‘ดร.นฤมล’ ชี้ปัญหาเงินเฟ้อไทย-สหรัฐมีบริบทบนฐานศก.ที่แตกต่าง เผยนโยบายขึ้นดอกเบี้ยไทยขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะสมแล้ว

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟด เห็นได้จากเมื่อวันศุกร์ ตลาดหุ้นอเมริกา แดงเถือก ทุกกระดาน ลดลงร่วม 3-4% เป็นสัญญาณ และการแสดงปฎิกริยาของนักลงทุนที่เกิดขึ้น หลังจากได้ฟังคำกล่าวของประธานเฟด นายพาวเวลล์ ในงานประชุมสัมมนาเศรษฐกิจประจำปีของเฟด  ที่นายพาวเวลล์ ได้แสดงทัศนะ และใช้คำพูดค่อนข้างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องตีความ เน้นน้ำหนัก ถึงทิศทางที่ต้องเตรียมเฝ้าระวัง พร้อมรับมือกับความเจ็บปวด ที่ต้องต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อในขณะนี้ และอนาคตอันใกล้

สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการสวนทางกับความหวังของนักลงทุนที่ต้องการนโยบายที่ผ่อนคลายการขึ้นอัตราดอกเบี้ย  โดยนายพาวเวลล์กล่าว และย้ำว่า   นี่เป็นต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งถ้าหากล้มเหลว และไม่อาจฟื้นเสถียรภาพด้านราคาได้ ความเสียหายจะยิ่งมากมหาศาลกว่านี้    ถึงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฏาคมจะลดลง  แต่การลดลงแค่เพียงเดือนเดียวนั้น ยังสั้นเกินไปที่จะประเมิน เพราะเฟดยังต้องดูข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบริหารเงินเฟ้อให้อยู่ในทิศทางที่เหมาะสม  ดังนั้นแนวทางและนโยบายที่เฟด ต้องดำเนินต่อไป ดอกเบี้ยต้องขึ้นสูงพอ และมีระยะเวลาที่นานพอที่จะทำให้เงินเฟ้อลดลงได้อย่างแท้จริง

ดังนั้นหากเฟด ยังจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ย่อมกระทบต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ ทั้งรายย่อย และภาคครัวเรือน  และนำไปสู่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลต่อนักลงทุนในตลาดหุ้น ที่มีความอ่อนไหวต่อข้อมูลและการคาดการณ์  โดยการโยกเงินออกจากตลาดหุ้นอเมริกาไปแล้วร่วม 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา   ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น   มีบริบทที่แตกต่างกับสหรัฐอเมริกา การต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ ต้องเข้าใจสาเหตุ ของอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะปัจจัยของไทยส่วนใหญ่มาจากฝั่งอุปทาน ราคาน้ำมันโลกที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า และสะท้อนไปยังราคาที่เพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้น การขึ้นดอกเบี้ยอย่างเดียว จะไม่สามารถดึงอัตราเงินเฟ้อให้เข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ได้ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะค่อยๆฟื้นตัว จากภาคการท่องเที่ยวและส่งออก แม้ว่าการฟื้นตัวจะช้ากว่าประเทศอื่น และมีการฟื้นตัวที่น้อยกว่าที่คาดการณ์     หากธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยมากไป กลับจะเป็นอุปสรรคของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  การทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปจึงเหมาะสมกับสถานการณ์ในประเทศไทย  ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการช็อกในภาคธุรกิจและครัวเรือน และจะไม่ทำให้นักลงทุนกังวล และมีการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นไทย และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ไม่ต้องตกใจ แต่ไม่ควรประมาทในการลงทุน 

ไม่ต้องตกใจ แต่ไม่ประมาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พท.หยาม 'เฮียมิ่ง' ถ้าขายได้คงไม่ย้ายซบพรรคอื่นหรอก

'สุทิน' เย้ย 'มิ่งขวัญ' ถ้าตัวเองขายได้ คงไม่ย้ายซบพรรคอื่น เหน็บคนเก่งไปอยู่ในองค์กรที่ไม่เก่งอาจถูกลิดรอนได้ ขยี้ พปชร.ไม่ใช่พรรคคู่แข็งที่น่ากลัว

'ธนกร' ฟันธงเศรษฐกิจไทย 2566 เป็นปีทองโตสวนเศรษฐกิจโลก!

'ธนกร' โวไทยเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปก ทำให้ EEC-ท่องเที่ยวฟื้นตัว มั่นใจปีหน้าเป็นปีทอง หลังนานาชาติชี้เป็นเสียงเดียวไทยจะโตสวนเศรษฐกิจโลก พิสูจน์ความจริงใจนายกฯ ต่อการแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน

ยังไม่สร่าง! มงคลกิตต์ถาม 'พี่มิ่ง' เรื่องค่าแรง 600 บาท

'มงคลกิตติ์' ลองเชิง 'มิ่งขวัญ' ถามคำถามเรื่องปากท้องว่าที่นายกฯ คนที่ 30 แต่สุดมึนไปถามเรื่องค่าแรงวันละ 600 บาท และปริญญาตรี 25,000 บาท

'โทนี่' บูลลี่ 'มิ่งขวัญ' บอกรู้จักดีหากไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ ไม่ไปแน่

'ทักษิณ' บูลลี่ 'มิ่งขวัญ' เรียก 'ป้ามิ่ง' บอกรู้จักดีต้องเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ต่อจาก 'บิ๊กป้อม' แน่ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางไป