
สหกรณ์ฯบางเหรียงพลิกวิกฤติเป็นโอกาสแก้หนี้ แก้จน ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่สมาชิกปลูกพืชระยะสั้น เน้นพืชผักปลอดภัยส่งขายตลาดนัดม.อ. ร่วมเทศบาลบางเหรียงจัดงานวันกินผัก ชูผักเด่น”บร็อคคอรี่”ปลูกได้ที่นี่ที่เดียว
สหกรณ์การเกษตรบางเหรียง ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลาเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมอาชีพแก้หนี้ แก้จนคนสหกรณ์ ตามนโยบายนายวิศษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินสหกรณ์ด้วยการส่งเสริมสมาชิกปลูกพืชผักระยะสั้นสร้างรายได้เพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้สหกรณ์ ส่งผลให้วันนี้สหกรณ์ฯบางเหรียงมีหนี้เสียน้อยมาก

นายอารี กุมบุรี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบางเหรียง จำกัด ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลากล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมอาชีพแก้หนี้ แก้จนของคนสหกรณ์ เป็นไปตามนโยบายนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ต้องการให้สหกรณ์ฯลดภาระหนี้สิน ด้วยการการส่งเสริอาชีพปลูกพืชระยะสั้นแก่สมาชิก โดยมีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯรายละไม่เกิน 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 ต่อปี ส่วนสมาชิกทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 8.50 บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากสมาชิกเป็นอย่างมาก โดยมีผู้สนใจขอกู้มากกว่า 300 รายจากสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดกว่า 800 ราย ส่วนใหญ่นำเงินมาลงทุนปลูกพืชผักระยะสั้น

“บางเหรียงเน้นผักเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้สมาชิกเริ่มเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นบ้างแล้ว เช่นสวนยางบ้าง ปาล์มน้ำมันบ้าง มีผลไม้บ้างประปราย แต่อาชีพหลักยังคงเป็นเรื่องของพืชผัก สมาชิก 800 กว่าราย ประมาณ 300 รายกู้ไปเพื่อปลูกพืชผัก ” ผู้จัดการสหกรณ์ฯบางเหรียงเผย
นายอารีกล่าวต่อไปว่าปัจจุบันมีพืชผักเกือบทุกชนิดที่สมาชิกปลูก อาทิ แตงกวา บวบ ถั่วฝักขาว ผักหชีฝรั่ง ต้นหอม ผักกาดหอม แต่ผักที่เป็นไฮไลท์ของบางเหรียงก็คือบร็อคคอรี่ เป็นผักที่เติบโตได้ดีในต.บางเหรียง ส่วนพื้นที่อื่นปลูกไม่ได้หรือปลูกได้แต่คุณภาพสู้บร็อคคอรี่บางเหรียงไม่ได้ “บร๊อคคอรี่ ที่บางเหรียงปลูกเติบโตได้ดี มันอาจเกี่ยวกับดิน ทำให้สมาชิกปลูกกันเยอะ สหกรณ์ได้ร่วมกับเทศบาลจัดงานวันกินผักเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ บร๊อคคอรี่ เป็นผักพระเอกในงานเลย”

ผู้จัดการสหกรณ์ฯบางเหรียงกล่าวถึงจุดเด่นการปลูกพืชผักด้วยว่าให้ผลผลิตได้เงินเร็ว ใช้เวลาปลูกแค่ 2-3 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผักแต่ละชนิดด้วย ส่วนปัญหานอกจากโรคและแมลงรบกวนแล้ว สภาพภูมิอากาศเช่น น้ำท่วมน้ำแล้งก็มีส่วนสำคัญทำให้พืชผักเหล่านี้ได้รับความเสียหาย ส่วนเรื่องการตลาด เขาระบุว่าสมาชิกจะเป็นคนดำเนินการเองทั้งหมด สหกรณ์ไม่มีส่วนดำเนินการใด ๆ เพียงแต่ช่วยในการวางแผนการปลูกและชี้ช่องทางการตลาดให้เท่านั้น

“เดิมชื่อสหกรณ์ผู้ปลูกผักอนามัยบางเหรียง เมื่อก่อนสหกรณ์จะเป็นผู้ดูแลสนับสนุนให้กับสมาชิกทุกอย่างตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการตลาด แต่เกิดปัญหาหลายอย่างเช่น ไม่มีอาคารรวบรวมผลผลิต ผักก็เก็บไว้ได้ไม่นาน เกิดการเน่าเสียง่าย จึงทำหน้าที่แค่ส่งเสริมอย่างเดียวและปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับสมาชิกลงทุนปลูก ส่วนเรื่องตลาดเขาหาเอง ซึ่งทุกวันนี้เรื่องตลาดมันเดินไปได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มีผลผลิตบางส่วนก็ส่งขายที่ตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ม.อ.ทุกสัปดาห์”ผู้จัดการสหกรณ์ฯบางเหรียงกล่าว
ขณะที่ นายสุทิน แก้วมณี หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบางเหรียง จำกัด ที่ยึดอาชีพปลูกพืชผักระยะสั้นมาอย่างยาวนาน โดยปลูกผักสลับกันไปบนเนื้อที่ 5 ไร่ ผักที่ปลูกมีหลายชนิด ได้แก่ ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม แมงลัก มะเขือ พริกและอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด
“ แต่ก่อนปลูกต้นหอม พริกสู้ราคาไม่ไหว ค่าปุ๋ยค่ายาแพงขึ้นทุกวัน วันนี้หันมาปลูกผักชีฝรั่ง ผักกาดหอมและแมงลักราคาดีกว่า มีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ อย่างผักชีตอนนี้โลละ30 บาท แมงลัก 60 บาทราคาไม่ถึงกับดี แต่ก็ยังดีกว่าต้นหอมและพริก”

สมาชิกสหกรณ์ฯบางเหรียงคนเดิมกล่าวถึงการวางแผนการผลิตว่าจะปลูกพืชผักชนิดใดนั้นจะต้องศึกษาการตลาดล่วงหน้าก่อน เมื่อผลผลิตออกมาจะเป็นที่ต้องการของตลาดและปลูกสลับกันไปเรื่อย ๆ ทำให้มีผลผลิตออกมาสู่ตลาดเกือบทุกวัน “คงไม่เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น ไม่ถนัด เพราะเราปลูกพืชผักมานานจนรู้ว่าผักอะไรมีปัญหาโรคแมลงอะไรบ้าง ควรปลูกตอนไหน ราคาช่วงไหนดีเป็นที่ต้องการของตลาดมาก บนเนื้อที่ 5 ไร่มีผักปลูกตลอดทั้งปี เป็นผักปลอดภัยไม่มีการใช้สารเคมีใด ๆ “
นายสุทินยอมรับว่าครอบครัวมีวันนี้ได้ก็เพราะสหกรณ์เข้ามาช่วยเหลือดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่เงินทุน อัตราดอกเบี้ยถูกมาก ร้อยละ3.50 ต่อปี วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับคนมีอาชีพปลูกพืชผักระยะสั้นวงเงินแค่นี้สามารถทำอะไรได้มากมาย “วงเงินกู้ 1 หมื่นเพียงพอสำหรับการลงทุนปลูกพืชระยะสั้น 30-45 วัน อย่างผมปลูกแมงลัก ผักกาดหอมใช้เวลา 45 วันก็เก็บขายได้เงินมาส่งคืนสหกรณ์ได้แล้ว ช่วงแรก ๆ จะเน้นหนักในเรื่องลงทุนวัสดุอุปกรณ์การปลูกมากกว่า”สมาชิกสหกรณ์ฯคนเดิมย้ำทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมทุ่มเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 500 ล. ยกระดับศูนย์ CDC สู่”ฮับ” ประจำภูมิภาค ตั้งเป้าสิ้นปี 69 ยอดขายสินค้าผ่าน CDC แตะ 5,000 ล.
“อธิบดีนิรันดร์”เตรียมเงินกพส.กว่า 500 ล้านบาทปี 70 ยกระดับศูนย์ CDC เป็น”ฮับ”แต่ละภูมิภาค 1-2 แห่ง พร้อมจับมือสมาคมขนส่งทางบกฯ คิดค่าบริการขนส่งในอัตราพิเศษ
“สมศักดิ์” ประชุมขับเคลื่อนนโยบาย รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร
ส่องศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดนครพนม สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ชูผลิตภัณฑ์ข้าวจากดินแดนพญานาคริมน้ำโขง “ข้าวหอมพนมนาคา”
กรมส่งเสริมสหกรณ์นำโดยนายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฐพล แป้นนอก ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 9 , 11 และ 13 และนายสาธิต ปานขำ เลขานุการกรม นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเพื่อ
สมาชิกสหกรณ์และทายาทมีเฮ! กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับฝึกงานเกษตรที่ญี่ปุ่น
กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับสมัครสมาชิกสหกรณ์และทายาทเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2570 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หวังนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย
รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง
"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม
ส่อง 5 แบรนด์ดังสหกรณ์โคนมไทย ผลิตภัณฑ์เพิ่มคุณค่า ลดภาระน้ำนมดิบ
วิกฤติน้ำนมดิบล้นตลาดส่วนเกินนอกสัญญาเอ็มโอยู(MOU) ในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 181 - 211 ตันต่อวัน กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรและสหกรณ์โคนมไทย

