนือ“ ชูสหกรณ์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและปฏิรูปภาคการเกษตร
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลคนสหกรณ์ในจังหวัดเชียงราย” ซึ่งเป็นงานที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงรายจัดขึ้น
กรมหม่อนไหม จัดใหญ่ ครั้งที่ 4 มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ยกทัพสินค้าผ้าไหม...พรีเมียมทั่วไทยกว่า 35 ร้านค้า บุกเซ็นทรัล ชลบุรี
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับผ้าไหมไทยสู่สากล จัดงานใหญ่เอาใจคนรัก
สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569
สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร
“โควตานม 70:30 เขย่าโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย” เอกชน–เกษตรกรชี้เสี่ยงผูกขาด รัฐเร่งหาจุดสมดุล
การปรับหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 กำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย หลังร่างใหม่กำหนดสัดส่วนโควตาระหว่างสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจที่ 70% และภาคเอกชน 30% ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วนที่มองว่า อาจกระทบต่อกลไกตลาดและความสมดุลของทั้งระบบ

