
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังจากที่การประชุม World Bio Hub ที่กรุงโซล ประเทศ เกาหลีใต้ เสร็จสิ้น โดยในงานนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

นายวัชรพงศ์ ระบุว่า การประชุมในครั้งนี้ เราได้ประโยชน์ในเรื่องหลักๆ คือ การบรรลุสัญญาร่วมเป็นภาคีกับสถาบันวัคซีนนานาชาติ ซึ่งจะทำให้ไทย ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน กับนานาชาติ ไปจนถึงการบรรลุข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทย กับกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะเป็นการพัฒนา องค์ความรู้ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารสุขภาพ ซึ่งทางเกาหลี มีความโดดเด่นในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก
นอกจากนั้น การร่วมประชุมในระดับโลก ยังเป็นการสะท้อนความยอดเยี่ยมของระบบสาธารณสุขไทย ที่นานาชาติ ยอมรับ และหวังจะได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ จากไทย โดยเฉพาะในการประเด็นของประสิทธิภาพระหว่างจัดการวิกฤติโรคระบาด

“เวทีนี้ ให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนา และกระจายวัคซีน สำหรับประเทศไทย นอกจากจะสามารถพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ได้ในประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังได้ยกย่องชื่นชม อสม. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่ทำหน้าที่กระจายข้อมูลข่าวสาร ในการให้บริการวัคซีนของภาครัฐ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ทั้ง ยังเป็นผู้ที่ทำงานหนัก อำนวยความสะดวกให้ประชาชนไปถึงจุดบริการด้วย แม้ประเทศไทย จะนำวัคซีนเข้ามาในระบบบริการเป็นจำนวนมาก แต่หากประชาชนไม่ร่วมมือ ความสำเร็จก็เกิดขึ้นยาก ซึ่งส่วนสำคัญ ที่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน นายอนุทิน ระบุว่า คือ อสม.นี่เอง ที่คอยไปเคาะประตูบ้าน ไปบอกถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด-19 จนประชาชนรับทราบและเข้าใจ ทำให้ไทยมียอดฉีดวัคซีนแล้วกว่า 80% ของประชากร อสม.คืออาวุธลับของไทย ในการต่อสู้กับภัยสาธารณสุข

เรื่อง อสม.นั้น ต่างชาติให้ความสนใจอย่างมาก มีประเทศไทย เป็นประเทศเดียวที่ทำแบบนี้ได้ สำหรับคนไทยแล้ว นายอนุทิน มองว่า อสม. ก็ไม่ต่างจากหมอคนที่ 1 ที่สามารถบรรเทาความเจ็บป่วยได้ในระดับหนึ่ง เหมือนชั้นกรองแรกในระบบสาธารณสุขไทย ที่คอยประคองไม่ให้ระบบสาธารณสุข สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.
ไม่ปิดกั้นเพื่อไทย! 'อนุทิน' หยอก 'จุลพันธ์' น่ารัก สวมเสื้อสีน้ำเงินแถลงข่าว เจอกันก็เรียกพี่หนูเหมือนเดิม
"อนุทิน" ร้องโอ้ว หลังเห็นภาพ "จุลพันธ์" สวมเสื้อยืดน้ำเงินสูทฟ้าแถลงข่าว บอก "ไม่หนิมไม่หนูแล้ว" ชม หนิมน่ารัก เชื่อเจอกันเรียกพี่หนูเหมือนเดิม ชี้ ช่วงหาเสียงเป็นเรื่องธรรมดา มีกระทบกระทั่งโจมตี ยังอุบดึงร่วมรัฐบาล
แพ้แล้วนับใหม่! ประชาธิปไตยในแบบที่ตัวเองต้องชนะ
การเลือกตั้งไทยไม่ได้เป็นระบบที่สมบูรณ์แบบ และไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังมีเรื่องต้องแก้ไขจริง ทั้งการจัดการหน่วยเลือกตั้ง การสื่อสารข้อมูลระหว่างกระบว
ดร.ณัฏฐ์ ฉะประท้วงนับใหม่ ชลบุรีเขต 1 เข้าข่ายกฎหมู่เหนือกฎหมาย
นักกฎหมายมหาชนชี้ การขัดขวางขนย้ายหีบบัตรหลังนับคะแนนเสร็จ ไม่มีกฎหมายรองรับ การขอนับคะแนนใหม่ต้องโต้แย้งขณะนับเท่านั้น หากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต เปิดช่องร้องคัดค้านตามกฎหมายภายใน 30 วัน
'เสี่ยเฮ้ง' ซัด ผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี แขวะ เหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ตรงนี้ต้องแยกหน้าที่ก่อน หน้าที่ตนจบตั้งแต่
'ภูมิธรรม' รับไม่ได้ การเลือกตั้งผิดปกติ ฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดข้อกังขา
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุว่าการเลือกตั้งที่ผิดปกติต้องมีคนรับผิดชอ

