'ในหลวง-พระราชินี' ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างยิ่งใหญ่  มาครงและภริยา จัดถวายพระกระยาหารค่ำที่ทำเนียบประธานาธิบดี

30 มิ.ย.2569-เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 16.46 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนาชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อนุสรณ์สถาน โอแตล เด แซ็งวาลิด (Hôtel des Invalides) กรุงปารีส
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายเอมานูว์แอล มาครง (Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนางบริจิต มาครง (Mrs. Brigitte Macron) ภริยา รอเฝ้ารับเสด็จ 

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังลานพิธี กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามลำดับ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ผู้บัญชาการกองทหารเกียรติยศกราบบังคมทูลรายงานและถวายความเคารพ 

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับคณะทางการฝ่ายฝรั่งเศส โดยมี นายเฟรเดอริก บีเยต์ (Mr. Frédéric Billet) อธิบดีกรมพิธีการทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศส กราบบังคมทูลแนะนำคณะทางการฝ่ายฝรั่งเศส เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการรับเสด็จอย่างเป็นทางการแล้ว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ((Palais de l’Élysée)

เวลา 17.15 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถึงทำเนียบประธานาธิบดี (Palais de l’Élysée) ณ ที่นั้น นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนางบริจิต มาครง ภริยา เฝ้ารับเสด็จบริเวณกลางลานเกียรติยศ 

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสัมผัสพระหัตถ์และ ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา ที่ประตูทางเข้าอาคารทำเนียบประธานาธิบดี เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องแอมบาสเดอร์ (Ambassador Room) มีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา 

ในโอกาสนี้ ทรงทอดพระเนตรเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสนำมาจัดแสดง ได้แก่ พระราชสาส์นทองคำ จากพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ทูลสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียน ที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2404 (ค.ศ. 1861) สนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือ ระหว่าง สยามและฝรั่งเศส พ.ศ. 2399 และสัตยาบันสารของสยามสำหรับสนธิสัญญาทางไมตรี การค้า และการเดินเรือ ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส พ.ศ 2399 อันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีความสำคัญมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส ซึ่งเป็นโรงแรมที่ประทับ

เวลา 20.11 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี (Palais de l’Élysée) ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสและภริยา จัดถวาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง มีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยกรณีแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ขอให้การสูญเสียชีวิตยุติโดยเร็ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีรักษาการแห่งสาธารณรัฐโบลีวาร์เวเนซุเอลา กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว

ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร พระราชทานพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) พระราชทานพระศพ" เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"

ในหลวง พระราชินี จะเสด็จฯเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ 28 มิ.ย.-2 ก.ค.นี้

ประกาศสำนักพระราชวัง ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งที่ 3 ของพระมหากษัตริย์ไทย

ในหลวง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง