“วราวุธ” ปลื้ม ทส. สำเร็จ “ปลูกป่าเพื่อคาร์บอนเครดิต”

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ย้ำความสำเร็จ สร้างธุรกิจใหม่ให้คนไทย ซื้อขายคาร์บอนเครดิต ฮิตติดกระแส เดินหน้าเสริมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพิ่มแหล่งกักเก็บและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมยกระดับเชิงนโยบายขยายความร่วมมือและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านป่าป่าไม้เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต สะท้อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ด้านกรมป่าไม้ยกป่าชุมชน บ้านโค้งตาบาง เพชรบุรี เป็นป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังพิธีเปิดกิจกรรม “Kick off ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต” ณ ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง จังหวัดเพชรบุรี ว่า นับตั้งแต่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP 26  ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ซึ่งการที่จะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เดินหน้าส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยยังมีการซื้อขายเป็นจำนวนน้อย เนื่องจากยังคงเป็นภาคสมัครใจ และมีต้นทุนที่สูง อย่างไรก็ตาม ทส. ได้พยายามขับเคลื่อนการดำเนินงานปลูกป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตให้เห็นเป็นรูปธรรม มีการถอดบทเรียน และขยายความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งก็ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สำหรับการดำเนินงานภาคป่าไม้ในตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยนับว่ามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดดอย่างยิ่ง ตนได้ติดตามและกำหนดแนวทางเชิงนโยบายให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ตนได้หารือแนวทางกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเร่งรัดบูรณาการและยกระดับการส่งเสริมหน่วยงานภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมดำเนินงาน และพัฒนาศักยภาพชุมชนและประชาชนเพื่อดำเนินการปลูกและดูแลป่าไม้เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต อีกทั้งยังสะท้อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ตนอยากจะย้ำต่อพี่น้องประชาชนถึงความสำคัญในการปลูกป่า นอกจากเพื่อประโยชน์ต่อความสมบูรณ์และยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีประโยชน์ในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอีกด้วย ทั้งนี้ ทส.จะได้เร่งรัดขยายผลการดำเนินงานด้านการป่าไม้เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน อนึ่ง สำหรับภาคประชาชนหรือชุมชน ทส. ได้ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน หากประชาชนหรือชุมชนใดต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ต่อไป นายวราวุธ กล่าว 

นายสุรชัย  อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การดำเนินการส่งเสริมภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมดำเนินโครงการปลูกและดูแลป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ในรูปแบบ “ป่าขุมชน” ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งป่าชุมชนแล้ว 12,117 แห่งทั่วประเทศ รักษาพื้นที่ป่าได้ 6.64 ล้านไร่ หากดำเนินการทุกพื้นที่รวมกันสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไว้ได้ 42 ล้านตันคาร์บอน โดยคาดว่าจะสามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ราว 6.27 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี สำหรับป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี นับว่าเป็นป่าชุมชนแห่งแรกที่มีการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER)  เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558 เนื้อที่ 1,397 ไร่  ซึ่งกรมป่าไม้ ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง นำร่องจัดทำโครงการ T-VER ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง โดยมี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัท ราชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโค้งตาบางและสมาชิกทำหน้าที่ในการปกป้องรักษาชุมชน ควบคุมดูแล และปลูกฟื้นฟูป่าชุมชน ซึ่งผลจากการที่ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการปกป้องรักษาป่าชุมชน อนุรักษ์ควบคุมดูแล ปลูกฟื้นฟูป่าชุมชนมาโดยตลอด 7 ปี ส่งผลให้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าตลอดจนมีการเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน โดยมีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง จำนวน 5,259 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จึงเป็นป่าชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่พร้อมเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม กรมป่าไม้ เตรียมเสนอ ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชน พ.ศ..... โดยกำหนดสัดส่วนการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตให้แก่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนประจำป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียน ร้อยละ 90 เป็นของรัฐโดยกรมป่าไม้ ร้อยละ 10  นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่กรมป่าไม้ดำเนินการเกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ ดังเช่น การพัฒนาป่าชุมชนเมืองเพื่อลดสภาวะโลกร้อน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล จำนวน 512 แห่ง  จัดฝึกอบรมหลักสูตร สร้างป่าพัฒนาเมือง จำนวน 167 รุ่น ปรับปรุงและพัฒนาสวนสาธารณะ จำนวน 80 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติและบทบาทของต้นไม้ที่ช่วยลดสภาวะโลกร้อน  การพัฒนาแห่งเรียนรู้การกักเก็บคาร์บอนในป่าชุมชนเมือง จำนวน 6 แห่ง 600 ไร่ ดำเนินโครงการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมพื้นที่ศึกษา  ๖๑ ป่าชุมชน เพื่อประเมินและส่งเสริมป่าชุมชนให้เป็นแหล่งกักเก็บปริมาณคาร์บอนและความหลากหลายทาง เป็นต้น สุดท้าย กรมป่าไม้ ขอเชิญชวนชุมชนและหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถประสานหน่วยงานของกรมป่าไม้ในพื้นที่เพื่อสอบถามรายละเอียด อย่างไรก็ตาม กรมป่าไม้จะได้เร่งรัดขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ต่อไป นายสุรชัย กล่าวในที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' ลุยไม่แผ่วปราบไม้เถื่อนต่อเนื่อง! กรมป่าไม้รวบ 6 ราย ลอบตัดไม้ประดู่-ไม้แดง ยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 3 เครื่อง คาป่าสงวนฯ กำแพงเพชร

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกป่าและลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างเข้มข้น กำชับกรมป่าไม้เร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดกั้นขบวนการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ พร้อมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ รับโล่ 'ผู้ช่วยเหลือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช' จาก ก.ทรัพยฯ สะท้อนความร่วมมือเพื่อสังคม

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ “ผู้ช่วยเหลือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกย่องการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ ทั้งด้านการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมกันนี้ คณะทำงานมูลนิธิฯ ยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติด้านการทำงานเพื่อสังคม ประจำปี 2569

'สุชาติ' สั่งเดินหน้าปราบปรามมอดไม้ต่อเนื่อง! สนธิกำลังสกัดจับสิบล้อซุกไม้ประดู่ป่า จ.อุตรดิตถ์ รวบผู้ต้องหา 2 ราย เร่งขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผย วันที่ 23 ต.ค. 69 ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งว่า มีการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนไม้หวงห้ามในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

“รมว.สุชาติ” คิกออฟก้าวสู่ปีที่ 25 กรมอุทยานฯ ชูเทคโนโลยี – Single Command ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์เพื่อยกระดับปกป้องผืนป่าไทยอย่างยั่งยืน

22 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครบรอบ 24 ปี พร้อมมอบนโยบายทิศทางการขับเคลื่อนงานมุ่งสู่ปีที่ 25 ณ ห้องประชุมชั้น 4

“รมว.สุชาติ” ตอบกระทู้วุฒิสภา ชี้แจงมาตรการแก้ไขปัญหาการยกเลิกโฉนดชุมชน พร้อมส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืน และแนวทางแก้ปัญหามลพิษ

วันนี้ (19 ตุลาคม 2569) เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบกระทู้ถามในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 14 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) โดยชี้แจงแนวทางดำเนินงานของกระทรวงฯ ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

'สุชาติ' เผยรับรายงาน คพ. เร่งคุมฟิล์มน้ำมันปราจีนบุรี ผนึกหลายหน่วยงานสกัดปนเปื้อนแม่น้ำ ย้ำเฝ้าระวังคุณภาพน้ำต่อเนื่อง

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรณีพบฟิล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้กำชับให้ คพ. บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ควบคุมการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน และป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี