คณะอนุกมธ. สภาผู้แทนฯ จวกการควบคุมยาสูบ -บุหรี่ไฟฟ้า ล้มเหลวทุกด้าน ถึงเวลาแก้ปัญหา

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพและการบังคับใช้กฏหมายด้านสาธารณสุข ถกนัดสุดท้ายพิจารณาปัญหาการควบคุมยาสูบที่ไม่สามารถลดอัตราผู้สูบบุหรี่ได้ตามเป้า มีการเติบโตขึ้นของตลาดบุหรี่ลักลอบนำเข้า และ ตลาดบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งมีการพิจารณาข้อมูลวิชาการทั้งจากของไทยและต่างประเทศ การบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่ ข้อร้องเรียนจากเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ และการคุกคามสื่อ

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อระบบสุขภาพ และติดตามการบังคับใช้กฎหมายด้านการสาธารณสุข เมื่อวันที่ 24 พ.ย.65  ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา ว่า ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของอนุกรรมาธิการในเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบ ก่อนที่จะสรุปเป็นเล่ม รายงานส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

โดยที่ประชุมวันนี้ได้มีการพิจารณาข้อร้องเรียนจากสื่อมวลชนที่ถูกคุกคามเสรีภาพการเสนอข่าวเกี่ยวกับบุหรี่ ด้วยการตีความกฏหมาย พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ ในเรื่องการโฆษณาที่กว้างเกินกว่าที่ตัวบทกฏหมายกำหนด ด้วยการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เรียกสื่อมวลชนเข้าพบ หรือบางกรณีก็ถึงขั้นส่งดำเนินคดีก็มี และ อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การจับกุมผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตามที่เป็นข่าวหลายครั้ง ซึ่งทางอนุกรรมาธิการได้เคยมีการประชุมวาระประเด็นนี้โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดมาพิจารณาข้อกฏหมายร่วมกัน ได้ข้อสรุปว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นของต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ และมีประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการห้ามจำหน่าย จ่าย แจก ให้บริการ แต่สำหรับผู้ครอบครองนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับเดิม มีมาตรา 27ทวิ เขียนถึงความผิดเกี่ยวกับการครอบ ครอง การรับไว้ การเอาไปเสียซึ่งของต้องห้าม แต่ในพ.ร.บ.ศุลกากร 2560 ได้ตัดมาตราเดิมนั้นออก และในส่วนของการลักลอบสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นั้น ตามาตรา 242, 246 ไม่ได้กล่าวถึงของต้องห้าม โดยใจความเป็นการเอาผิดกับของที่ลักลอบหนีภาษีไม่ผ่านพิธีการศุลกากร สรุปคือ เจ้าพนักงานตำรวจจะตั้งข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.ศุลกากร กับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ จะถือว่าเป็นการตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีโดยมิชอบ

นายแพทย์เอกภพ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผลการศึกษาของอนุกรรมาธิการ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า การดำเนินการด้านการควบคุมยาสูบควรต้องมีการทบทวนทั้งในส่วนของการดำรงตำแหน่งของกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งทางอนุกรรมาธิการได้ส่งเรื่องกรณีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง และ กรณีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ให้กรรมาธิการ ปปช. สอบหาข้อเท็จจริงต่อไปแล้ว อีกทั้งต้องมีการทบทวนเรื่องข้อมูลทางวิชาการที่นำมาใช้อ้างอิงที่ต้องเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ เพราะเมื่อพิจารณาข้อมูลทางวิชาการในต่างประเทศ พบข้อมูลทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือสูง เช่น Cochrane review ได้รวบรวมทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบแล้วได้ข้อสรุปว่า บุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกบุหรี่มวนได้มีประสิทธิภาพกว่าการใช้นิโคตินทดแทนแบบเดิม อย่างพวกหมากฝรั่ง แผ่นแปะ มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคหัวใจว่าผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอัตราการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจน้อยกว่าผู้สูบบุหรี่มวน ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีสารบ่งชี้เกี่ยวกับโรคหัวใจหลอดเลือด โรคมะเร็ง น้อยกว่าผู้สูบบุหรี่มวน ดังนั้นจึงควรมีทางเลือกให้กับผู้สูบบุหรี่เกือบสิบล้านคนได้มีโอกาสเลือก และมีทางใหม่ในการเลิกบุหรี่

“เราจะเห็นว่า การแบนบุหรี่ไฟฟ้า ที่ทำไม่ได้จริง มีการเติบโตของตลาดอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้ เป็นการปกป้องเยาวชนเลย แต่กลับทำให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าแบบควบคุมไม่ได้ แถมยังทำให้ตลาดบุหรี่ผิดกฏหมายโตมากจนนับวันจะยิ่งจัดการยากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า การจัดการลดการสูบบุหรี่ด้วยมาตรการทางภาษีก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ปล่อยให้บุหรี่ต่างประเทศกินตลาดบุหรี่ของการยาสูบไทย และปล่อยให้บุหรี่ลักลอบหนีภาษีกินส่วนแบ่งการตลาด จนทำให้ การยาสูบไทยที่เคยมีกำไรหลายพันล้านบาท เหลือแค่สองสามร้อยล้านบาทเพียงระยะเวลาแค่ 5-6 ปี ส่งผลไปถึงชาวไร่ยาสูบหลายแสนครอบครัวต้องถูกลดโควต้าเพาะปลูก แถมยังจะมีความพยายามเสนอให้แบนส่วนประกอบในบุหรี่ เช่น เมนทอล ที่นักสูบไทยเกินครึ่งสูบบุหรี่ที่มีรสชาติแบบนี้ แทนที่จะทำให้เลิกบุหรี่ก็ยิ่งจะทำให้ตลาดบุหรี่ลักลอบหนีภาษี และ ตลาดของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฏหมายเติบโตขึ้นไปอีก จำนวนผู้สูบบุหรี่ก็ไม่ลด แถมรัฐยังเสียรายได้หลายพันล้านให้กับธุรกิจผิดกฏหมายอีก ถึงเวลาที่เราจะต้องปรับแนวทาง วิธีคิด และบุคคลในการควบคุมยาสูบเสียใหม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป หากกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีการสรุปเป็นรูปเล่มเผยแพร่ให้กับสื่อมวลชนไปถ่ายทอดต่อไป” นายแพทย์เอกภพ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผนึกภาคีเครือข่าย สร้างสังคมปลอดภัยไร้ควัน

แม้สังคมไทยจะพูดถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ความจริงที่ยังคงปรากฏชัดคือ ควันบุหรี่ยังไม่เคยหายไปจากชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมซึ่งพวกเขาไม่มีอำนาจต่อรอง

เปิด 'หนังสือนิทานเด็ก' สื่อกลางสร้างภูมิคุ้มกันบุหรี่ไฟฟ้า

ผุดหนังสือนิทานเด็กสกัดบุหรี่ไฟฟ้า“สสส.” จับมือกับ “มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว” เปิดตัวชุดหนังสือนิทาน “ครอบครัวสุขภาพดี..ไม่มีบุหรี่ไฟฟ้า” หวังเป็นสื่อกลางให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ใช้อ่านสร้างความตระหนักรู้ให้เด็กเข้าใจพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

ทลายปาร์ตี้เกาะพะงัน รวบแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดโคเคน-ยาอีเพียบ

พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3) พร้อมสนธิกำลัง บุกเข้าตรวจสอบวิลล่าหรู "BUNNY VILLA" หมู่ 4 ต.เกาะพะงัน

เพจประชาคมแพทย์ ชำแหละ พรรคส้มกับโจทย์วุฒิภาวะในการบริหารประเทศ บุหรี่ไฟฟ้าว่าไง อย่าเงียบ!

เพจประชาคมแพทย์ โพสต์ข้อความเรื่อง “พรรคส้มกับโจทย์วุฒิภาวะ ในการบริหารประเทศ ในประเด็นนโยบายสาธารณะ ที่อาจจะซับซ้อ

กก.ดส. บุกจับคู่รักขายหัวจ่าย 'พอตซอมบี้' ยึดของกลางเพียบ

ชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) นำโดย พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ดส. ร่วมกับ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.กทม.

“รองนายกฯ โสภณ” หนุน สสส. ขยายผล “ชุมชนล้อมรักษ์” เล็งยกเครื่องกฎหมายยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้า เสนอ ครม. ตั้ง คกก.ปราบบุหรี่ไฟฟ้า รายงานตรงนายกฯ ลดข้อจำกัดทางกฎหมาย

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ